
รักเก่าที่บ้านเกิด อาร์เขต ไฟร์
แล้วหนุ่มสาวจากเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา กลุ่มนี้ก็กลายเป็นดาวดัง ด้วยผลงานดนตรีที่พวกเขาสร้างสรรค์ เหตุจากความโด่งดังนี่เองที่ทำให้ “อาร์เขต ไฟร์” ไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตในวิถีเดิมๆ ซึ่งคุ้นเคย รวมทั้งไม่ได้กลับบ้าน แม้จะคิดถึงแค่ไหน นั่นจึงเป็นที่มาของอัลบั้มนี้
แล้วหนุ่มสาวจากเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา กลุ่มนี้ก็กลายเป็นดาวดัง ด้วยผลงานดนตรีที่พวกเขาสร้างสรรค์ เหตุจากความโด่งดังนี่เองที่ทำให้ “อาร์เขต ไฟร์” ไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตในวิถีเดิมๆ ซึ่งคุ้นเคย รวมทั้งไม่ได้กลับบ้าน แม้จะคิดถึงแค่ไหน นั่นจึงเป็นที่มาของอัลบั้มนี้
โดย... เพ็ญแข
แล้วหนุ่มสาวจากเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา กลุ่มนี้ก็กลายเป็นดาวดัง ด้วยผลงานดนตรีที่พวกเขาสร้างสรรค์ เหตุจากความโด่งดังนี่เองที่ทำให้ “อาร์เขต ไฟร์” ไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตในวิถีเดิมๆ ซึ่งคุ้นเคย รวมทั้งไม่ได้กลับบ้าน แม้จะคิดถึงแค่ไหน นั่นจึงเป็นที่มาของอัลบั้มนี้
เพื่อแทนคำว่า “คิดถึง” ซึ่งพวกเขามีต่อบ้าน (ชานเมือง) และวัยเยาว์ที่ผ่านมา
ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอกที่วงดนตรีอินดี้ซึ่งอยู่นอกอาณัติและระบบของอุตสาหกรรมดนตรี จะสามารถโด่งดังขึ้นมาในระดับนานาชาติ แต่อาร์เขต ไฟร์ ก็ทำได้ด้วยฝีมือ หรืออาจจะต้องให้เครดิตกับโลกปัจจุบันที่ผู้คนสามารถบอกต่อๆ กันไปผ่านทางอินเทอร์เน็ต และยังมีผู้คนอีกมากซึ่งยังคงชื่นชอบการแสดงดนตรีสดในรูปแบบเดิมๆ อย่างที่อาร์เขต ไฟร์ ถนัด ทั้งหมดจึงทำให้พวกเขาผงาดขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของคนดนตรีแห่งปี 2000
อาร์เขต ไฟร์ กำเนิดในโลกดนตรีเมื่อหกปีที่แล้วกับอัลบั้ม Funeral ซึ่งนิตยสารโรลลิงสโตนยกย่องให้เป็นอัลบั้มอันดับหนึ่งของยุค ตามด้วยอัลบั้ม Neon Bible ในปี 2007 ที่มาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จ หลังจากออกทัวร์เป็นปีๆ วิน บัตเลอร์ ผู้นำวงก็ได้รับอีเมลจากเพื่อนในวัยเด็กที่เทกซัส พร้อมแนบรูปผู้คนและสถานที่เก่าๆ มาให้เขาดูด้วย นั่นทำให้ความทรงจำของเขาได้ทำงาน ระหว่างนั้นเพื่อนร่วมวงคนอื่นก็มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งความหลังของพวกเขาในแคนาดา หลังกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อาร์เขต ไฟร์ ก็ได้เขียนเพลง The Suburbs ขึ้นมาเพื่อเล่าความรู้สึก ก่อนจะกลายมาเป็นอัลบั้มชื่อเดียวกัน
บทเพลงในอัลบั้มนี้เล่าถึงความสูญเสีย การเริ่มต้นใหม่ อดีต ปัจจุบัน การเติบโต และหวังว่าความบริสุทธิ์สะอาดแบบ “บ้านๆ” จะยังคงอยู่ตลอดไป
นี่เป็น “ธีม” ของเพลงซึ่งแตกต่างออกไปจากงานชุดก่อนๆ ของวงอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมาพวกเขามักแสดงออกถึงพลังคนหนุ่มสาวที่แบกโลกไว้บนบ่าผ่านผลงานเพลงเสมอ อัลบั้มนี้งดงามและหลากหลาย มีทั้งเพลงป๊อปอย่าง Modern Man นิวเวฟอย่าง No Celebration กลิ่นอายพังก์ปรากฏใน Month of May เพลงแกลมป๊อป Wasted Hours การาจพังก์ We Used To Wait
งดงามที่สุดในอัลบั้มนี้อาจจะเป็นเพลงบัลลาดอย่าง Suburban War ส่วน City With No Children เป็นเพลงสำหรับผู้ใหญ่ที่เด็กๆ อาจจะหาวได้ แต่งานหน่วงหนักเร้าอารมณ์อย่าง Empty Room และ Ready to Start ก็ยังคงอยู่
เนื้อเพลงเขียนง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่ชวนให้ครวญคิดไม่น้อย บางตอนยังแสดงถึงอารมณ์ขันของอาร์เขต ไฟร์ ได้อย่างประหลาด อาการขี้เกียจและความหม่นหมองปรากฏอยู่ในบางเพลง ผ่านออกมาทางเสียงเปียโน อะคูสติกกีตาร์ รวมไปถึงเครื่องสายบางชิ้น ขณะที่บางเพลงอบอุ่นสบายราวกับอยู่ในบ้านของตัวเอง
บทเพลงของอาร์เขต ไฟร์ มีความหลากหลายซับซ้อน ทุกเพลงจัดวางเรียงได้ลงตัว ไม่ทำให้รู้สึกกระโดดไปมาหรือขัดหูขัดความรู้สึกเกินไป ที่สำคัญคือบทเพลงของพวกเขานั้นลึกลับดั่งมีมนต์ขลังแทรกอยู่ ทางวงบอกว่าอัลบั้มนี้คล้ายกับงานของ บรูซ สปริงสทีน นีล ยัง ไปจนถึง ดีเพชี โหมด สรุปว่าเป็นเพลงที่มีเสน่ห์แบบ “ชานเมือง” ในยุค 20 ปีก่อน เป็นเสน่ห์แบบ “แบ็ก ทู เบสิก” แต่พวกเขาก็ “เจ๋ง” ใช่ย่อยที่นำอดีตมาสร้างอนาคตให้กับตัวเองได้
วันนี้อาร์เขต ไฟร์ ยังคงดำรงตนเป็นวงอิสระที่ไม่ขึ้นกับค่ายใหญ่ ทั้งยังไม่อ่านทุกๆ อย่างที่เขียนเกี่ยวกับวง ฉะนั้นงานของพวกเขาจึงค่อนข้างจะปราศจากอิทธิพลความคิดเห็นของคนอื่นๆ ซึ่งคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ ได้ทำงานเพลงในแบบที่อยากจะทำ และมีคนชื่นชอบมากมาย!!!







