
หออัครศิลปิน บันทึกและนิทรรศการพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ
หออัครศิลปินเป็นสถานที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และให้ข้อมูลด้านศิลปะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และศิลปินแห่งชาติอย่างครบถ้วนสมบูรณ์...
หออัครศิลปินเป็นสถานที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และให้ข้อมูลด้านศิลปะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และศิลปินแห่งชาติอย่างครบถ้วนสมบูรณ์...
โดย...สมาน สุดโต
เมื่อพูดถึงแหล่งเรียนรู้บนเนื้อที่ 200 ไร่ หรือสมิทโซเนียนเมืองไทยของกระทรวงวัฒนธรรมที่ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต้องพูดถึงหอจดหมายแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหออัครศิลปิน เพราะเป็นแกนหลักของโครงการ และมีความเป็นที่หนึ่งและสุดยอดทั้งการก่อสร้างและการรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ วีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้อัญเชิญพระดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จเปิดหออัครศิลปิน วันที่ 17 พ.ค. 2553 โดยมีบรรดาทูตนานาประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย บรรดาทูตนั้นได้ทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีหอจดหมายเหตุรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวงศ์ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจที่ข้อมูลเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มีการจัดเก็บและให้บริการอย่างเป็นระบบ และเป็นรูปธรรม
วีระ นำพระดำรัสพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาบอกกับผู้เข้าร่วมโครงการสัญจรเครือข่ายเรียนรู้จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2553 และผมได้เขียนเรื่องหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชไปแล้ว ในฉบับนี้ขอนำเรื่องหออัครศิลปินซึ่งอยู่ติดๆ กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ มาเขียนต่อ
หออัครศิลปินเป็นสถานที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และให้ข้อมูลด้านศิลปะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และศิลปินแห่งชาติอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ทุกคนที่เห็นหออัครศิลปินจากภายนอก ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ย่อมมีจินตนาการว่าคล้ายวิมาน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่ทรงไว้ด้วยความสวยความงามและมีสง่าจนยากที่จะหาคำใดมาบรรยาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีภูมิหลังด้านสถาปัตยกรรมอย่างผู้เขียนด้วยแล้วยิ่งยากเข้าไปอีก เพราะไม่รู้ว่าจะบรรยายอย่างไรจึงเข้าถึงแก่นที่สถาปนิกต้องการสื่อออกมา
ด้วยสายตาชาวบ้านทั่วไปก็ขอบอกว่าสุดยอด เพราะมองดูมุมไหน ด้านใดเห็นกลมกลืนไปทุกส่วน ที่ด้านหน้าขวามือของตัวอาคารตั้งตราสัญลักษณ์หออัครศิลปินเด่นตระหง่าน บันไดขนาดกว้าง-ใหญ่ทอดขึ้นด้านหน้าที่มีมุขยื่นออกมา มุขนี้เป็นมุขประธานของอาคารลดหลั่นกันมา 3 ระดับ แต่ละระดับเป็นยอดแหลมคล้ายบ้านทรงไทยหลังคายอดแหลม ที่ด้านซ้ายและขวามีมุขของอาคารบริวารยื่นออกมาทำนองเดียวกัน ทำให้หอนี้มีความอลังการยิ่งขึ้นไปอีก
การจัดแสดงและนิทรรศการจัดภายใต้แนวคิดว่า อัครศิลปิน แวดล้อมด้วย ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับเชิดชูเกียรติว่าเป็นเอกในศิลปะสาขาต่างๆ คือ ทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม วรรณศิลป์ และศิลปะการแสดง
อาคารนี้มี 3 ชั้น จัดแสดงนิทรรศการทั้ง 3 ชั้น แต่พระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นจัดแสดงที่ชั้น 2 และชั้น 3
โดยเฉพาะที่ชั้น 2 ตรงกลางห้องเป็นจุดสำคัญของหออัครศิลปิน คือ ตั้งบุษบกที่ประดิษฐานพระราชลัญจกรประจำพระองค์บนพานแว่นฟ้า ฐานรอบบุษบกมีสื่อวีดิทัศน์แสดงพระราชประวัติ 9 ตอน เมื่อผู้ชมคุกเข่าระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติ
ฉากหลังเป็นจิตรกรรมไตรภูมิ ซ้าย-ขวามีกระจกแกะลายเทพชุมนุม สื่อความหมายว่าบรรดาเทพยดาทั้งปวงเข้าสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะสมมติเทพ
ที่ชั้น 3 เป็นชั้นที่อัศจรรย์ และเป็นแห่งแรกในเอเชียที่จัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านคีตศิลป์ และพระราชนิพนธ์เพลง โดยนำเสนอบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรูปแบบเสียง 3 มิติ (3D) พร้อมภาพยนตร์ 3 มิติ ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์
ภายในตู้กระจกยังแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ขณะทรงดนตรีอีกด้วย
ในส่วนของศิลปินแห่งชาติ ได้รวบรวมผลงานพร้อมทั้งประวัติศิลปินแห่งชาติทั้ง 3 สาขามาไว้ในที่เดียวกัน ผลงานของท่านเหล่านั้นเป็นมรดกของชาติที่ล้ำค่า เยาวชนและผู้สนใจใฝ่รู้ไปที่นี่เพียงแห่งเดียว ค้นคว้าหาความรู้ได้รอบด้าน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เห็นความเป็นมาของหออัครศิลปินอย่างสมบูรณ์ ขอนำข้อมูลที่ สมชาย เสียงหลาย (ปัจจุบันเป็นปลัดกระทรวงวัฒนธรรมแทน วีระ โรจน์พจนรัตน์ ที่ย้ายไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่เขียนคำนำไว้ในหนังสือที่ระลึกเนื่องในพิธีเปิดหออัครศิลปินมาเสนอ ดังนี้
เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 50 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2539 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างหออัครศิลปินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้ที่ราชพัสดุในการดูแลของกรมศิลปากร บนพื้นที่ 5 ไร่ ตั้งอยู่ ณ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นที่จัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมในฐานะทรงเป็น “อัครศิลปิน” และเพื่อสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ว่า “ผลงานของศิลปินแห่งชาติเป็นมรดกทางศิลปะอันล้ำค่าของชาติ เป็นเครื่องหมายแสดงอารยธรรมอันสูงส่งของชาติไทย ควรแก่การภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ผลงานของท่านเหล่านี้นับว่าจะสูญหายไปด้วยสาเหตุต่างๆ จึงจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องศึกษาผลงานของทุกท่านเหล่านี้ แล้วจัดทำเนียบขึ้นบัญชีอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติโดยส่วนรวมต่อไป”
หออัครศิลปินนอกจากเป็นสถานที่สำหรับจัดแสดงประวัติผลงานภูมิปัญญาของศิลปินแห่งชาติทั้ง 3 สาขา ประกอบด้วย สาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ และสาขาศิลปะการแสดง แล้วยังเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์และถ่ายทอดความรู้ของศิลปินแห่งชาติแก่ศิลปิน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย องค์ความรู้ ภูมิปัญญา แนวคิด และผลงานของศิลปินแห่งชาติ นอกจากนี้หออัครศิลปินยังเป็นสถานที่เกียรติยศ (Hall of Fame) สำหรับการเชิดชูเกียรติของบุคคลซึ่งเปี่ยมด้วยอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรม
ท่านผู้อ่านที่ต้องการไปชมพระบารมีและพระอัจฉริยภาพ และผลงานของศิลปินแห่งชาติทุกท่านตั้งแต่ พ.ศ. 2528 ถึงปัจจุบัน เชิญในวันและเวลาราชการ เพราะผลงานทุกชิ้นล้วนแต่เป็นต้นฉบับ หรือ Original ที่หาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว







