posttoday
ปราชญ์ วงศ์วรรณ งานกับเที่ยวเรื่องเดียวกัน

ปราชญ์ วงศ์วรรณ งานกับเที่ยวเรื่องเดียวกัน

25 พฤศจิกายน 2560

ถือว่าเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ สำหรับ ปราชญ์ วงศ์วรรณ

โดย โชคชัย สีนิลแท้ 

 ถือว่าเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ สำหรับ ปราชญ์ วงศ์วรรณ

 เพราะด้วยวัยเพียง 30 ปี ที่นอกจากจะเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกสมาคมของสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ ที่มีบทบาทในการผลักดันให้ธุรกิจอสังหาฯ ต่างจังหวัดให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีความทัดเทียมไม่น้อยหน้ากับธุรกิจอสังหาฯ ในเมืองหลวง

 ปราชญ์ ย้อนชีวิตอดีตให้ฟังว่า ครอบครัวไม่ได้ทำธุรกิจอสังหาฯ มาก่อน แต่ประกอบธุรกิจเกษตรทำใบยาสูบ ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ (ณรงค์ วงศ์วรรณ) หรือจะรู้จักในชื่อ บริษัท เทพวงศ์ ทำมานานกว่า 50-60 ปี และพอรุ่นลูกหลานก็เป็นเหมือนคนรุ่นใหม่ที่มี Passion หรือความชอบกับสิ่งใหม่ๆ

 เนื่องจากบรรพบุรุษจนถึงรุ่นพ่อแม่นั้นสามารถทำอาชีพเดิมได้ดีอยู่แล้ว จึงเป็นที่มาของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งหลังจากที่เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาโทที่ London School of Economics and Political Science (LSE) ประเทศอังกฤษ

ปราชญ์ วงศ์วรรณ งานกับเที่ยวเรื่องเดียวกัน

 พอกลับมาก็ทำงานอยู่บริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์ความยั่งยืนให้กับบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ก็เริ่มคิดจะทำธุรกิจของตัวเอง

 “ผมคิดมาตลอดว่าหากจะเริ่มธุรกิจอะไรของตัวเองจะต้องรีบๆ เริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะถ้าหากธุรกิจที่เริ่มทำล้มไปหรือมีปัญหาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ก็ยังกลับมาสู้กันใหม่ได้ ช่วงที่กลับจากอังกฤษแล้วทำงานไปด้วยก็ได้มีโอกาสไปลงเรียนคอร์ส RECU ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเรียนนอกเวลางาน โดยพื้นฐานของตัวเองมองว่าจะทำอะไรสักอย่างจะต้องมีความรู้จริง ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะทำเลยเพราะว่ามีเงิน

 ยิ่งการมาทำธุรกิจใหม่นั้นจะต้องมีการคุยกันกับพ่อแม่ว่าทำไมจะต้องมาทำธุรกิจนี้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าที่บ้านหัวสมัยเก่าจะทำธุรกิจอะไร จะต้องกู้เงินก็ทำแบบพอตัว เพราะเงินที่ใช้เป็นเงินของพ่อกับแม่ และที่ดินแปลงที่นำมาพัฒนาจะเป็นที่ดินของครอบครัว” ปราชญ์ย้ำ

 สิ่งสำคัญในการก้าวสู่ธุรกิจ คือการได้ปรึกษาคนรุ่นพ่อแม่จะได้ความใจเย็นและประสบการณ์ รวมไปถึงต้องคิดธุรกิจให้รอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการเงินนั้นจะต้องคิดเผื่อเหลือมากกว่าเผื่อขาด ปราชญ์ ชี้ว่า เพราะธุรกิจอสังหาฯ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ สภาพคล่องทางการเงิน

 “ถ้าผิดไปปุ๊บก็จะเด้งต่อหลายจุด สมมติว่าผิดนัดกับซัพพลายเออร์ที่ส่งสินค้าให้กับเรา เราก็จะไม่มีเงินไปให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง ซัพพลายเออร์ก็จะไม่ส่งของให้จะกระทบเป็นทอดๆ เพราะฉะนั้นหัวใจสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ คือการจัดการเรื่องการเงินให้ดี” 

ปราชญ์ วงศ์วรรณ งานกับเที่ยวเรื่องเดียวกัน

 โครงการแรกที่พัฒนาเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ชื่อไวซ์ ซิกเนเจอร์ เชียงใหม่ ในนามบริษัท ไวซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ที่ อ.ดอยสะเก็ด พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวเริ่มเปิดขายตั้งแต่ปี 2557 จำนวน 53 ยูนิต เน้นกลุ่มบีบวก กลางขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่กว่า 5 ล้านบาท พัฒนาบ้านหลังใหญ่ 80 ตารางวาขึ้นไป

 “ต่างจากบ้านจัดสรรปกติที่มีเนื้อที่ 50 ตารางวา เนื่องจากการที่เข้าสู่ธุรกิจจึงต้องการจะแข่งขันในตลาดที่สามารถแข่งขันได้ ถ้าจะพัฒนาโครงการแรกที่แข่งขันเรื่องต้นทุนต่ำเลย ผมคิดว่าจะไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากนักพัฒนาอสังหาฯ ที่เป็นคนท้องถิ่นจะเก่งมากในการพัฒนาบ้านที่มีต้นทุนต่ำ

 อีกทั้งสินค้าที่บริษัทพัฒนาไม่ใช่กลุ่มที่ขายสินค้าได้ดีที่สุดในเชียงใหม่ เพราะกลุ่มที่ขายได้ดีจะอยู่ที่ราคา 2-3 ล้านบาท แต่ด้วยความที่ไม่อยากแข่งเรื่องต้นทุนเพราะพัฒนาโครงการแรก จึงอยากทำโครงการที่ทำแล้วสบายใจ ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องการคุมราคาแล้วเหนื่อยใจอยากใส่ของดีเข้าไปเลย ทำในสิ่งที่เราต้องการอยู่เอง

 ปัจจุบันการขายผ่านมาได้ครึ่งทางแล้ว ซึ่งก็รู้อยู่ว่าโครงการแบบนี้จะไม่สามารถขายได้รวดเร็วนัก ก็จะมีกลุ่มผู้ซื้อก็เทียบโครงการเจ้าใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ และยิ่งเป็นแบรนด์โลคัลก็ต่อสู้พอสมควร แต่เมื่อพัฒนามาแล้วก็เห็นกลุ่มผู้ซื้อจากกรุงเทพฯ มาซื้อเกือบ 50% ของโครงการ และซื้อไว้เป็นบ้านหลังที่สอง ทั้งหมดจะสร้างเสร็จก่อนขายโดยยังอยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 8 หลัง” ปราชญ์ขยายรายละเอียด

 หลังจากได้มาเทกคอร์สทางด้านอสังหาฯ เพิ่มเติม ปราชญ์ ก็ได้มาเจอกับหุ้นส่วนใหม่ จึงได้เริ่มมาพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ โครงการแรกอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก 32 เป็นทาวน์โฮม ชื่อโครงการดิ ออเตอร์

ปราชญ์ วงศ์วรรณ งานกับเที่ยวเรื่องเดียวกัน

 “เป็นบริษัทร่วมทุนกับเพื่อนที่เจอกันจากหลักสูตรเอบีซี ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งได้เข้ามาเรียนเป็นรุ่น 2 ก็ได้เพื่อนในแวดวงเดียวกันหลายคน อีกคนจะทำอสังหาฯ ที่นนทบุรี อีกรายเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างจึงค่อนข้างลงตัว โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้เก่งเรื่องการก่อสร้าง แต่มีความชอบเรื่องการออกแบบตกแต่งมากกว่า ชอบมาแต่เด็กๆ แต่ไม่ได้จะเลือกเรียนทางด้านสถาปัตยกรรม”

 นอกจากนี้ ปราชญ์ บอกว่าด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ ไม่เหมือนกับคนรุ่นก่อนที่จะต้องเป็นผู้ที่ทำงานจนมีความชำนาญเฉพาะทาง โดยพยายามต่อยอดไปเรื่อย

 “อย่างทำธุรกิจจากปลายน้ำ ต้องมาทำกลางน้ำและต้นน้ำ แต่เป็นคนที่มีความชอบหลากหลาย เนื่องจากเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวจึงเห็นไอเดียหลากหลาย ไม่ใช่แค่อสังหาฯ หรือแม้ทางด้านการเกษตร ประเทศไทยยังมีความได้เปรียบ เมืองไทยยังมีจุดแข็งที่เป็นเมืองของโลกในด้านอาหารและการส่งออก

 ศึกษาไปยังธุรกิจท่องเที่ยวก็ยังสนใจ เพราะว่าท้ายที่สุดเมืองไทยก็ยังต้องขายเรื่องท่องเที่ยว โดยมองโอกาสธุรกิจท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่จะเข้าไปได้ แต่ถ้าเป็นโรงแรมก็อาจจะไม่เพราะว่าใกล้เคียงกับธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งไม่ได้ชอบมากนักเนื่องจากต้องมีเรื่องการบริหารและการใช้คน แต่ก็มองว่าเป็นการขายสินค้าเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

 พยายามทำตัวให้รู้ลึก แต่ไม่ปิดโอกาสตนเอง คือพูดเสมอว่าอย่าทำตัวเองเป็นน้ำเต็มแก้ว เราต้องพยายามหาแก้วใหม่มาเรื่อย ๆ จะทำอะไรก็ต้องมุ่งมั่นให้มากที่สุด แต่ก็ต้องเอาแก้วอื่นๆ มาวางเพิ่มได้ อาจจะมีแก้ว ในการทำธุรกิจการเกษตร ธุรกิจท่องเที่ยว แต่จะสำเร็จได้นั้นจะต้องพยายามใฝ่หาความรู้ อีกทั้งความที่เป็นคนไฮเปอร์ เพราะฉะนั้นการจะทำอะไรที่จดจ่อนานๆ จะไม่ค่อยเวิร์กสำหรับตนเอง จะต้องทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เพราะบางครั้งไอเดียสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอีกธุรกิจได้” ปราชญ์กล่าว

 หลายครั้งที่ปราชญ์เดินทางท่องเที่ยว แต่ไปเจออสังหาฯ ดีไซน์รูปแบบที่มองแล้วออกมาดี ก็มองว่าโครงการหน้าก็ต้องการเอาแนวคิดที่เห็นเข้าไปใส่ เป็นสิ่งที่ส่งเสริมกันได้ด้วย

ปราชญ์ วงศ์วรรณ งานกับเที่ยวเรื่องเดียวกัน

 “คิดว่าเด็กรุ่นใหม่น่าจะเป็นแบบนี้ค่อนข้างเยอะ และด้วยความที่ยังพอมีเวลาที่จะจัดสรรได้ บางทีเพื่อนๆ ที่ทำงานบริษัทอื่น ก็จะมีช่วงเวลาที่เขาหยุด ก็มีโอกาสท่องเที่ยวด้วยกันเยอะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างต่างประเทศต้องการไปประเทศที่ท่องเที่ยวยากนิดหนึ่ง เพราะมองว่ายังมีกำลังอยู่จึงอยากไปประเทศที่ต้องใช้แรง อย่าง ทิเบต หรือจอร์แดน อินโดนีเซีย ขึ้นไปดูภูเขาไฟโบรโม จากก่อนหน้านี้ได้ผ่านท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ตื่นตาตื่นใจ อย่างฝรั่งเศส อิตาลี มาแล้ว

 การท่องเที่ยวได้เรียนรู้หลายๆ อย่างได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น เมื่อครั้งเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ได้เดินจากเซ็นทรัลพาร์ค มาถึงอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ระยะทางหลายกิโลเมตร ทำให้ย้อนคิดว่ามีสิ่งใดที่ยังไม่ทำอะไร กลับไปอยากจะเริ่มต้นทำอะไร ต้องการปรับเปลี่ยนอะไร เป็นเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง

 การท่องเที่ยวทำให้ได้คิดทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ทั้งๆ ที่ไม่ต้องคิดอะไร แต่มันกลับกลายเป็นว่าเราได้คิดเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น โดยในปีหนึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะท่องเที่ยวกี่ครั้ง แต่เมื่อมีโอกาสจะไป อย่างปีก่อนไปท่องเที่ยวประมาณ 6-7 แห่ง และก็มีหลายครั้งที่ไปท่องเที่ยวพ่วงกับการทำงานของบริษัทเป็นส่วนใหญ่” ปราชญ์ เล่าอย่างสนุก

 สิ่งที่สำคัญการที่มาทำธุรกิจอสังหาฯ ปราชญ์มองว่ายังได้รับความไว้วางใจให้มาทำงานให้กับสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ ก็ต้องช่วยเรื่องการพัฒนาเมืองอย่างที่ผ่านมา ต้องการนำความรู้มาให้กับบรรดาผู้ประกอบการมากขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเน้นแข่งในเรื่องราคาท่าเดียว ท้ายที่สุดจะเป็นการทำธุรกิจไม่ยั่งยืน ต้องแข่งกันที่การพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า กิจกรรมส่วนใหญ่จึงเป็นการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้

 “พอรวมตัวกันได้ภาครัฐของจังหวัดจึงเห็นความตั้งใจจริง ไม่ใช่หาผลประโยชน์เข้าตัว ก็ถูกรับเชิญจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. สนับสนุนให้ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดซึ่งจะได้อีกมุมมองในการพัฒนา ซึ่งจะดีต่อการพัฒนาจังหวัดระยะยาว เนื่องจากจะรับทราบความต้องการของคนระดับท้องถิ่นส่งขึ้นไปสู่ระดับบน จะเป็นอีกมุมมองในการพัฒนาเมืองที่สร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง” ปราชญ์ปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท