posttoday
หัวหิน

หัวหิน

01 ตุลาคม 2553

เมื่อปลายเดือน ก.ย.นี้มีเรื่องต้องไปอยู่ที่หัวหิน ก็มาจากที่ลูกชายกลับมาเยี่ยมเมืองไทย

เมื่อปลายเดือน ก.ย.นี้มีเรื่องต้องไปอยู่ที่หัวหิน ก็มาจากที่ลูกชายกลับมาเยี่ยมเมืองไทย

เรื่อง / ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์

หัวหิน

เมื่อปลายเดือน ก.ย.นี้มีเรื่องต้องไปอยู่ที่หัวหิน ก็มาจากที่ลูกชายกลับมาเยี่ยมเมืองไทย เขาตั้งใจก่อนที่จะมาถึงเลยว่าจะไปอยู่ที่หัวหิน เขาก็รู้เหมือนฝรั่งว่าเมืองไทยนั้นมีทะเลให้เที่ยวหลายที่ดีๆ ทั้งนั้น และหัวหินก็เป็นที่หนึ่งในจำนวนนั้น เป็นที่ที่มีทะเลสวยหาดทรายขาวกว้าง มีโรงแรม สปา สุดยอดของโลก มีอาหารจากทั่วทุกมุมโลกให้กิน มีที่เที่ยว มีตลาดกลางคืนที่ต้องไปเดินดูชีวิตผู้คน ที่สำคัญห่างจากกรุงเทพฯ นิดเดียว ถนนก็ดี เดี๋ยวเดียวถึง นั่นเป็นการมองหัวหินจากคนนอกครับ

สำหรับผมที่เป็นคนใน และดันทะลึ่งมีสันดานขวางๆ อยู่ มองหัวหินแบบผ่านๆ อาจจะเป็นเพราะว่ารู้จักหัวหินมานาน เห็นหัวหินที่ไม่เหมือนหัวหินในปัจจุบัน แล้วผมเป็นคนประเภทยึดติดไม่ชอบอะไรที่เหมือนกรุงเทพฯ อีกอย่างเกิดชอบเที่ยวแบบค้นหาที่ดิบๆ ใหม่ๆ เลยผ่านไปอยู่สามร้อยยอดบ้าง ไปประจวบฯ ไปคลองวาฬ อ่าวแม่รำพึง หลายครั้งก็ทะลุไปถึงชุมพร ที่จริงวัยอย่างผมนี่เลยวัยที่เที่ยวบุกตะบี้ตะบันแล้ว ขับรถวันละ 2300 กิโลนั้นไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งสายตาและความคล่องแคล่วและสภาพการใช้รถใช้ถนนก็ไม่เหมือนสมัยก่อน

ฉะนั้น เมื่อห่างเหินและมองข้ามหัวหินไปจึงเหมือนเป็นคนไม่รู้จักหัวหิน ไม่รู้จักที่อยู่ที่กินอะไรเลย ผมไปสมทบกับลูกชายที่เขาไปอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ซึ่งกลับกลายเป็นว่าที่พักเขาก็เป็นคนเลือก ร้านอาหารเขาก็รู้ว่าร้านไหน อร่อย กลางคืนไปกินขนม ไอศกรีมเจ้าไหน เป็นอย่างนั้นไป

เราไปอยู่ที่โรงแรม Rest Detail Hotel หัวหินซอย 19 เป็นโรงแรมขนาดพอดี ติดทะเล ออกแบบสวย ที่พร้อมทั้งความหรูทันสมัยและความเป็นสัดส่วน ความที่เป็นโรงแรมขนาดพอดีๆ มีห้อง 50 กว่าห้องเท่านั้น ถึงจะมีคนพักเยอะก็ไม่พลุกพล่าน มีความสบายๆ แถมการบริการดีอีกด้วย เลยเป็นที่น่าพัก แล้วพักแบบพักผ่อนทั้งวันไม่ต้องไปที่ไหนก็ยังได้ สำหรับผมนั้นถูกใจอาหารเช้าเป็นพิเศษ อร่อยและมีอาหารให้เลือกเยอะ อีกอย่างที่ชอบที่นี่เพราะก่อนหน้านี้ 23 อาทิตย์ไม่ได้ไปไหน ทำงานลูกเดียว สมองชักจะล้าตีบตันเหมือนไขลานตลอดเวลา ลานกำลังจะขาดรำมะร่อ เมื่อเจอที่ให้นั่งนิ่งๆ สบายๆ จึงว่าคุ้มค่า ถึงจะแพงสักหน่อย กระเป๋าอาจจะแฟบ แต่ยังไม่ถึงกับพัง

ผมยังไปได้รู้จักร้านอาหารมื้อเที่ยงชื่อร้านบ้านอิสระ อยู่ถนนแนบเคหาสน์ ซึ่งที่จริงร้านเขาดังอยู่แล้วขนาดกลางวันยังต้องจองโต๊ะ ผมเองเท่านั้นที่ไม่รู้จัก มีอาหารอร่อยครับ ที่ผมกินมีเนื้อปูผัดผงกะหรี่ หอยเชลล์ผัดซอสโหระพา เห็นว่าเป็นอาหารประจำร้าน แล้วมีพล่ากุ้ง ข้าวผัดกุ้งอีกหนึ่งจาน อร่อยดี สำหรับราคานั้นกินกัน 4 คนก็สมราคาเกือบเย็นมานั่งกินลมชมทะเลเลยนึกถึงเรื่องราวของหัวหิน ซึ่งถ้าพูดถึงความเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลของเมืองไทยทั้งหมดแล้ว หัวหินเก่าที่สุด ซึ่งก็แปลว่าเป็นเมืองตากอากาศของคนกรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่มีถนนไปถึงด้วยซ้ำไป
ต้องไปรถไฟอย่างเดียวครับ สำหรับเรื่องรถไฟนี่ก็สนุก เรื่องของเรื่องคือ เมื่อไทยเราสร้างทางรถไฟขึ้นเหนือแล้ว ซึ่งจะขึ้นไปถึงเมืองเหนือแล้วหรือยังผมไม่แน่ใจ แต่ก็มีแผนสร้างทางลงใต้ในเวลาใกล้เคียงด้วย เป็นธรรมดาว่าก่อนสร้างต้องมีการสำรวจ ส่องกล้อง วางแนวทางรถไฟ ซึ่งคนทำนั้นเป็นวิศวกรฝรั่ง ส่วนจะเป็นอังกฤษหรือเยอรมันไม่แน่ใจอีก สำหรับทางขึ้นเหนือนั้นการสำรวจ การก่อสร้าง เป็นฝีมือเยอรมันแท้จริง

การสำรวจ ส่องกล้อง วางแนวทางรถไฟนั้น จากกรุงเทพฯ นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ก็ผ่านป่า ข้ามแม่น้ำ คลอง ไปเรื่อยๆ แล้วสมัยก่อนมันรกชัฏ แล้วร้อนอีกต่างหาก ผ่านชะอำก็ยังเป็นป่าอยู่ จนมาถึงหัวหินนี่แหละที่เป็นจุดพักตั้งแคมป์ ฝรั่งคนสำรวจนั่นคงได้ไอทะเล ก็ลุยตัดป่าลงไปนิดเดียว พอโผล่จากป่าไปเห็นทะเลเข้าก็เหมือนโอเอซิส ยังดิบๆ บริสุทธิ์ น่าจะยังไม่มีหมู่บ้านชาวประมงด้วยซ้ำไป เพราะไม่มีช่องหลบลมทะเลของเรือประมง

ฉะนั้นตรงจุดนี้เองเลยก็ให้เป็นสถานีรถไฟที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดแรกที่ใกล้ทะเลที่สุด เมื่อเทียบกับจุดอื่นๆ จากจังหวัดอื่นที่ผ่านมา เมื่อทำเลเรียกว่าใช่เลย ทะเลก็สวย กว้างสุดลูกหูลูกตา เจ้าฟ้าผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และเจ้านายหลายพระองค์จึงพ้องกันให้เป็นเมืองตากอากาศ หลายพระองค์จับจองที่ดินริมทะเลและสร้างพระตำหนัก แล้วมีสนามกีฬา หรือสนามกอล์ฟตามมา แล้วก็มีโรงแรมชั้นเยี่ยมตามมาด้วย ตอนนั้นเมืองไทยมีโรงแรมชั้นหนึ่ง 5 ดาว 2 โรงแรม คือ โรงแรมราชธานี อยู่ในสถานีรถไฟหัวลำโพง อยู่ตรงระเบียงชั้นสองของสถานีรถไฟ และโรงแรมรถไฟหัวหิน ซึ่งสถาปัตยกรรมนั้นก็ออกแบบโดยฝรั่ง เป็นอาคารขนมปังขิง หรือเรียกว่าเป็นสถาปัตยกรรมยุคสมัยวิกตอเรียน เป็นอาคารไม้โปร่งสูงมีระเบียงกว้าง อุปกรณ์ตกแต่งมาจากเมืองนอกทั้งนั้น เช่น พัดลม ไฟเพดาน ไฟทางเดิน ลูกบิดประตู อุปกรณ์ห้องน้ำ

หัวหิน

โรงแรมรถไฟหัวหินนี้เป็นที่พักทั้งฝรั่งและคนชั้นสูงระดับเจ้านาย มีสโมสร บาร์ พนักงานโรงแรมนั้นต้องใส่ราชปะแตนสีขาว และมีอาหารฝรั่งบริการ พวก จาน ชาม เป็นเซรามิกอย่างดี ช้อน ส้อม เหยือกน้ำ ถาด เป็นเครื่องเงินเงาแวบ ถ้วยแก้ว ถ้วยไวน์ เป็นแก้วเจียระไนอย่างดี ของนอกทั้งนั้น

นั่นเป็นที่หัวหินครับ ที่ต้นทางคือสถานีหัวลำโพงก็ไม่เบา ในหน้าร้อนถ้าวังไหน บ้านไหนไม่ไปตากอากาศที่หัวหินเรียกว่าเชยหรือขี้เหนียว แต่ละครอบครัวที่จะขึ้นรถไฟนั้นเป็นขบวนใหญ่มาก ลำพังเจ้านาย ลูกหลาน เยอะแยะแต่งตัวสุดหรูประกวดประชันกันน่าดู ยังมีข้าทาสบริวารอีกพะเรอเกวียน แม่ครัว คนซักเสื้อผ้า รีดผ้า ปัดกวาดเช็ดถู ข้าวของอย่างดีก็ขนกันไป เรียกว่าเอิกเกริกกันทั้งหัวลำโพง

เมื่อไปถึงหัวหิน ต้องมีรถม้าส่วนตัวมารับ เวลาอยู่ที่นั่นก็มีการนัดกันมาปาร์ตี้ที่สโมสรโรงแรมรถไฟ ก็เรียกว่าเป็นรูปแบบสังคมชั้นสูง เรียบๆ แต่หรู ตอนนั้นยังไม่มีแจ๊ซริมชายหาดครับ

นั่นเป็นยุคเริ่มแรก ต่อๆ มาหัวหินก็ไม่เคยตกกระแส ขนาดมีพัทยาผุดขึ้นมาแทรกโด่งดัง หัวหินยังเป็นเมืองตากอากาศถาวร ผมเองยังเคยพักโรงแรมรถไฟแบบดั้งเดิม ยังไม่เป็นโซฟิเทลในทุกวันนี้ ไปพักดูย้อนยุคขลังดี เคยเดินถนนนเรศดำริห์ ที่ตอนนี้มีร้านอาหารทุกประเทศ มีร้านขายของเยอะแยะนั่นแหละ สมัยที่ผมเดินนั้นเป็นบ้านชาวประมง ด้านที่ติดทะเลเป็นบ้านมุงจากเตี้ยๆ ปลูกติดกับพื้น จำได้ว่าทำปลาเค็มตากแห้ง กลิ่นฉึ่งอบอวลไปทั้งหมู่บ้าน มีบ้านชาวบ้านเป็นเรือนไทย มุงจาก สลับห้องแถวไม้ พอต่อๆ มาก็ไปพักแถวเขาตะเกียบ ที่นั่นเงียบสงัดถนนก็โขยกเขยก แต่สวยจับจิต มีร่มต้นสนยาวสุดตา ไปพักบังกะโลที่นั่น ถึงเล็กแต่มีอุปกรณ์เครื่องครัวพร้อม เรียกว่าพักแล้วทำกินอยู่ที่นั่นไม่ต้องไปไหน เป็นการพักผ่อนจริงๆ
อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นครับว่า ห่างเหินหัวหินไปนาน ไม่นึกว่าจะได้กลับมาพักผ่อนอีกครั้งในครั้งนี้นี่เอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท