
กาแฟแบบแฟร์ๆ
บางครั้งรสชาติอาจจะไม่ได้มาก่อนความรู้สึกดีๆ ...แต่ถ้าจะให้เยี่ยมยอดรสชาติกับความรู้สึกดีๆ ควรจะมาพร้อมกัน
บางครั้งรสชาติอาจจะไม่ได้มาก่อนความรู้สึกดีๆ ...แต่ถ้าจะให้เยี่ยมยอดรสชาติกับความรู้สึกดีๆ ควรจะมาพร้อมกัน
เรื่อง รอยนวล
บางครั้งรสชาติอาจจะไม่ได้มาก่อนความรู้สึกดีๆ ...แต่ถ้าจะให้เยี่ยมยอดรสชาติกับความรู้สึกดีๆ ควรจะมาพร้อมกัน
อาจเพราะคิดอย่างนั้นทำให้ “คอฟฟี่เลิฟเวอร์” หลายๆ คนเลือกที่จะดื่มกาแฟดีๆ ที่มีสัญลักษณ์ “แฟร์เทรด” รับรอง
แฟร์เทรด คือ ตราสัญลักษณ์ที่ Fairtrade Labelling Organizations International (FLO) เป็นคนดูแล รับรอง และออกให้กับสินค้าที่ถูกระเบียบขององค์กร (ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะมาก)
เมื่อเห็นสัญลักษณ์นี้ผู้บริโภครู้ได้โดยพลันว่า สินค้าชนิดนั้นๆ ผลิตขึ้นมาอย่างชอบธรรม รายได้จากการจำหน่ายไปถึงมือผู้ผลิตรายย่อย ทั้งช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น
สินค้าแฟร์เทรดไม่ได้มีเฉพาะกาแฟ ทว่าเพราะกาแฟเริ่มในปี 1988 เมื่อมูลนิธิแม็กซ์ ฮาเวลาร์ ของเนเธอร์แลนด์ นำกาแฟจากกัวเตมาลามาขายในยุโรป เพื่อช่วยให้เกษตรกรได้รับค่าตอบแทนจากการขายผลิตผลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง นี่คือต้นแบบและที่มาของการค้าแบบแฟร์เทรด ซึ่งเติบโตและได้รับมากขึ้นในเวลาต่อมา
ปัจจุบันในบางประเทศ เมื่อลูกค้าไปสั่งกาแฟพนักงานก็จะถามว่า รับกาแฟธรรมดาหรือกาแฟแฟร์เทรด เพราะวันนี้มีคนจำนวนหนึ่งไม่ได้ต้องการเพียงแค่ดื่มกาแฟอร่อยๆ แต่พวกเขาต้องการกาแฟที่ทำให้รู้สึกดี อาจจะต้องจ่ายแพงกว่า แต่ก็ยินดีที่จะจ่าย เพราะรู้ว่าเงินของพวกเขาจะไปช่วยให้ชีวิตของเกษตรกรผู้ยากจน โดยเฉพาะในประเทศโลกที่ 3 ดีขึ้น
จากผลการสำรวจ ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้เลือกซื้อกาแฟจากโครงการแฟร์เทรด แต่เลือกกาแฟที่พวกเขาชอบในรสชาติมากกว่า หากดูจากตัวเลขแล้วก็มีแนวโน้มว่า ธุรกิจกาแฟซึ่งแฟร์เทรดรับรองนั้นมีวี่แววจะเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกปีทั่วโลกจะผลิตกาแฟออกมามากราว 7 ล้านตัน และมีจำนวนราว 4 หมื่นตัน ที่เป็นสินค้าแฟร์เทรด ประเทศที่ประชาชนให้ความสนใจกับสินค้าแฟร์เทรดมากก็คือ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ ทุกวันนี้แบรนด์ดังของโลกยกตัวอย่างเช่น สตาร์บัคส์ ก็มีสินค้าแฟร์เทรดจำหน่ายในร้านด้วย
ที่สำคัญ คือ สินค้าแฟร์เทรดไม่ควรเป็นเพียงแค่ความนิยมอย่างฉาบฉวย ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคควรจะคำนึงถึงเป้าหมายอันแท้จริงของแฟร์เทรดว่า เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้เกษตรกรรายย่อยไม่ให้ถูกกดขี่ รวมไปถึงช่วยให้พวกเขาลดการใช้สารเคมี ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม และสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
นอกจากแฟร์เทรดยังมีกาแฟที่เรียกว่า Shade Grown หรือ Bird Friendly ซึ่งปลูกภายใต้เงาของต้นไม้ เป็นการส่งเสริมให้ชาวไร่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องตัดต้นไม้เพื่อทำไร่กาแฟ ผลตามมาคือ นกรวมทั้งสิงสาราสัตว์ทั้งหลายสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ว่ากันว่า กาแฟที่ปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่เติบโตได้ช้า ให้ผลผลิตน้อย ทว่ามีรสชาติดี...เห็นทีต้องไปหามาพิสูจน์ซะแล้ว
เอาเป็นว่า...ใครอยากดื่มกาแฟพร้อมความรู้สึกที่ดี (ยิ่งขึ้น) ก็อย่าลืมมองหาสัญลักษณ์แฟร์เทรดบนซองกาแฟนะจ๊ะ







