จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 รำลึก 11 ปีของการอนุรักษ์
ผ่านพ้นไปถึง 11 ปีเต็มแล้ว สำหรับภารกิจภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
เรื่อง : พริบพันดาว
ผ่านพ้นไปถึง 11 ปีเต็มแล้ว สำหรับภารกิจภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานให้กรมศิลปากรเชิญมาอนุรักษ์นั้นมีทั้งหมด 104 องค์
หลังจากดำเนินการอนุรักษ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในปี 2549 กรมศิลปากรได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญจิตรกรรมฝีพระหัตถ์จำนวน 30 ภาพ ไปจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง "จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และในส่วนภูมิภาค 4 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา และสุพรรณบุรี เพื่อให้ประชาชนในภูมิภาคได้ชื่นชมภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ และพระอัจฉริยภาพของพระองค์
นับได้ว่าคนไทยน้อยคนนักที่จะได้เห็นภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 องค์จริงกัน
หากย้อนกลับในอดีต ครั้งแรกที่มีการอัญเชิญจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาจัดแสดง คือ งานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 เมื่อปี 2506 โดยครั้งนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน "ภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์" เข้าร่วมแสดง 6 ภาพ ได้แก่ กุหลาบไทย มือแดง ชอบเขียน วัฏฏะ ต่อสู้ และเขียนที่ภูพิงค์
ครั้งที่ 2 ตอนเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จัดแสดงทั้งหมด 47 ภาพ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
ต่อมามีการจัดนิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 อีกหลายครั้ง โดยปี 2542 ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้มีการจัดนิทรรศการศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน จัดแสดงจำนวน 60 ภาพ
และครั้งหลังสุดเมื่อปี 2549 หลังการอนุรักษ์เสร็จสิ้น
พระราชอัจฉริยภาพด้านทัศนศิลป์จิตรกรรมของในหลวง รัชกาลที่ 9 ปัญญา วิจินธนสาร อดีตคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงภาพฝีพระหัตถ์ว่า
"เฉพาะในแง่ของงานจิตรกรรมนั้น ทรงใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์งานได้ตามหลักวิชาการ คิดว่าท่านทรงเริ่มต้นจากภาพเหมือนจริง ภาพหุ่นนิ่ง ซึ่งทรงใช้พระจินตนาการส่วนพระองค์ร่วมด้วย...จากนั้นก็ทรงคลี่คลายมาสู่ศิลปะภาพสมัยใหม่ ภาพกึ่งนามธรรม ภาพแนวนามธรรม และภาพในคตินิยมแบบเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์"
ช่วงปี 2502-2510 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงงานจิตรกรรมอย่างต่อเนื่อง จากนั้นทรงว่างเว้นเพราะมีพระราชกรณีกิจมากมาย จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ส่วนใหญ่จึงมีอายุไม่น้อยกว่าครึ่งศตวรรษ หลังการอนุรักษ์ได้เก็บรักษาไว้ที่วังสวนกุหลาบ พระราชวังดุสิต ฝ่ายราชพัสดุชาวที่ กองชาวที่ สำนักพระราชวัง และมีสำเนาจิตรกรรมฝีพระหัตถ์กว่า 40 องค์ พร้อมองค์จริง 4 องค์ อยู่ที่หออัครศิลปิน จ.ปทุมธานี ซึ่งเปิดแสดงถาวรให้ชมพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะของพระผู้เป็นองค์อัครศิลปิน
กรมศิลปากร ร่วมมือกับคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ขึ้นเมื่อปี 2537 และดำเนินการอนุรักษ์จนถึง 2549 ได้ทั้งหมด 104 ภาพ รวมแล้วใช้เวลาถึง 12 ปีเต็ม
สมศักดิ์ แตงพันธ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง และประติมากรรมติดที่ กรมศิลปากร ที่เป็นแรงหลักอนุรักษ์จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ครั้งใหญ่ปี 2537 ไม่เพียงประทับใจความสนพระราชหฤทัยในงานจิตรกรรมไม่จำกัดแนว หากเบื้องหลังการอนุรักษ์ยังเผยให้เห็นการประดิษฐ์กรอบเฟรมโดยใช้เพียงอุปกรณ์ใกล้ตัว ทั้งคลิปหนีบกระดาษ หรือหมุดยึดผ้าใบกับแผ่นไม้ สะท้อนการทรงงานจิตรกรรมอย่างเรียบง่ายด้วยพระองค์เองตั้งแต่ขั้นตอนแรก ซึ่งสมศักดิ์บันทึกขั้นตอนอนุรักษ์เป็นภาพถ่ายรวมเล่ม เป็นทั้งองค์ความรู้และแรงบันดาลใจจากพระราชา
การซ่อมแซมภาพฝีพระหัตถ์ บางองค์อาจต้องเปลี่ยนไม้กับกระดาษอัดบ้าง บางองค์ต้องซ่อมแซมกรอบ ซึ่งเป็นกรอบที่ไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงงานเอง กรอบที่ชำรุดก็รักษาไว้และใส่กรอบนอกอีกชั้น เพื่อเก็บรักษาร่องรอยการทำงานของพระองค์ท่าน ภาพบางองค์มีคลิปหนีบอยู่บนเฟรม หรือบางองค์เป็นภาพเล็ก ซึ่งพระองค์ท่านทรงตัดผ้าใบมาขึงบนเฟรมแล้วทรงใช้ตะปูกด ทางฝ่ายอนุรักษ์ก็ไม่ได้แตะต้อง เพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องเป็นหลักฐานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ศิลปะ
ผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงเวลาต่างๆ กัน สะท้อนถึงพระเกียรติคุณแห่งพระองค์ทางด้านศิลปกรรม แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ ภาพเหมือนจริง (Realistic) ภาพที่สร้างสรรค์ตามคตินิยมแบบเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (Expressionism) ภาพนามธรรม (Abstractionism)
ในหนังสือ "จิตรกรรมฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ของกรมศิลปากร ม.จ.การวิก จักรพันธุ์ ประทานข้อสังเกตเกี่ยวกับจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่า ได้ทรงเริ่มวาดภาพเหมือนซึ่งเหมือนจริงและละเอียดมาก แต่ต่อมาได้ทรงวิวัฒน์เข้ากับภาพของจิตรกรรมสมัยใหม่ และทรงค้นคว้าหาทางใหม่แปลกๆ ที่จะแสดงออกซึ่งความรู้สึกของพระองค์ โดยไม่ต้องกังวลกับความเหมือน อันจะมีอิทธิพลบีบบังคับไม่ให้ปล่อยความรู้สึกออกมาได้อย่างอิสระ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นศิลปินโดยแท้ ทรงชื่นชมในงานของศิลปินอื่นเสมอ และไม่เคยทรงพอพระราชหฤทัยกับผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์ หรือกรรมวิธีที่ทรงใช้ในการวาดภาพ และแม้ว่าพระองค์โปรดการค้นคว้าวิธีการสร้างสรรค์งานศิลปะแบบใหม่อยู่เสมอ กระนั้นจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระองค์ยังคงแฝงลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์


