
น่านน่ะสิ
.....หนูดี
– วนิษา เรซต้นฉบับสัปดาห์นี้ ส่งมาจากเมืองเหนืออีกแล้วค่ะ หนูดีขึ้นมาทางเหนือบ่อยกว่าภาคอื่นๆ จนจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นสาวเหนืออยู่แล้ว นอกเหนือจากมูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาจะรับอุปการะเด็กๆ ชาวเขาที่ อ.แม่แตง แล้ว หนูดียังขึ้นมาบรรยายเรื่องราวของสมองอยู่เรื่อยๆ ครั้งล่าสุดนี้ หนูดีได้รับเชิญโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อขึ้นมาบรรยายให้นักเรียนมัธยมทั่วจังหวัดน่านฟังเป็นจำนวน 2,000 คน ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว
ครั้งแรกที่ขึ้นมา จ.น่าน เมื่อปีที่แล้ว หนูดียังไม่เคยมาน่านมาก่อนเลยแต่เมื่อขึ้นมาได้เห็นเมืองก็ประทับใจในความสวยงามของภูเขา ของอากาศและความน่ารักของผู้คน และยิ่งประทับใจในความใสและตั้งใจเรียนของเด็กๆ ที่สมัครกันเข้ามาล้นหลาม ในปีแรกนั้น เรามีพื้นที่ห้องประชุมให้เด็กนักเรียนได้ 1,000 คน แต่ในปีที่สอง ทางทีมงานต้องเปลี่ยนสถานที่เพื่อรองรับน้องๆ จำนวนมากขึ้น เราพูดคุยปรึกษางานกันล่วงหน้าเป็นปี จนสรุปกันออกมาได้ว่า การสัมมนาเต็มวันของเรานั้น จะเป็นไปใน 4 หัวข้อ ก็คือ
สมองทำงานอย่างไร และเราควรทำตัวใช้ชีวิตอย่างไรให้สอดคล้องกับการทำงานของสมอง
ความจำทำงานอย่างไร
อ่านเร็ว ได้ใจ
– เป็นเรื่องราวของการฝึกอ่านเร็ว สำหรับนักเรียนที่ต้องอ่านเยอะๆฝึกการจดบันทึกที่ทรงพลัง
เนื้อหาที่หนูดีเลือกไปนั้น ไม่ง่ายและไม่เบาเลย แต่เป็นเรื่องจำเป็นและเป็นเรื่องที่หนูดีคิดว่า ถ้าเด็กๆ ได้เรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาต้นๆ ก็จะทำให้เขาได้เปรียบคนอื่นตั้งแต่อายุน้อยๆ ว่าไปแล้ว ตอนหนูดีอายุเท่าพวกเขาหนูดีเองยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้เลย ก็ต้องนับว่าเด็กรุ่นๆ นี้โชคดีกว่ารุ่นหนูดีมาก และที่น่าทึ่งมากก็คือ เด็กๆ เรียนได้ค่ะ เขาฟังได้แบบไม่ง่วง ตั้งใจจด ตั้งใจทำแบบฝึกหัดตลอด 7 ชั่วโมงของการบรรยาย ทั้งๆ ที่อายุเฉลี่ยของพวกเขา อยู่แค่มัธยมศึกษาปีที่สองเท่านั้นเอง ตอนจบการบรรยายหนูดีบอกให้แอดเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เข้ามา เพราะมีคำถามมากมายที่หนูดียังไม่ได้ตอบน้องๆ จะได้ตอบกันผ่านทางเทคโนโลยียุคใหม่ เห็นโพสต์แล้วอมยิ้มเลยค่ะ เช่น
“เด็กน่านรายงานตัว” หรือ “หนูจะนำที่พี่หนูดีสอนไปทำดูนะคะ”เมื่อไปน่านในปีแรกหนูดีก็เริ่มคิดว่าเมืองนี้น่าอยู่จัง ทั้งๆ ที่เป็นเมืองที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์รายการของเมืองที่เราอยากไปท่องเที่ยวหรือไปเยือนเลย แต่พอได้เห็นคนเห็นเมืองก็เริ่มรัก เริ่มคุยกับคนที่มาดูแลว่า มีที่ดินในน่านขายบ้างไหม เป็นที่ติดแม่น้ำได้ก็ดี พอไปในปีที่สองก็ยิ่งค่อนข้างแน่ใจ ติดอยู่ที่การเดินทางค่อนข้างไปยากกว่าเชียงใหม่ แต่ในการไปถึงยากก็มีข้อดี นั่นก็คือเมืองนี้จะมีนักท่องเที่ยวไปน้อยกว่าเมืองใหญ่อื่นๆ หรือแม้แต่เมืองเล็กอย่างปาย ที่หนูดีไปมาสองครั้งและก็คิดว่า คงไม่ต้องไปอีกแล้ว เพราะไม่ได้รู้สึกต่างกับอยู่ในกรุงเทพฯ เท่าไร เสียดายการรุกล้ำที่เร็วเกินไปของคนเมืองหัวการค้า ที่ไปกว้านซื้อที่ดินมาทำบูติกรีสอร์ต ทำร้านกาแฟ ร้านอินเทอร์เน็ต จนคอท่องเที่ยวตัวจริงหนีกันกระเจิดกระเจิงหมด เพราะมือเที่ยวนั้นมักจะมีคติอยู่ว่า เมืองเที่ยวแบบต้องการสัมผัสธรรมชาตินั้น ถ้าสตาร์บัคส์และแมคโดนัลด์ไปถึงแล้ว ก็ถือว่าขีดฆ่าออกไปจากแผนที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ได้เลย เห็นน่านกับความสะอาดใสของเมืองแล้ว หนูดีก็ได้แต่หวังว่า บรรยากาศแบบนี้จะคงอยู่ไปได้นานๆ
เจ้าหน้าที่จัดให้หนูดีไปนอนในบูติกโฮเต็ลเล็กๆ แห่งเดียวของเมือง
“น่าน บูติค” ที่ตอนเขาบอก หนูดีก็ไม่แน่ใจนัก เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เป็น “บูติกโฮเต็ล” กันหมดแล้ว แต่ก็ไปค่ะ ไปไหนไปกัน พอไปถึงแล้วกลับต้องประทับใจ เพราะเจ้าของเป็นคนน่านจริงๆ และเอาที่ดินเก่าของครอบครัวมาพัฒนาเป็นเรือนพักที่กว้างขวางและแสนสบาย แม้กระทั่งเตียงนอนก็สบายเหมือนที่บ้าน ทั้งๆ ที่หนูดีเองเป็นคนจู้จี้เรื่องที่นอนก็ยังหลับได้แบบไม่ฝันเลย เย็นวันแรก เราไปรับประทานอาหารของเจ้าถิ่น เป็นร้านเล็กๆ ชื่อ Sister อร่อยอีกแล้วค่ะ จนหนูดีต้องจีบเจ้าของร้านว่า สนใจจะมาเป็น “เจ้าบ้าน” ให้ฝรั่งอาสาสมัครของมูลนิธิหนูดีไหมเท้าความก่อนว่า มูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาของหนูดี กำลังจะเริ่มเปิดตลาดอาสาฯ ใหม่ คือ เปิดรับชาวต่างชาติที่เป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยหรือคนทำงานแต่ต้องการความแตกต่างในชีวิต มาอยู่กับคนไทยพื้นเมืองจริงๆ อยู่กันเป็นอาทิตย์ๆ หรือเป็นเดือนๆ แล้วทางเราเป็นผู้ประสานงานให้ อาจจะมาเป็นอาสาสมัครในโรงเรียนก็ได้ บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ได้ โรงพยาบาล หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือในร้านอาหาร ฝึกงานกับศิลปินชาวบ้าน ไปน่านครั้งนี้ แม้ไปบรรยาย หนูดีก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆ แต่จีบคนเขาไปทั่วค่ะ เห็นใครมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ ก็เที่ยวถามเขาว่า สนใจไหมคะ จะรำคาญฝรั่งไหมคะ แต่รับรองว่า ฝรั่งของหนูดีสุภาพ มีการศึกษา และตรวจประวัติอาชญากรรมแล้วทุกคนนะคะ
ปรากฏว่า คนน่านและคนแพร่ใจดีค่ะ แนะนำหนูดีหลายที่ทีเดียว ทั้งหมู่บ้านไทยลื้อที่มีวิถีชีวิตเกษตรพอเพียง หรือศิลปินพื้นบ้านที่ทำงานผ้าย้อมโคลน ซึ่งทั้งหมดนี้หนูดีจะต้องบินขึ้นมาคุยกัน ตกลงกัน และถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายทำวีดีทัศน์เพื่อนำไปใช้ประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศต่อไปต้นปีหน้าค่ะ นี่เป็นงานที่ไม่ใช่งาน เพราะไม่ได้เงิน (แถมส่วนใหญ่ พวกเราเสียเงินกันตลอด) แต่สนุกมาก เป็นความฝันของหนูดีหนูหวานมานานแล้ว ที่จะให้ฝรั่งเข้ามาเมืองไทยแบบ
“มาถึง” ไม่ใช่ มาแค่ดูวัด กินอาหารไทย ดูการแสดงไทย ไม่เอาค่ะ มาแล้ว ก็มาอยู่แบบเราสิคะ ถึงจะสนุก อยู่แบบเรา พูดแบบเรา นอนแบบเรา หัวเราะแบบเรา กราบพระแบบเรา และเชื่อไหมคะว่า ฝรั่งดีๆ เขาก็อยากมาเห็นแบบนี้ล่ะค่ะ ถ้าเลือกได้ ก็ไม่ได้อยากมาแบบผ่านเลยไป อยากได้อยู่แบบ “ออเธนทิก” จริงๆเราเริ่มขายโปรเจกต์กันไปบ้างแล้วในกลุ่มชาวต่างชาติที่รู้จัก และมีฝั่งต่างชาติแจ้งความจำนง แจ้งว่าสนใจจะสมัครทันทีที่ฝ่ายเจ้าบ้านชาวไทยพร้อมกันหลายราย ตอนนี้ ก็เหลือแต่หน้าที่แม่สื่ออย่างหนูดีและหนูหวานที่จะพาสองฝ่ายมาเจอกันให้ได้ภายในปีหน้า และน่านก็จะเป็นแห่งหนึ่งที่เราเห็นว่า เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ปีใหม่นี้ ใครคิดจะขึ้นเหนือ และปกติหยุดอยู่แค่ที่เชียงใหม่ ลองเลยมาถึงน่านดูไหมคะ มานอนเล่น มาดูเขา แล้วจะเข้าใจว่าทำไมหนูดีถึงรักน่าน
ฟังเพลง
“น่านน่ะสิ” ของคุณศุ บุญเลี้ยง ได้ที่ www.youtube.com ค่ะติดตามหนูดีที่ www.facebook.com/mindbrain และ www.twitter.com/nudi_vanessa







