posttoday
วิสัชนาธรรมโดยทั่วไปตอนต้นสู่ปัญหาธรรมปฏิบัติในตอนสุดท้าย (ตอน ๒)

วิสัชนาธรรมโดยทั่วไปตอนต้นสู่ปัญหาธรรมปฏิบัติในตอนสุดท้าย (ตอน ๒)

28 กันยายน 2553

ปุจฉา : นมัสการท่านพระอาจารย์ที่เคารพอย่างยิ่ง

ปุจฉา : นมัสการท่านพระอาจารย์ที่เคารพอย่างยิ่ง

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : นมัสการท่านพระอาจารย์ที่เคารพอย่างยิ่ง

ดิฉันได้อ่านบทนำของหลวงพ่อ ทำให้เข้าใจการตอบปัญหาของหลวงพ่อค่ะ เพราะที่ทำงานเพิ่งเปลี่ยนมารับโพสต์ทูเดย์ได้ไม่นาน และรับเฉพาะวันทำงาน ตอนอ่านครั้งแรกแล้วงง!! ว่าหลวงพ่อตอบไม่ตรงคำถาม ต้องตามอ่าน

ขออภัยที่แจ้งให้ทราบล่าช้า

นริสา ติลกากร

วิสัชนา : จึงเป็นการเข้าถึงความจริงขั้นสูงสุด ที่เรียกว่า อริยสัจ โดยมีการจัดวางหลักการหรือหลักธรรมขั้นอริยสัจไว้ ๔ ประการ ซึ่งเป็นหลักการเรียนรู้ในพระพุทธศาสนา ได้แก่ ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ และ มรรคสัจ โดยกล่าวสรุปหลักการเรียนรู้อริยสัจ ๔ ในพระพุทธศาสนาไว้ว่า ทุกข์ เป็นสิ่งที่ควรรู้ สมุทัย เป็นสิ่งที่ควรละ นิโรธ เป็นสิ่งที่ควรทำให้แจ้ง และ มรรค เป็นสิ่งที่ต้องอบรมภาวนาให้มาก จนเป็นผลที่สุด คือ พระนิพพาน (ความดับทุกข์สิ้น หรือถึงความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง) ...นี้คือแนววิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตรงคำสั่งสอนอย่างแท้จริง ที่สาธุชนควรสนใจศึกษาให้เข้าใจในทุกขั้นตอน เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ขาดๆ เกินๆ อย่างที่บางสำนักชอบสั่งสอนกันตามอำเภอใจ จังหวัดเหลวไหล...

อย่างไรก็ตาม จากวิถีแห่งธรรมตามที่กล่าวมาโดยย่อ เมื่อนำมาสู่วิถีแห่งการเทศนาบรรยายด้วยภาษาพูด (ปาก) หรือเมื่อกลั่นกรองมาเป็นลิขิต (ข้อเขียน) ซึ่งออกจะหนักกว่าพูดหรือบรรยาย ก็จะต้องระมัดระวังต่อการใช้ภาษาสู่ข้อความตามกระบวนการอักษร เพื่อความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ แห่งรูปศัพท์ พร้อมความหมายธรรม เพื่อนำสาธุชนเข้าสู่การเรียนรู้หลักธรรมที่ถูกต้อง และเพื่อน้อมนำไปศึกษาปฏิบัติ อันสามารถกระทำการได้ด้วยตนเอง หากอ่านภาษาธรรมจากตัวหนังสือได้เข้าใจ ทั้งนี้จะต้องใช้ภาษาไม่ซับซ้อนและเข้าใจได้ไม่ยากในการถ่ายทอดออกมา โดยเฉพาะเมื่อเป็นข้อเขียนตามรูปศัพท์ ซึ่งต้องไม่ยุ่งยากจนเกินความเข้าใจทั้งในพยัญชนะและอรรถความหมายธรรม ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพ หรือจากความรู้บวกกับประสบการณ์ตรงของผู้แสดงหรือผู้เขียนเอง ที่เป็นไปในหลักความเข้าใจโดยทั่วไป โดยหากเป็นการกล่าวถึงการปฏิบัติหรือการสอนเจริญภาวนานั้น ผู้สอนจะต้องเตรียมความรู้จากความเข้าใจ ซึ่งต้องเกิดจากประสบการณ์ตรงของผู้สอน จึงจะส่งผลให้พูดคุยหรือขีดเขียนออกมาได้อย่างถูกต้องและชัดเจน ไม่ทำให้เนื้อหาใจความที่สำคัญๆ ผิดเพี้ยนไป เมื่อปรากฏเป็นข้อเขียน งานเขียนจึงยุ่งยากกว่างานขั้นการฟัง (สุตตะ) การพิจารณานึกคิด (จิตตะ) การทบทวนสอบถาม (ปุจฉา)...

การเขียนแต่ละครั้งในแต่ละบทความที่ต้องวิสัชนาธรรม จึงต้องมีกระบวนการคิดพิจารณาอย่างดี โดยเฉพาะต้องพึ่งพากำลังสมาธิมากพอสมควร เพราะบางครั้งในบางปุจฉานั้น ต้องใช้เวลาร้อยเรียงขีดเขียนนานถึง ๒๓ ชั่วโมง จึงต้องมีสมาธิแน่วแน่มาก และหากเมื่อเกิดความตั้งใจว่า “พึงประสงค์ให้ธรรมะดีๆ มีประโยชน์แก่สาธุชนผู้อ่าน”

กลับมาพิจารณาความเห็นของ “โยมนริสา ติลกากร” ที่กล่าวโดยสรุปในคำปรารภที่มีมาว่า “ตอนอ่านครั้งแรกแล้วงง!!” คิดว่าหลวงพ่อตอบไม่ตรงคำถาม จึงต้องติดตามอ่าน... และเมื่อได้อ่านบทนำของหลวงพ่อในรวมเล่ม ธรรมส่องโลก จึงทำให้เข้าใจกับแนววิธีการตอบปัญหาของหลวงพ่อค่ะ!!”

จากความรู้สึกดังกล่าวก็คงจะไม่แปลกนัก เพราะขนาด อาจารย์อักษรศาสตร์ จาก รั้วมหาวิทยาลัย ยังเคยกล่าวสั่งสอนฝากมาถึงอาตมาว่า “ทำไมไม่ตอบให้ตรงไปเลยว่า เป็นอย่างนั้น อย่างนี้!!” ซึ่งก็ไม่ได้แปลกเลยที่อาจารย์ท่านนั้นจะออกอาการขุ่นเคืองไม่สบอารมณ์มาถึงอาตมา โทษฐานที่มัวแต่เขียนเล่าเรื่อง แต่ไม่ยอมตอบให้จบภายใน ๕ บรรทัด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย สามารถชี้ผิด ชี้ถูกได้ แค่ชั่วความคิดเดียว ตามความคิดของอาจารย์ผู้สอนทางโลก กับการสรุปคำตอบจากคำถามง่ายๆ จึงออกขุ่นเคืองอาตมาที่ไม่ยักเขียนตอบให้ตรงใจผู้อ่าน กลับร่ายรำเพลงยาวแห่งธรรมะ จนบางครั้งผู้อ่านเพลิดเพลิน จนลืมไปว่าได้มีปุจฉาเข้ามาว่าอย่างไร?! แต่หากได้กรุณาติดตามอ่านจนจบ ก็จะปรากฏคำตอบในใจของผู้อ่านว่า ควรตอบอย่างไร? ควรปฏิบัติตนอย่างไร? จึงจะได้ผลอย่างนั้น! หรือ จึงจะไม่เป็นไปเช่นนี้!?

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท