
แพตตี้ อังศุมาลิน หนูอยากเล่นหนังผี!
“ชีวิตตอนนี้สนุกกับการทำงาน ถือเป็นช่วงเริ่มแรกของชีวิต ซึ่งหนูโอเคกับมันมาก” แพตตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา หรือนานา จากปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น นี่ก็เปิดเทอมใหม่ไปหลายเพลาแล้ว หลายคนยังว้าวุ่นหัวใจถึงเธออยู่เลย
“ชีวิตตอนนี้สนุกกับการทำงาน ถือเป็นช่วงเริ่มแรกของชีวิต ซึ่งหนูโอเคกับมันมาก” แพตตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา หรือนานา จากปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น นี่ก็เปิดเทอมใหม่ไปหลายเพลาแล้ว หลายคนยังว้าวุ่นหัวใจถึงเธออยู่เลย
โดย....ลุบติก
“ชีวิตตอนนี้สนุกกับการทำงาน ถือเป็นช่วงเริ่มแรกของชีวิต ซึ่งหนูโอเคกับมันมาก” แพตตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา หรือนานา จากปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น นี่ก็เปิดเทอมใหม่ไปหลายเพลาแล้ว หลายคนยังว้าวุ่นหัวใจถึงเธออยู่เลย
นางเอกหน้าหวาน บอกว่า ทุกอย่างเป็นอะไรที่ไม่เคยเจอ เมื่อได้เจอ ได้ลอง ได้เล่น ได้เห็นสัมผัส ทุกอย่างจึงเป็นกำไรชีวิต แต่ละวันที่ผ่านไปคือเพื่อนใหม่และคนใหม่ๆ ที่ได้พบเจอ นี่ไงกำไรชีวิต ชอบไม่ชอบไม่ใช่เรื่องที่ต้องซีเรียส ชีวิตของเราเพิ่งเริ่มต้นสนุกกับมันก็พอ สำหรับชีวิตครอบครัวก็เป็นครอบครัวที่คุ้นเคย คุณพ่อ คุณแม่ และพี่ชายพี่สาวรวม 3 คน แพตตี้เป็นคนที่ 4 คนสุดท้องพอดี
“ก็แอบงอแงนิดหน่อยค่ะ แต่โตขึ้นมาหนูก็ว่าหนูพูดรู้เรื่องนะ (ฮา) เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้วตอนนี้ กับพี่สาวสองคนก็แอบสนิทมากกว่าพี่ชายนิดนึง เวลามีเรื่องหรือมีอะไรอยากคุย ใช้บริการพี่ๆ ที่บ้านนี่แหละค่ะ เล่าไปเมาท์ไป เดี๋ยวคำปรึกษามาเอง” แพตตี้ เล่า
นางเอกน้องใหม่เริ่มทำงานเมื่ออายุ 16-17 ปี ตอนนี้อายุจะ 19 ปีแล้ว บทบาทที่อยากแสดงรู้แล้วจะตกใจ เพราะเจ้าตัวบอกว่า “หนูอยากเล่นหนังผีค่ะ” ว่าแล้วก็หัวเราะเสียงใส หากแล้วก็ทำหน้าจริงจัง บอกว่าจริงๆ นะ หลายบทบาทเคยเล่นมาแล้ว ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามรู้สึกลึกๆ อยู่ตลอดว่า อยากรับเล่นในบทบาทที่ท้าทาย ซึ่งก็ภาพยนตร์ผีนี่แหละเป็นอะไรที่อยากลองมาก
“การแสดงเป็นมนต์เสน่ห์ ในภาพยนตร์นั้นเรารับบทบาทอะไร หนูถือว่าจะต้องทำให้ได้และทำให้ดี หนูพยายามทำความเข้าใจกับบท ทำความเข้าใจกับผู้กำกับว่าเขาอยากให้เราเล่นออกมา หรือสื่อออกมาในแบบไหน ก็สื่อมันออกมาให้ได้ สำหรับบทในภาพยนตร์สยองขวัญหรือบทอะไรที่ตื่นเต้นๆ หนูคิดว่าท้าทายดี เพราะมันคงยากน่าดู” แพตตี้ เล่า
จะว่าไปก็เพิ่งเข้ามาในวงการนะ แพตตี้ บอกว่า ยังมีโอกาสเล่นภาพยนตร์ไม่มาก ทุกบทถือว่ามีความท้าทายที่แตกต่างกัน ทำทุกบทบาทที่ได้รับให้ดีที่สุด รวมทั้งบทบาทนอกจอ คือบทบาทของสมาชิกในครอบครัว เป็นน้องที่ดีของพี่ เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ สำหรับวันนี้แม้จะแสดงภาพยนตร์และเดินแบบจนเต็มเวลา แต่ก็ตั้งใจเสมอว่าจะกลับไปเรียนหนังสือแน่ๆ
จบการศึกษาชั้นไฮสกูลแล้วที่ Convent of the Infant Jesus ก็คิดๆ อยู่ว่าจะต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ คณะที่อยากเรียนคือนิเทศศาสตร์ ได้ทำงานเบื้องหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนรู้งานเบื้องหลังด้วย แพตตี้ เล่าต่อว่า เมื่อก่อนเป็นเด็กขี้อายมากกกกก...ขี้อาย ขี้กลัว แต่พอลองได้แสดงภาพยนตร์ก็ชอบ การแสดงทำให้เราสามารถแสดงตัวตนของเราออกมา แม้ตอนนี้จะยังไม่เข้าใจ (ตัวเอง) ดีนัก แต่ก็รู้อยู่อย่างหนึ่งว่าการแสดงทำให้เรามีความสุข
นอกจากอยากเล่นภาพยนตร์ (ผี) แล้ว อยากทำอะไรอีก? เจ้าตัวยิ้มหัวเราะ ก่อนจะบอกว่าเยอะ ละครเวทีก็อยากเล่น จาระไนไล่เรียงฟังแล้วต้องนับว่าเป็นเจ้าแม่โปรเจกต์คนหนึ่ง เพราะนอกจากการแสดงแล้ว สาวน้อยยังสนใจการทำธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจเปิดร้านอาหาร ทำร้านขนม ร้านไอติม (หัวเราะเสียงใส สงสัยจะชอบกิน)
ความสุขของแพตตี้วันนี้ คือการมีความสุขกับการทำงานในแต่ละวัน สนุกกับบทบาทที่ได้รับ รวมทั้งมีความสุขกับผู้คนใกล้ตัวให้มาก เข้าใจเขาให้มาก แล้วเขาก็จะเข้าใจเราเอง มีความสุขกับเรา และหัวเราะไปกับเรา แล้วเรื่องของความรักล่ะเจ้าตัวยิ้มน้อยๆ ตอบว่า สุดท้ายของหนูก็แค่อยากมีความรักที่ดี “หนูอยากมีความรักที่ดีค่ะ อยากเจอความรักที่บริสุทธิ์ อยากให้เหมือนความรักใสๆ ที่ต่างฝ่ายต่างจริงใจให้แก่กัน รักกันและอยู่ด้วยกันจนเป็นคุณตาคุณยาย...เอ๊ะ...จะเป็นนิยายเกินไปหรือเปล่าเนี่ย”







