
"อดีตแข้งกิเลนฯ" เผยประสบการณ์ระทึกเมื่อ "โสมแดง" ยิงจรวดผ่านห้องพัก
กองกลางออสซี่ที่เคยมาค้าแข้งในไทยลีกเผยเรื่องราวเมื่อครั้งเดินทางไปแข่งบอลที่เกาหลีเหนือ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดระทึกและมิตรภาพอันน่าประทับใจ
กองกลางออสซี่ที่เคยมาค้าแข้งในไทยลีกเผยเรื่องราวเมื่อครั้งเดินทางไปแข่งบอลที่เกาหลีเหนือ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดระทึกและมิตรภาพอันน่าประทับใจ
อีริค ปาร์ตาลู มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติออสเตรเลีย ที่เคยเดินทางมาค้าแข้งในศึกไทยลีก กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2014 เผยเรื่องราวสุดระทึกและสุดลึกลับ หลังได้ร่วมทีมเบงกาลูรู เอฟซี ในลีกอินเดีย เดินทางไปฟาดแข้งที่ประเทศเกาหลีเหนือ เสมอกับ เอพริว 25 ของเจ้าถิ่น 0-0 ในศึกเอเอฟซี คัพ 2017 รอบอินเตอร์โซน เพลย์ออฟ เซมิไฟนอลส์ เลก 2 เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา
"วันสุดท้ายที่เรามาที่นี่ มีมิสไซน์ถูกยิงออกไปเหนือห้องในโรงแรมที่เราพัก คุณไม่สามารถที่จะเตรียมรับมือกับเรื่องเช่นนี้ได้ มันเกิดขึ้นได้เมื่อคุณลงเล่นที่ไหนสักแห่งที่อาจจะมีสงครามเกิดขึ้นหรือเป็นพื้นที่ที่ไม่มั่นคง รัฐบาลออสเตรเลียได้ออกคำเตือนเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนไม่เดินทางไปเกาหลีเหนือ ไม่มีสถานกงสุลหรือสถานทูตที่นั่น และมีภัยคุกคามจากขีปนาวุธ" แข้งวัย 31 ปีกล่าว
"เรามีช่องโทรทัศน์ 6 ช่องในโรงแรม เช่น ช่องภาษาจีน, ช่องโฆษณาชวนเชื่อ และช่องอัล จาซีรา และผมเฝ้าดูว่าเกาหลีเหนือได้ยิงมิสไซล์ช่วงเวลาตอน 6 โมงเช้าของวันที่ 13 ก.ย. มีคนบอกผมว่าถ้าผมออกไปยืนนอกโรงแรมก็จะเห็นมิสไซล์ยิงข้ามหัวเราไป มันถูกยิงมาจากสนามบินและมีวิถีที่ทำให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน ผมไม่แน่ใจว่าชาวเกาหลีเหนือตระหนักถึงสถานการณ์นี้หรือไม่ ผู้เล่นของเราบางคนถามบางคำถามกับไกด์ พวกเขายืนกรานว่าสิ่งที่พวกเขาทำคือการปกป้องตัวเองและท่านผู้นำสูงสุดกำลังแสดงให้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งมากกว่าสหรัฐ พวกเขาดูเหมือนถูกล้างสมองว่าเกาหลีเหนือนั้นทรงพลังและสหรัฐนั้นอ่อนแอ มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดจริงๆ "
นอกจากนี้ ปาร์ตาลู ยังเล่าถึงสภาพแวดล้อมและสิ่งที่ตัวเองต้องเจอในประเทศลึกลับแห่งนี้นับตั้งแต่ลงสนามบินด้วยเช่นกัน
"เมื่อเรามาถึงแล้วมันเหมือนเป็นการเปิดตาที่สมบูรณ์แบบ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็นและได้ยินจากข่าวนั้น ต่างไปจากสิ่งที่คุณได้เห็นเป็นครั้งแรก มันเป็นสนามบินนานาชาติแต่มีเครื่องบินเพียงลำเดียวที่ลงจอด มีความสับสนเรื่องกระเป๋าของเรา และเราต้องใช้เวลา 2 ชม.ที่นั่นในตอนนั้น พนักงานทุกคนของร้านค้าและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็หมดเวลาทำงานและปิดไฟทุกดวงก่อนเดินออกไป พวกเราต้องอยู่ภายในสนามบินเพียงลำพัง"
"สิ่งที่น่าขบขันก็คือมีมีม (Meme) เกี่ยวกับเกาหลีเหนือบางอันที่ถูกส่งในกรุ๊ปวอทส์แอพพ์ (Whatsapp) ซึ่งเกี่ยวกับ คิมจองอึน ก่อนที่เราจะบอกทุกคนว่าให้ลบข้อความทั้งหมด ผมหวังว่าพวกเขาจะไม่มีทวิตเตอร์ ผมได้ติดตลกเกี่ยวกับการพบปะสังสรรค์ร่วมกับ คิมจองอึน" ปาร์ตาลู ที่ทวิตข้อความอยากดวดเบียร์กับผู้นำโสมแดง เผย
ดาวเตะดีกรีทีมชาติออสเตรเลีย กล่าวต่อว่าผู้เล่นถูกห้ามใช้โทรศัพท์ระหว่างการเดินทางมาที่เกาหลีเหนือและยังไม่สามารถที่จะใช้อินเตอร์เน็ต
"เรามาถึงโรงแรมตอนค่ำ เราสงสัยว่าทำไมไฟถนนไม่ถูกเปิด ใครบางคนบอกเราว่ามันช่วยสกัดทุกคนที่กำลังชมเมืองเปียงยางผ่านดาวเทียม ส่วนที่ล็อบบีโรงแรมก็จะมีมีทีวีที่ฉายวนเรื่องของ คิมจองอึนและโฆษณาชวนเชื่อ มีโปสเตอร์ขนาดเท่าบ้านรูปพ่อของคิมจองอึนและปู่ของเขาอยู่ทุกหนแห่ง เปียงยางมีประชากร 2.6 ล้านคน แต่คุณต้องสงสัยว่าแล้วอีก 23 ล้านคนทำอะไรอยู่ที่นอกเมืองหลวง"
"ทีมไม่สามารถเดินทางออกจากโรงแรมได้โดยที่ไม่มีพี่เลี้ยงและมีไกด์นำทาง คนพวกนี้ต้องอยู่กันเราทุกย่างก้าว แต่ประชาชนเป็นมิตรมากๆ ทุกคนใส่เข็มกลัดที่มีธงของประเทศหรือภาพครอบครัวของท่านผู้นำ ถ้าพวกเขาจ้องมองคุณและคุณจ้องมองหลับ พวกเขาจะมองผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนพวกเขาตระหนักว่าไม่สมควรที่จะมอง เรามีปฏิสัมพันธ์ไม่มาก แต่ถ้าคุณกล่าวสวัสดีพวกเขาก็จะกล่าวสวัสดีกลับมาและยิ้มให้"
อย่างไรก็ตาม ปาร์ตาลู ทิ้งท้ายว่ารู้สึกผิดที่คิดต่อเกาหลีเหนือในแง่ลบก่อนเดินทางมาเห็นด้วยตาตัวเอง
"เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่สวยงาม ท้องฟ้าสีคราม ต้นไม้และดอกไม้สีเขียวขจี มันไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจเลย แม้แต่การเดินทางไปรอบๆ ตัวคุณก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นมัน จะมีกี่คนกันที่ได้มาเห็นที่นี่ ถ้าผมไม่ได้เล่นฟุตบอลก็คงไม่มีโอกาสได้เข้าประเทศนี้ได้ ผมจะไม่มีวันลืมการเดินทางมาที่นี่และรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสเช่นนี้
"สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมที่ได้จากในทริปนี้คือ อย่าเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้อ่านจากข่าวว่ามีผู้ชายคนนึงกำลังพยายามทำสิ่งที่บ้า ผมรู้สึกเสียใจอย่างแท้จริง ขอโทษสำหรับรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เราได้เห็นในการฝึกซ้อม เขารักการเล่นฟุตบอล ผมรู้สึกเสียใจที่เคยคิดว่าสถานที่แห่งนี้ควรถูกขจัดออก หลังจบเกมผมได้สวมกอดกันศูนย์หน้าของเขา เขายิ้มและกล่าวแสดงความยินดี ผมไม่เคยคาดคิดว่าพวกเขาจะพูดภาษาอังกฤษและทำมันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและอ่อนน้อมถ่อมตน กีฬาเชื่อมคนเข้าด้วยกันจริงๆ มันคือเกมที่สวยงาม" ปาร์ตาลู ทิ้งท้าย
ภาพ BFC MEDIA / erik.paartalu







