
ดร.พระมหาทองจันทร์ ศิษย์วัดภคินีนาถสร้างวัดที่ลาสเวกัสสนองอุดมคติ
ท่านที่ผ่านไปลาสเวกัส แวะไปพักร้อน พักใจได้ ดร.พระมหาทองจันทร์ กับคณะสงฆ์ยินดีต้อนรับ แม้จะเป็นวัดเล็กๆ แต่ใจไม่เล็ก.....
ท่านที่ผ่านไปลาสเวกัส แวะไปพักร้อน พักใจได้ ดร.พระมหาทองจันทร์ กับคณะสงฆ์ยินดีต้อนรับ แม้จะเป็นวัดเล็กๆ แต่ใจไม่เล็ก.....
โดย...สมาน สุดโต
การเกิดหรือตั้งวัดในสหรัฐอเมริกามีที่มา หรือเหตุต่างๆ ไม่ซ้ำกัน แต่ที่แน่ๆ เบื้องต้นมาจาก ศรัทธาปสาทะ เพื่อความอบอุ่นใจของชาวไทยที่ห่างประเทศชาติและศาสนา ถัดมาเกิดจากความคิดไม่ตรงกันระหว่างวัดกับโยม หรือระหว่างพระกับโยมผู้อุปถัมภ์วัด แต่การสร้างวัดทองธรรมชาติ ของพระมหาทองจันทร์ ศิษย์วัดภคินีนาถ มีที่มาที่ไปไม่เหมือนการสร้างวัดอื่นๆ เพราะท่านสร้างวัดตามอุดมคติครับ
พระมหาทองจันทร์ สุวํโส/สุวงศ์ ประธานกรรมการบริหารวัดทองธรรมชาติ 8081 Firethorn Lane Las Vegas, NV 89123 E-mail [email protected] มีดีกรี ดร.จากมหาวิทยาลัยมารัธวาดาออลังกาบาด อินเดีย
วิทยานิพนธ์ที่ท่านทำสำหรับปริญญาเอกเมื่อ พ.ศ. 2535 เรื่องผลกระทบทางอุตสาหกรรมต่อสังคมไทย ไม่เกี่ยวกับพระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาเท่าไร แต่ที่เลือกหัวข้อนี้เพราะช่วงนั้นไทยมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ
ความเป็นมาของวัดแห่งนี้ ท่าน ดร.พระมหาทองจันทร์ทำเอกสารแนะนำวัดต่อสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาว่า วัดทองธรรมชาติ ลาสเวกัส ได้ทำการจดทะเบียนกับทางการของมลรัฐเนวาดา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2552 (May 20, 2009) และได้ทำการเริ่มต้นจดทะเบียนบรรจุเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารองค์กรครั้งแรกเมื่อเดือน ส.ค. 2552
วัดได้ซื้อที่ดินพร้อมบ้าน 1 หลัง ในเนื้อที่ครึ่งเอเคอร์ บนถนนวินมิล ที่บ้านเลขที่ 8081 Firethorn Lane, Las Vegas, NV89123 ซึ่งซื้อในวงเงิน 2.1 แสนเหรียญสหรัฐ และได้ทำการวางดาวน์ไป 20% ภายใต้สัญญาซื้อขาย ผ่อนส่ง เป็นระยะเวลา 30 ปี
หลังจากบริหารได้ประมาณ 5 เดือน ได้ทำการปรับโปรแกรมการผ่อนส่งมอร์เกจ (Mortgage) ใหม่ เป็นส่งเดือนละ 2 ครั้ง ทำให้ยอดของการเป็นหนี้ลดลงและย่นระยะเวลาจาก 30 ปี เหลือเพียง 26 ปีครึ่ง
ณ ปัจจุบันเวลานี้ยังมีหนี้สินถาวรอยู่ 186,550 เหรียญสหรัฐ โดยทำการจ่ายมอร์เกจเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 662 เหรียญสหรัฐ
บ้านที่ทำเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา เป็นบ้าน 2 ชั้น 5 ห้องนอน มีห้องการ์ราจ (Garage) 1 ห้อง (ซึ่งปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นห้องสวดมนต์ไหว้พระ จุคนได้ 84 คน ตามอัตราส่วนของความจุ (Occupancy)
ได้ทำการเปิดวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 5 ม.ค..2553 โดยมีพระเดชพระคุณ พระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส และพระเดชพระคุณ พระวิเทศธรรมกวี รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ 2 ซึ่งได้เมตตา เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดและเจิมป้ายวัด พร้อมพระสงฆ์จำนวน 25 รูป ซึ่งได้ร่วมในพิธีดังกล่าวข้างต้น
ณ ปัจจุบัน วัดทองธรรมชาติ ลาสเวกัส ได้รับอนุญาตให้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา เทียบเท่ากับโบสถ์ทั่วๆ ไป ซึ่งมีชื่อเรียกว่า A Place of Worship ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Wat Thongdhamchat of Las Vegas โดยมี ดร.พระมหาทองจันทร์ สุวํโส/สุวงศ์ เป็นผู้ก่อตั้ง เป็นเจ้าของ และเป็นประธานคณะกรรมบริหาร ซึ่งในส่วนของกฎหมายได้ผ่านการอนุมัติจาก Clark County Board of County Commissioners เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2553 (March 17, 2010)
ในส่วนเรื่องของภาษี ท่านได้ทำการยื่นเอกสารกับทางการเพื่อขอยกเว้นภาษีตามกฎหมายของการบริหารองค์กร Non-Profit ก็ได้รับจดหมายตอบกลับมาอนุญาตให้ยกเว้นภาษีได้ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กร Non-Profit เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2553
ในส่วนงานบริหารปัจจุบันนี้ มีพระสงฆ์ร่วมงานบริหารจำนวน 4 รูป มีบอร์ดบริหารประกอบด้วยคณะสงฆ์เป็นส่วนใหญ่ยกเว้นแผนกการเงินซึ่งเป็นฆราวาสเพียงท่านเดียวในบอร์ดบริหาร
การพัฒนาวัดเพื่อเข้าสู่เป้าหมายตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานของกฎหมาย Title 30 ได้ว่าจ้างเอนจิเนียร์ทำการออกแบบสร้างที่จอดรถ ซึ่งกฎหมายต้องการเพียง 9 ที่ แต่ทางวัดขอเสนอเพิ่มเป็น 16 ที่ เพื่อให้สะดวกแก่ผู้เดินทางมาทำบุญประจำวัน
งานพัฒนา Wat Thongdhamchat of Las Vegas ในอนาคตมีโครงการจะปลูกต้นไม้รอบๆ วัด ทำสวนหย่อม (Landscape) และทำฝาปะกนในห้องโถงด้านล่างเพื่อรักษารูปแบบไทยๆ ตามนโยบายสร้างเอกลักษณ์ไทย เชิดชูภูมิปัญญาไทย และเพื่อรักษางานไม้ลายไทยให้อนุชนได้ชื่นชมความงดงามของงานศิลป์ไทยสืบต่อไป
คณะกรรมการบริหารวัดทองธรรมชาติ ลาสเวกัส
1.ดร.พระมหาทองจันทร์ สุวํโส/สุวงศ์ เจ้าอาวาส/ประธานคณะกรรมการบริหาร
2.พระมหากรพัฒน์ กุสลจิตฺโต/รัตนวงศ์ เลขานุการวัด/กรรมการบริหาร
3.พระมหาอุทัย ธนลาโภ/นิลมณี กรรมการบริหาร
4.นายชำนาญ ศรีภักดี เหรัญญิกของคณะกรรมการบริหาร
รายนามพระปฏิบัติศาสนกิจประจำวัดทองธรรมชาติ
1.ดร.พระมหาทองจันทร์ สุวํโส/สุวงศ์ (พธ.รุ่น 4)
2.หลวงพ่อมัธยัสถ์ มธโยชีวโก พระอาคันตุกะ ศตภ.
3.พระสมศักดิ์ กิตฺติปัญโญ/ธนูทอง (พธ.รุ่น 3)
4.พระมหากรพัฒน์ กุสลจิตฺโต/รัตนวงศ์ (พธ.รุ่น 13)
5.พระมหาอุทัย ธนลาโภ/นิลมณี (พธ.รุ่น 13)ฃ6.พระเจมส์ ดาร์เรน เจ. พระอาคันตุกะจากวัดป่าฯ
ท่านให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงมูลเหตุสร้างวัดทองธรรมชาติคร่าวๆ ว่า เดิมทีเดียวนั้นทำหน้าที่ที่วัดป่าพุทธยานันทาราม ลาสเวกัส มาประมาณ 10 ปี แต่อยู่ๆ ไปนโยบายไม่ตรงกับนโยบายของผู้สร้างวัดที่เขาต้องการให้เน้นด้านวิปัสสนากรรมฐานเพียงอย่างเดียว ท่านจึงเปลี่ยนใจไม่สร้างไม่พัฒนาวัดแห่งนั้นต่อไป ในช่วงวางมือจากวัดดังกล่าวได้กลับไปวัดภคินีนาถ กรุงเทพฯ เพื่อไปช่วยงานพระราชทานเพลิงศพอดีตเจ้าอาวาส พระราชมงคลมุนี (เงิน สุทนฺโต) 19 เม.ย. 2551
เมื่อเสร็จงานกลับมาสหรัฐอเมริกา ได้มาทบทวนว่าหากจะทำงานต่อไปต้องมีหลักการในการเผยแผ่ตรงกับเป้าหมายที่อยากจะทำ คือ เน้นวัดให้เป็นศูนย์กลาง จากนั้นมองหาสถานที่ที่จะทำวัด ปรึกษากับญาติโยม ก็ปรากฏว่ามีผู้ร่วมอุดมการณ์ที่อยากทำวัดตามอุดมการณ์นี้หลายท่าน จึงหาสถานที่สร้างวัดใหม่ บังเอิญพบบ้านเลขที่ 8081 ถนน Firethorn Lane, Las Vegas ตั้งอยู่ในเขตที่เป็นธุรกิจการค้า ศึกษาดูแล้วสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นวัดได้ง่าย ปรึกษากับผู้ที่จะขาย (Realtor) เขาบอกว่าเปลี่ยนแปลงได้ จึงตกลงซื้อในราคา 2.1 แสนเหรียญสหรัฐ ในเดือน ก.ค. 2552 โดยวางดาวน์ 20%
ดร.พระมหาทองจันทร์ เล่าว่า การสร้างวัดในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างยาก เพราะแต่ละเมือง แต่ละพื้นที่มีกฎหมายของตน แม้ว่ากฎหมายหลักจะเหมือนกัน แต่กฎหมายลูกในแต่ละเมืองต่างกัน
ถึงจะมีปัญหา แต่ไม่เป็นที่หนักใจสำหรับ ดร.พระมหาทองจันทร์ ที่มีประสบการณ์ 10 ปีในสหรัฐอเมริกา เคยทำงานให้วัด ให้ส่วนรวม เช่น สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เห็นขบวนการต่างๆ ว่ามีพื้นฐานเดียวกัน คือ เมื่อซื้อบ้านทำเป็นวัดต้องหาสถาปนิกมาเขียนแปลนเพื่อยื่นขออนุญาตเปลี่ยนจากบ้านเป็นวัด เป็นกระบวนการ Town Board Hearing หรือที่เราคุ้นเคยคือ Public Hearing ผ่านแล้วเข้าสู่ County และกรรมการผังเมือง เมื่อได้รับอนุญาตตามขั้นตอนดังกล่าวถือว่าผ่านตามกระบวนการของกฎหมาย ดูตามขั้นตอนก็เห็นว่ายาก แต่เมื่อต้องการสร้างวัดเพื่อการเผยแผ่พระธรรมคำสอน อยากทำตามหน้าที่พระธรรมทูต จึงถือว่าทำตามนโยบายที่เรารับจากมหาวิทยาลัยที่ต้องการให้พุทธศาสนามีความมั่นคงในต่างแดน ปัญหาต่างๆ ก็ไม่ใช่อุปสรรค
ต่อคำถามที่ว่า ชุมชนคนไทยในลาสเวกัสให้ความสนใจและสนับสนุนวัดไทยมากน้อยแค่ไหน ท่านบอกว่าที่วัดทองธรรมชาติไม่มีเจ้าภาพหลัก คนที่เห็นโครงการก็ร่วมกันบริจาค พร้อมกับบอกว่าวัดในลาสเวกัสมีประมาณ 12 วัด เป็นวัดไทย 6 วัด โดยวัดพุทธภาวนา เป็นวัดแห่งแรกที่ลาสเวกัส ที่เหลือเป็นวัดของชาวพม่า ศรีลังกา เวียดนาม และเขมร ส่วนชุมชนคนไทยมีประมาณ 1 หมื่นคน แต่ที่เข้าวัดโดยหมุนเวียนกันไป มีประมาณ 500 คน
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา 10 ปีมีบทเรียนอะไรบ้าง ท่านบอกว่าการบริหารที่มีคนคุมนโยบายอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบทเรียนที่ขมขื่น จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก สิ่งที่จะทำต่อไปจะเน้นความเข้าใจ ไม่มุ่งอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกินไป เพราะที่เราได้พบนั้นเป็นบทเรียนที่สำคัญ
ท่านว่าปัญหาที่พบในสหรัฐอเมริกามักไม่พบในไทย เพราะที่เมืองไทยการบริหารวัดอยู่ที่พระสงฆ์ แต่ในสหรัฐอเมริกา การบริหารแยกกัน โดยมีคณะสงฆ์และมีเจ้าของที่เป็นบุคคล
ท่านเล่าประวัติให้ฟังว่าท่านเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ 4 เมื่อเรียนจบอยากมาอยู่สหรัฐอเมริกาสัก 1 ปี แล้วกลับไป เมื่อมาอยู่วัดป่าพุทธยานันทารามแล้ว เห็นว่าญาติโยมอยากมีวัด อยากเห็นพระมาก หลังจากทำงานดึกๆ ดื่นๆ จึงคิดว่าหากไม่อยู่เป็นกำลังใจให้แล้วเหมือนว่าตำแหน่งพระธรรมทูตไม่มีคุณค่า จึงปักหลักทำงานเรื่อยมา
จากการทำงานพบว่าการศาสนาในต่างประเทศนั้นพระสงฆ์ที่เป็นแกนนำยังขาดแคลนผู้สื่อสาร ที่ทำความเข้าใจกับญาติโยมมีน้อย หากเราได้ทำจะเป็นบุญกุศล
สุดท้ายขอให้ท่านฝากข้อคิดให้สังคมไทย ท่านฝากมาว่า เราเกิดมาครั้งหนึ่งให้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะต้องทำความดี ให้มองลึกลงไปว่าเกิดมาแล้วทำอะไรให้เกิดประโยชน์ต่อตนและสังคมบ้าง ให้คำนึงว่าเมื่อเกิดมาแล้วประโยชน์จะพึงได้คืออะไร ประโยชน์ที่จะให้สังคมคืออะไร ชาติที่เราอาศัย เราจะให้อะไรก่อนที่เราจะจากไป
ท่านที่ผ่านไปลาสเวกัส แวะไปพักร้อน พักใจได้ ดร.พระมหาทองจันทร์ กับคณะสงฆ์ยินดีต้อนรับ แม้จะเป็นวัดเล็กๆ แต่ใจไม่เล็กครับ







