posttoday
แอร์บัสชูธงธุรกิจการบินกับสื่งแวกล้อม

แอร์บัสชูธงธุรกิจการบินกับสื่งแวกล้อม

24 กันยายน 2553

.....รัฐพร คำหอม

ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ระดับโลกอย่างแอร์บัสแห่งฝรั่งเศส แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นค่ายผู้ผลิตทางฝั่งยุโรป ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญกับทางฟากเครื่องบินสัญชาติอเมริกันอย่างโบอิ้ง และแมคดอนแนลล์ดักลาส ผลงานชิ้นล่าสุดของแอร์บัสก็คือการสร้างโรงงานประกอบชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี เครื่องบินแบบลำตัวกว้างที่มีกำหนดการเข้าสู่การให้บริการในปี 2555 เป็นโรงงานขนาด 7.4 หมื่นตารางเมตร จะเป็นที่ประกอบเครื่องบิน เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี โดยจะเป็นส่วนการประกอบระหว่างส่วนลำตัวของเครื่องและปีก

โรงงานของแอร์บัสที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศสนี้ มีมูลค่ากว่า 140 ล้านยูโร ประกอบไปด้วยคนงานกว่า 1,000 คน เมื่อโรงงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว จะเป็นโรงงานประกอบเครื่องบินของแอร์บัสที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจที่สุด

ระหว่างการก่อสร้าง คอนกรีตและส่วนฐานของตึกเก่าจะถูกนำมารีไซเคิล และถูกนำกลับมาใช้ใหม่สำหรับตึกใหม่ด้วย ส่วนระบบการจัดการพลังงานของตึกนั้นจะมีการนำพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นผู้จ่ายกระแสไฟฟ้าให้ตึกตามที่ต้องการ การปรับปรุงระบบทำงานของกระบวนการผลิตเครื่องบินจะช่วยทำให้ทีมงานประหยัดเวลาตั้งแต่การเริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดกระบวนการลง 30%

ทอม เอ็นเดอร์ส ประธานและซีอีโอของแอร์บัส กล่าวว่า เมื่อเรื่องรายละเอียดทุกอย่างตกลงกันได้เมื่อปลายปี 2552 การเริ่มต้นก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้น แสดงให้เห็นว่า เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี มีกระบวนการความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว กำหนดการส่งมอบลำแรกในปี 2555 แสดงให้เห็นว่าจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการอุตสาหกรรมการบิน บริษัท แอร์บัส ซึ่งรวมถึงพนักงาน ซัพพลายเออร์ และลูกค้า ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับโครงการนี้

เครื่องบินตระกูล เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี (เอกซ์ตรา ไวด์ บอดี) เป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดที่ต้องการเครื่องบินที่มีความจุที่นั่งขนาดกลาง พิสัยการบินไกล ด้วยระยะพิสัยการบิน 8,300 ไมล์ทะเล/1.54 แสนกิโลเมตร ซึ่งเครื่องตระกูล เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี มี 3 แบบ คือ เอ 350800 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 270 ที่นั่ง เอ 350900 รองรับได้ 314 ที่นั่ง และเอ 3501000 สามารถรองรับได้ 350 ที่นั่ง

นอกจากความสะดวกสบายแล้ว คือเรื่องของประสิทธิภาพในการประหยัดต้นทุน เป็นเครื่องบินที่มีต้นทุนต่อที่นั่งต่ำที่สุดในตลาด ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์โดย โรยส์ รอยส์ เทรนส์ เอกซ์ดับเบิลยู เครื่องบินตระกูลเอกซ์ดับเบิลยูถูกออกแบบมาเพื่อท้าทายกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความคาดหวังที่สูงขึ้นจากผู้โดยสาร และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ไม่เพียงแต่เรื่องการสร้างผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่แอร์บัสให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่กิจกรรมอื่นๆ ก็สะท้อนถึงการให้ความใส่ใจในเรื่องนี้เช่นกัน อย่างเมื่อไม่นานมานี้กับการจัดแสดงภาพถ่ายสะท้อนความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่ Whistler Exhibition สถานที่จัดงานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่แคนาดา ซึ่งเป็นการแสดงภาพถ่ายของแอร์บัส “See the Bigger Picture” เป็นการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายของเยาวชนที่ส่งภาพเข้าประกวด ภายใต้โครงการที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างแอร์บัส เนชันแนล จีโอกราฟฟิก และเลขาธิการองค์การสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ด้วยเป็นการสนับสนุนของ CBD ในการจัดนิทรรศการขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกแก่เยาวชน เพื่อให้เห็นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อให้เห็นถึงธรรมชาติอันหลากหลายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

อันเดรีย เดบบาเน รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของแอร์บัส กล่าวว่า บริษัทตระหนักในความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ด้วยการทำวิจัยและพัฒนา แอร์บัสพยายามอย่างเต็มที่ในการสร้างสมดุลให้กับความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมอากาศยานและความยั่งยืน จึงไม่เพียงแต่สนใจในกิจกรรมหลักเพียงอย่างเดียว หากต้องช่วยกันสนับสนุนให้เกิดจิตสำนึกทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น แอร์บัสยังคงพยายามรักษาความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติเป็นรากฐานแรงบันดาลใจที่สำคัญของอุตสาหกรรมอากาศยาน นับตั้งแต่ เลโอนาร์โด ดา วินชี วาดภาพเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินเมื่อ 500 ปีที่แล้ว แอร์บัสถือได้ว่าเป็นตัวอย่างของไบโอมิมีคลี (การเลียนแบบชีวภาพ) ซึ่งเครื่องบิน เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี ที่เลียนแบบนกทะเลในการรับรู้ถึงทิศทางของลมข้างหน้า ซึ่งนกทะเลเหล่านั้นจะตอบสนองด้วยการเปลี่ยนรูปของขนเพื่อช่วยยกระดับการบินขึ้น ซึ่ง เอ 350 เอกซ์ดับเบิลยูบี ได้เลียนแบบในการรีดความแรงของลม เพื่อทำให้การบินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด

นอกจากนี้ แอร์บัสยังสนับสนุนโครงการกรีนเวฟ โครงการที่เกิดจากการริเริ่มของคณะกรรมาธิการว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งองค์การสหประชาชาติ โดยใช้เครือข่ายของแอร์บัสที่มีอยู่ทั่วโลกในการสนับสนุนโครงการนับตั้งแต่ปี 2551 โดยในปีนี้สายการบินต่างๆ ทั่วโลกต่างได้หันมาให้ความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพมากยิ่งขึ้น แอร์บัสและเลขาธิการว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้พยายามเชิญชวนสายการบินต่างๆ ในการเข้าร่วมกับโครงการกรีนเวฟ ที่เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการสะท้อนถึงความร่วมมือกันในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ถือเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของอนาคต

“นอกจากวิศวกรรมอากาศยานที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 2% แล้วนั้น แอร์บัสยังสร้างพันธสัญญาในการเข้าไปช่วยลดการปล่อยก๊าซของเสียที่เหลืออีก 98% ให้ลดลงให้ได้ อาทิ การตัดไม้ทำลายป่าที่นับเป็น 17% ของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ อุตสาหกรรมการบินได้พยายามอย่างหนักในการสร้างประสิทธิผลให้เกิดกับวงการอุตสาหกรรมการบินในอนาคต และเราต้องกล่าวขอบคุณภาคส่วนต่างๆ ในความร่วมมือที่สนับสนุนโครงการกรีนเวฟ ความพยายามสร้างสรรค์เพื่อให้โลกนี้ก้าวไปอย่างยั่งยืน” ทอม เอ็นเดอร์ส ย้ำส่งท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ