posttoday
เทรนด์ดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อโลกสีเขียว

เทรนด์ดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อโลกสีเขียว

24 กันยายน 2553

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี

คุณกำลังมีความเข้าใจผิดๆ ในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่งหรือเปล่าว่า การส่งอีเมลนั้นช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่าการส่งจดหมาย ลดการใช้กระดาษ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม นี่คือความเข้าใจที่ถูกต้องเพียงส่วนหนึ่ง การส่งอีเมลนั้นช่วยลดการใช้กระดาษ เวลา และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้จริง แต่ในอีกด้านหนึ่งในโลกไซเบอร์ยังมีกระบวนการใช้พลังงานในจุดที่เรามองไม่เห็น ห้องดาตาเซ็นเตอร์ แหล่งเครื่องเซิร์ฟเวอร์

ศูนย์กลางรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลสู่ระบบอินเทอร์เน็ตในห้องปรับอากาศซึ่งเย็นราวกับห้องแช่แข็ง ห้องดาตาเซ็นเตอร์นี้จะต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ซึ่งห้องดาตาเซ็นเตอร์บางแห่งสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปี โดยไม่เคยปิดสวิตช์หรือรีสตาร์ตระบบเลยสักครั้ง จึงกลายเป็นห้องที่มีการใช้พลังงานในจุดที่ผู้ใช้คาดไม่ถึง

ดังนั้น การรับส่งอีเมลหรือข้อมูลใดๆ ที่ไม่เกิดประโยนช์หรือเกินความจำเป็น ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะไม่ปรากฏที่ผู้ใช้ตามบ้าน แต่ค่าพลังงานเหล่านี้จะไปปรากฏที่ตัวผู้ให้บริการดาตาเซ็นเตอร์เหล่านี้แทน เทคโนโลยีที่ใช้ในห้องดาตาเซ็นเตอร์จึงมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องไปกับเทรนด์กระแสการอนุรักษ์พลังงานในยุคปัจจุบัน

ห้องดาตาเซ็นเตอร์ยุคใหม่

พัฒน์พงศ์ เพชร์แก้วณา ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคและออกแบบศูนย์ข้อมูล บริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ซีพีซีเอส (ประเทศไทย) อธิบายถึงการใช้ข้อมูลในห้องดาตาเซ็นเตอร์ว่า หลายคนมักมองข้ามเรื่องการออกแบบและการวางระบบห้องดาตาเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญห้องหนึ่งภายในบริษัท หรือระบบอาคารที่มีการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ระบบการจัดการและการออกแบบห้องที่ไม่เหมาะสม จะทำให้สูญเสียพลังงานไปกับความร้อนที่ปล่อยออกมา และการใช้พลังงานที่ไม่เหมาะสมกับช่วงเวลา

ระบบการบริหารจัดการที่ดี

พัฒน์พงศ์ อธิบายว่า ห้องดาตาเซ็นเตอร์ยุคใหม่จะต้องออกแบบมาให้สอดคล้องกับการใช้พลังงานจริง ด้วยการใช้วิธีการใช้ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ มาตรวจจับการใช้พลังงาน เพื่อเก็บข้อมูลในแต่ละจุดภายในห้องดาตาเซ็นเตอร์ และนำมาประมวลผลว่าห้องดาตาเซ็นเตอร์มีการใช้พลังงานตรงจุดไหนมากที่สุดและในช่วงเวลาใด แล้วนำตัวเลขเหล่านั้นมาวางแผนการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะเดียวกันต้องลดต้นทุนการใช้พลังงานลงไปด้วย อย่างเช่นห้องดาตาเซ็นเตอร์มีการใช้ข้อมูลมากที่สุดในช่วงเวลาทำงานของทุกวัน ระบบก็จะเพิ่มความเย็นเข้าไปให้เครื่องอยู่ในระดับที่สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ

พอถึงช่วงที่มีการใช้งานน้อย เซิร์ฟเวอร์ปล่อยความร้อนออกมาไม่มาก หรืออยู่ในช่วงฝนตก ในวันอากาศหนาว ตู้เซิร์ฟเวอร์อุณหภูมิไม่สูงมากนัก ระบบก็จะปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมตามลำดับ หรือแม้กระทั่งการควบคุมระบบการทำงานในส่วนต่างๆ ต้องมีการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสามารถปรับเพิ่มหรือลดการใช้พลังงานในตู้เซิร์ฟเวอร์ได้ ซึ่งเป็นปัญหาแทบทุกบริษัทในปัจจุบัน ที่มีความต้องการใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ในปริมาณที่มากขึ้น ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟฟ้าตามมาอย่างมหาศาล

จากการสำรวจข้อมูลโดยเฉลี่ยแล้ว ห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาด 40 ตารางเมตร ซึ่งเป็นห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กๆ ยังมีค่าไฟฟ้าสูงถึง 3 หมื่นบาทต่อเดือน แล้วห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่จะใช้พลังงานมหาศาลขนาดไหน

สุดท้ายแล้ว ห้องเซิร์ฟเวอร์ที่ดีจะต้องมีการออกแบบระบบหมุนเวียนความร้อนอย่างเหมาะสม เพราะพลังงานความร้อนที่ปล่อยออกมาจำนวนมากในเซิร์ฟเวอร์แต่ละตู้ ล้วนส่งผลทำให้ระบบปรับอากาศทำงานหนักมากขึ้น มีระบบรักษาความปลอดภัยสามารถตรวจจับผู้บุกรุก และระบบซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทำงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว

ก้อนเมฆอินเทอร์เน็ต

ก้อนเมฆที่เราว่านี้ ไม่ใช่ก้อนเมฆจริงๆ แต่เป็นชื่อเรียกเทียบเคียงของระบบคลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นระบบการจัดการเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถลดการใช้ทรัพยากร พลังงานไฟฟ้า และแชร์เซิร์ฟเวอร์ร่วมกันจนกลายเป็นกลุ่มก้อนเมฆขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนระบบอินเทอร์เน็ตให้ทรงประสิทธิภาพ และช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อีก

สมุจจ์ ถนัดสร้าง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ (ประเทศไทย) เล่าถึงระบบคลาวด์คอมพิวติงนี้ว่า เมื่อพูดถึงระบบคลาวด์คอมพิวติง แต่ละบริษัทอาจจะให้ความหมายที่ไม่เหมือนกัน แต่ภาพรวมการทำงานของคลาวด์คอมพิวติงนั้น ให้นึกถึงก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า ไม่มีตัวตนที่จับต้องได้ แต่คือศูนย์กลางในการทำงานร่วมกันของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวที่จะมาแชร์ทรัพยากรร่วมกัน และทำให้เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตที่ไหนก็ได้

เราไม่รู้มาก่อนเลยว่าเรากำลังใช้งานในระบบคลาวด์คอมพิวติงอยู่ เช่น ระบบจีเมล ก็ใช้งานผ่านคลาวด์คอมพิวติง ใช้มือถือแอนดรอยด์ต่อเข้าอินเทอร์เน็ตก็ทำงานผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติงเช่นกัน หลายๆ เว็บไซต์ทำงานผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติง ทุกวันนี้เราทำงานผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติงโดยไม่รู้ตัว

บริษัทต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์เพิ่มให้เสียต้นทุนค่าเครื่อง ค่าบำรุงรักษา ค่าพลังงานไฟฟ้า อีกมหาศาล ระบบคลาวด์คอมพิวติงจะเป็นการขอแชร์พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ที่ยังเหลือในระบบคลาวด์คอมพิวติง ซึ่งอาจจะตั้งอยู่ที่บริษัทอื่น โดยที่บริษัทตัวเองจะมีเพียงเครื่องเซิร์ฟเวอร์เล็กๆ เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเท่านั้น วิธีนี้เป็นการลดค่าใช้จ่ายลงมากกว่าครึ่ง อีกทั้งลดการใช้พลังงานจากการเพิ่มเครื่องเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย

จากข้อมูลทั้งหมดเราจะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญที่สุดในการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน ในระบบดาตาเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ทุกบริษัทนั้น คือ การวางแผนจัดการในภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบ ค้นหาจุดที่ยังเป็นปัญหา และค้นหาวิธีการจัดการให้เหมาะสม ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และไม่หยุดที่จะพัฒนาหรือค้นหาวิธีการจัดการใหม่ๆ ที่เหมาะสมในอนาคต เหมือนที่โปรแกรมเมอร์ได้พัฒนาระบบคลาวด์คอมพิวติงเข้ามาช่วยแชร์ทรัพยากรไม่ให้ห้องดาตาเซ็นเตอร์เสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ และเชื่อว่าในอนาคตเองเราจะได้เห็นระบบการจัดการพลังงานในโลกไซเบอร์ใหม่ที่ดีกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท