
เพื่อคนรักสุขภาพ
เพิ่งก่อตั้งมาได้ 1 ปีกว่าๆ “ตลาดปันอยู่ปันกิน” แหล่งรวมและจุดนัดพบระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคสินค้าและอาหารประเภทออร์แกนิก
โดย...วรธาร
เพิ่งก่อตั้งมาได้ 1 ปีกว่าๆ “ตลาดปันอยู่ปันกิน” แหล่งรวมและจุดนัดพบระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคสินค้าและอาหารประเภทออร์แกนิก ในซอยนาคนิวาส 30 แต่ปรากฏได้รับการตอบรับดีเกินคาด จากจำนวนคนมาเดินตลาดครั้งแรก 40-50 คน ปัจจุบันมากถึง 250-300 คน แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจสุขภาพของคนเมืองที่ต้องการสินค้าและอาหารสะอาดปลอดภัยและมีคุณภาพ
โดยรูปแบบการดำเนินการของปันอยู่ปันกินจะทำเป็นระบบสั่งจองล่วงหน้า หรือพรีออร์เดอร์ (Pre-Order) เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้ และไม่ต้องเสียเวลามานั่งขายสินค้าโดยที่ไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อหรือไม่ ถือว่าเป็นระบบที่ลดความเสี่ยงให้กับผู้ผลิตอาหาร ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ได้สินค้าและอาหารตามที่ต้องการอีกด้วย
จิ๊ก-สุณัฐลินี สินพรหม หนึ่งในผู้บุกเบิกและผู้บริหารตลาด เล่าที่มาและจุดเริ่มต้นของตลาดให้ฟังว่า เดิมเธอกับสามีทำสวนเรียนรู้เกี่ยวกับการพึ่งตนเอง (การปลูกผักในเมือง) ในซอยลาดพร้าว 71 ปรากฏว่ามีคนสนใจมาเรียนจำนวนมาก ต่อมามีการแตกกิจกรรมหลากหลาย
หนึ่งในนั้นคือจัดห้องเรียนโยคะทุกสัปดาห์ ซึ่งในห้องเรียนจะมีกลุ่มแม่บ้านที่ทำอาหารกินเองและดูแลสุขภาพ แต่ไม่มีเวลาในการเลือกซื้อของที่เป็นออร์แกนิกปลอดภัย
“จิ๊กกับแฟนจึงช่วยหาของพวกนี้ให้เลยเกิดกิจกรรมเล็กๆ รวมกันซื้อขึ้นมา เบื้องต้นคุยกันว่าสิ่งที่ทุกคนกินหรือใช้ประจำวัน มีอะไร ส่วนใหญ่เป็นของสด เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ อาหารทะเล ข้าวสาร จิ๊กกับแฟนเป็นหนึ่งหน่วยบริโภคเทรนด์นั้นอยู่แล้วเริ่มแรกรวมกันซื้อไม่ถึง 10 คน แต่พอเริ่มแล้วเห็นทิศทางว่าไปได้มีเสียงต้องการเข้ามาเยอะเลยคุยในกลุ่มเพื่อน Heart Core Organic ว่ามาทำตลาดด้วยกันดีไหม แบบพรีออร์เดอร์เพื่อนๆ ก็เห็นด้วยและนั่นก็เป็นที่มาของปันอยู่ปันกินค่ะ”
สุณัฐลินี เล่าต่อว่า ตลาดจะจัดทุกวันอาทิตย์ปลายเดือน เวลา 10 โมงถึง 4 โมงเย็น ตอนแรกคิดว่าจะทดลองจัด 3 ครั้ง (1 ครั้ง/เดือน) แต่ปรากฏทุกครั้งที่จัดมีการตอบรับดีมาก มีคนสั่งจองสินค้ามาเยอะและร้านค้าที่มาลงก็มากขึ้น ทำให้ต่อมาต้องย้ายสถานที่จากครั้งแรกจัดอยู่มูลนิธิเพื่อเด็กพิการที่ลาดพร้าวก็ย้ายมาซอยนาคนิวาส 30 ในพื้นที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่งที่ทำสวนในเมืองและมีพื้นที่พอจัดตลาดได้ ทั้งการเดินทางสะดวกกว่าไปที่มูลนิธิฯ
“สำหรับสินค้าและอาหารที่มาขายในตลาดไม่ว่าอาหารสดหรือแปรรูปเราจะเลือกสรรร้านหรือแหล่งผลิตที่เป็นออร์แกนิกและต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่พวกเรากำหนดขึ้น และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้อาหารที่สะอาดปลอดภัยและคุณภาพดีจริงเราจะเดินทางไปดูการผลิตถึงที่ เช่น หมูเราเลือกของปลอดสารของสามพรานฟาร์มอยู่ที่ราชบุรี
“ไข่ไก่ก็เลือกฟาร์มไข่ไก่ที่ใช้วิธีการเลี้ยงไก่ไม่กักขังและไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ อาหารทะเลเลือกกลุ่มประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ ฟาร์มผักก็ของน้องในกลุ่มที่ปลูกผักอยู่แล้ว ผลไม้ก็ของเพื่อนในกลุ่มที่อยู่จันทบุรีที่ทำออร์แกนิกส่งเลมอนฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่แค่นี้ คือเราจะเชื่อมหลายเครือข่ายเพื่อหาของดีๆ มาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อกันหลากหลาย”
สุณัฐลินี กล่าวว่า นอกจากจะมีสินค้าและอาหารคุณภาพให้ทุกคนได้เลือกซื้อตามชอบแล้ว ยังมีดนตรีขับกล่อมและการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปสนุกๆ อีกด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไปเดินตลาด ซึ่งบางคนมาเดินทั้งครอบครัวได้ร่วมทำกิจกรรมกันทำให้เกิดเป็นชุมชนผู้บริโภคเล็กๆ ที่มาร่วมกันกินอยู่อย่างมีความหมาย
“ปัจจุบันมีคนมาเดินตลาดคร่าวๆ อยู่ที่ 250-300 คน ผู้ผลิตอาหารทั้งของสดและแปรรูปอยู่ที่ประมาณ 20-25 ร้าน สินค้าและอาหารที่ลูกค้าพรีออร์เดอร์ ส่วนใหญ่เป็นพวกอาหารทะเล เนื้อหมู ไก่ ไข่ไก่ ส่วนช่องทางสามารถสั่งจองเข้ามาได้ที่เพจปันอยู่ปันกิน หรืออินบ็อกซ์เพจก็ได้ หรือว่าจองตรงมาที่จิ๊ก หรือผู้ผลิตอาหารแต่ละเจ้าได้เลยค่ะ” จิ๊ก กล่าว
ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่า ปันอยู่ปันกิน เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่มผู้ริเริ่มโดยมี จิ๊ก-สุณัฐลินี เป็นแกนหลัก ซึ่งเธอบอกว่าหากชุมชนไหนสนใจอยากลองทำตลาดในรูปแบบสั่งจองล่วงหน้าที่ปันอยู่ปันกินทำ เธอและผองเพื่อนยินดีให้คำปรึกษาทุกเมื่อ เพื่อไปช่วยทำให้เกิดระบบอาหารที่มีคุณภาพในที่อื่นๆ ต่อไป







