posttoday
ความเจริญคุกคามความสงบ

ความเจริญคุกคามความสงบ

19 สิงหาคม 2560

ไม่ได้กลับมานาน พอกลับบ้านทีเหมือนเรากลายเป็นคนแปลกหน้าไป

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

ไม่ได้กลับมานาน พอกลับบ้านทีเหมือนเรากลายเป็นคนแปลกหน้าไป

การเจริญเติบโตของเมืองที่ไร้ขีดจำกัด การผุดขึ้นของคอนโดมิเนียมราวกับดอกเห็ดโดยเฉพาะจุดที่รถไฟฟ้าสารพัดสีต่างๆ ผ่าน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนทั้งทางบวกและลบกระทบคนหมู่มากจริงๆ

เมื่อ 30 ปีก่อน ผมอยู่บ้านสุทธิสารไม่ไกลจากถนนรัชดาภิเษก เป็นหมู่บ้านที่ผมปักหลักอยู่กับครอบครัวที่พ่อซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการทำงาน ไปจองโครงการตั้งแต่กำลังเพิ่งสร้าง บ้านสองชั้นบนพื้นที่เล็กๆ 30 ตารางวา เราทั้งสามพ่อและลูกอยู่กันอย่างอบอุ่น

ตอนเด็กผมไม่รู้อะไรมาก ประสาวัยตอนนั้นยังคงห่วงเล่นสนุกสนาน เมื่อผมโตขึ้น วันที่พ่อจากเราไป ผมมีความผูกพันในบ้านหลังนี้ มันเป็นบ้านที่รับรู้ได้ถึงความเหนื่อยยากของพ่อกว่าจะผ่อนหมดนับสิบปี จากนั้นพ่อก็อยู่ไม่นานต้องจากเราไปและสิ้นลมหายใจในบ้านหลังนี้ของพ่อเอง

มันเป็นบ้านที่อบอุ่นของพวกเรา อยู่แล้วก็รู้สึกว่าพ่อยังอยู่ใกล้ๆ ไม่หนีเราไป ข้อสำคัญคือตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางไปไหนสะดวกและเงียบสงบอย่างเหลือเชื่อทั้งที่อยู่ในจุดไข่แดงของกรุงเทพฯ ที่น่าจะวุ่นวายบรรลัย แต่บรรยากาศในหมู่บ้านนี้กลับร่มรื่น แต่ละวันแทบไม่มีรถผ่านหน้าบ้าน เพราะเป็นหมู่บ้านปิด

แม้ผมจะไม่รู้จักคนในหมู่บ้านครบทุกคน แต่เวลาเดินไปซื้อของหน้าปากซอยก็ได้ทักทาย พูดคุย ถามสารทุกข์สุกดิบ โตขึ้นก็วิ่งออกกำลังกายในหมู่บ้านได้รู้จักคนในหมู่บ้านหลายคน มันเป็นชุมชนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่คอยช่วยดูแล เอื้อเฟื้อเป็นหูเป็นตาเหมือนคนในครอบครัว 

หลายสิบปีที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นกับหมู่บ้านของผม ประเทศที่กำลังพัฒนา กรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหยุดโต เริ่มมีโรงแรมมาสร้างที่ชายขอบหมู่บ้านแต่มันก็ขนาดเล็ก หลายปีต่อมาพื้นที่รอบนอก และในซอยข้างเคียงเริ่มมีคอนโดมาลงชุกชุมขึ้น เพราะทำเลมันดีเป็นทางลัดจากแยกรัชดา สุทธิสาร ไปยังถนนลาดพร้าว

ไม่กี่ปีมานี้ บริษัทสื่อกีฬายักษ์ใหญ่ก็ย้ายออฟฟิศมาตั้งข้างๆ หมู่บ้านอีก การเปลี่ยนแปลงเริ่มกระทบ มีการทุบกำแพงเพื่อเปิดให้หมู่บ้านเชื่อมต่อกับตรอกซอกซอยเป็นทางลัดไปถนนใหญ่มากขึ้นและเพื่อความสะดวกในการเดินทางของพนักงานในบริษัทนี้ที่จะใช้พื้นที่หมู่บ้านเป็นทางเข้าออกอีกจุด

ผลก็คือมีรถพนักงานออฟฟิศเข้ามาจอดรถในพื้นที่ของหมู่บ้านมากขึ้น เรียงรายข้างกำแพงเป็นแถบจากซอยที่โล่งโปร่งสบาย กลับต้องชวนอึดอัด บริษัทสื่อเอาหนังสือพิมพ์มาแจกให้คนในหมู่บ้านอ่านเพื่อเอาใจ แต่ก็แค่ 1 เดือน จากนั้นก็ปล่อยเลยไป ทุกคนที่อยู่ก็ต้องทำใจรับสภาพกับการเปลี่ยนแปลง

เมื่อรถไฟฟ้าใต้ดินเส้นแรกวิ่งผ่านเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และมีสถานีจอดไม่ไกลจากบ้านผม ปรากฏการณ์ที่เห็นคือ การเกิดขึ้นของคอนโดทั้งระดับแกรนด์และแบบเอสเอ็มอี เรียกได้ว่า ทุกจุดพรุนไปด้วยเจ้าคอนโดพื้นที่ไหนว่าง หรือบ้านไหนทิ้งร้างจะถูกปล่อยขายราคาแพงเพื่อสร้างมัน

ผลของมันก็แน่นอนสิ มนุษย์ดอนโดเข้ามามากขึ้น เมื่อมีคนก็ต้องมีเงิน เมื่อมีเงินก็ต้องมีของขาย ร้านค้า แผงขาย วินมอเตอร์ไซค์คอยบริการ รถรามากขึ้นจนถนนแคบไปถนัดตา เฉี่ยวชนกันบ่อย ส่วนเซเว่นนับแล้วมีถึง 5 แห่งตั้งในซอยทางลัดบ้านผมน่าจะเป็นดัชนีชี้วัดทำเลทองได้อย่างดี

“รถไฟฟ้า” มันเป็นสารกระตุ้นระดับช้างกระทืบโรงจริงๆ ไม่ใช่แค่เลือกผ่านเส้นทางที่ผู้คนหนาแน่น มุมกลับเส้นไหนที่เคยอยู่สงบเงียบ หลับสบายดี มันก็ถูกปลุกให้ตื่นคึกคักขึ้นมา แต่งตัวให้นักลงทุนหน้าเก่า หน้าใหม่ เศรษฐีคนมีเงิน ช็อปซื้อที่สร้างคอนโด ตักตวงเงินสบายๆ

นั่นแค่เส้นเดียว ล่าสุด รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะผ่านเส้นลาดพร้าวอีกไม่เกิน 4 ปีเสร็จ ยิ่งกระตุ้นให้สร้างเพิ่มขึ้นจนแทบจะต่อตึกกันแล้ว

คราวนี้ความเจริญที่ถูกยัดเยียด คุกคามเข้ามาถึงในหมู่บ้าน วันนั้นผมแวะกลับมานอนที่บ้านหลังนี้หลังจากย้ายไปตั้งครอบครัวใหม่ พบว่ามีโครงการสร้างอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น มาลงใกล้บ้านผมมาก ห่างกันแค่ไม่กี่หลัง เพราะบ้านแถวนั้นขายที่ เลยเป็นโอกาสดีของพวกนายทุนที่ซื้อบ้านเก่าและทุบสร้างเปลี่ยนแบบเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่า

การสร้างดูจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ผมพยายามจินตนาการในหมู่บ้านเราจะเป็นอย่างไร ถ้ามีประชากรเพิ่มอีกเกือบพันชีวิต รถอีก 80 คัน มอเตอร์ไซค์วิ่งขวักไขว่ รถจะยิ่งติดเลื้อยเข้ามาในหมู่บ้านมากขึ้น ถนนที่ทรุดต่ำอยู่แล้วจนน้ำท่วมในช่วงหลัง จะซ้ำเติมเพิ่มอีกหรือไม่ ความเดือดร้อนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

คำถามมากมาย การยื่นขอสร้างอพาร์ตเมนต์กับทางสำนักงานที่ดินถูกต้องหรือไม่ เพราะพื้นที่แห่งนี้คือหมู่บ้าน จัดสรรขัดเจตนาดั้งเดิมเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่มาปลูกอพาร์ตเมนต์เพื่อการพาณิชย์ นอกจากจะรบกวนความสงบสุข ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาการใช้ถนนร่วมกันในหมู่บ้านเป็นที่จอดรถ

กรณีทำนองนี้เกิดขึ้นแล้วหลายพื้นที่ที่มาพร้อมกับความเจริญ ทุกอย่างมีกติกาเส้นแบ่งตามกรอบกฎหมาย พื้นที่ไหน สร้างได้หรือไม่ได้ทั้งหมดหากเจ้าหน้าที่ยึดกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาก็จะไม่เกิดปัญหา ถ้าตกลงไม่ได้สุดท้ายต้องให้ศาลเป็นที่พึ่งของความยุติธรรม ที่ผ่านมามีคดีลักษณะนี้เกิดมากขึ้น และฝ่ายลูกบ้านเคยร้องชนะคอนโดที่สร้างเป็นข่าวหลายคดี

ใช่หรือไม่ ที่ความเจริญเหล่านี้ กระตุ้นให้เกิดความบ้าระห่ำของการแสวงหากำไรและประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนทำลายวิถีชีวิตและความสุขของคนในพื้นที่ไป

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล