posttoday
ฮงจีฮีขอเป็นสะพานสร้างสัมพันธ์ไทย-เกาหลี

ฮงจีฮีขอเป็นสะพานสร้างสัมพันธ์ไทย-เกาหลี

21 กันยายน 2553

ธุรกิจที่เธอทำทั้งหมดนี้เธอบอกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” และ “ชื่อเสียงของประเทศ” ต้องมาก่อน แม้กระทั่งเงินตรา.....

ธุรกิจที่เธอทำทั้งหมดนี้เธอบอกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” และ “ชื่อเสียงของประเทศ” ต้องมาก่อน แม้กระทั่งเงินตรา.....

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

เห็นชื่อและหน้าตาของเธอคงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอเป็นสาวเกาหลี “ฮงจีฮี” หรือมีชื่อเรียกเป็นไทยว่า “ตุ๊กตา” เจ้าของบริษัท เค.ที.ซี.ซี. ซึ่งดำเนินธุรกิจหลายด้าน เช่น เอนเตอร์เทนเมนต์ อีเวนต์ ท่องเที่ยว งานแปลและล่าม งานพีอาร์และมาร์เก็ตติงในเรื่องของธุรกิจ การศึกษา เป็นต้น ซึ่งธุรกิจที่เธอทำทั้งหมดนี้เธอบอกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” และ “ชื่อเสียงของประเทศ” ต้องมาก่อน แม้กระทั่งเงินตรา

เพราะรักประเทศไทย

ฮงจีฮีขอเป็นสะพานสร้างสัมพันธ์ไทย-เกาหลี

ฮงจีฮี เลือกเรียนภาษาไทยเป็นภาษาพิเศษ เพราะชอบประเทศไทย และเห็นว่าไม่ค่อยมีคนเรียน เพราะส่วนใหญ่จะเรียนภาษาอังกฤษ จบแล้วทำงานเป็นล่ามให้รัฐบาลเกาหลีประมาณ 15 ปี ครั้งหนึ่งเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเกาหลี-ไทย ได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้มีความรักและผูกพันกับประเทศไทยมาก

เธอกล่าวถึงการที่มาอยู่เมืองไทยว่า ชอบอัธยาศัยไมตรีและความมีน้ำใจของคนไทย ประกอบกับประเทศไทยและเกาหลีมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานาน จึงได้ตัดสินใจมาอยู่เมืองไทย และตั้งบริษัท เค.ที.ซี.ซี. ขึ้นในปี 2546 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่จะส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกันในรูปแบบต่างๆ

“ประกอบด้วยรูปแบบในการท่องเที่ยวที่พาคนเกาหลีมาเที่ยวเมืองไทย และพาคนไทยไปเที่ยวเกาหลี การศึกษาดูงาน การประชุมสัมมนา การจัดกิจกรรมพิเศษ บันเทิง การแปลและล่าม รวมทั้งการพัฒนาทางด้านการค้า การศึกษา และวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ โดย เค.ที.ซี.ซี. ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีและองค์กรด้านการท่องเที่ยวของเกาหลี”

เป็นตัวแทนประเทศเกาหลี

ฮงจีฮี แม้เป็นหญิงที่มีรูปร่างบอบบาง แต่ว่าทุกคนเมื่อได้เห็นเธอและการทำงานของเธอแล้วก็ต้องยอมรับในความเป็นคนเก่งและมากด้วยความสามารถอย่างที่ชายทั้งหลายต้องทึ่ง ลองคิดดูประเทศเกาหลีเป็นที่รู้จักของคนไทยในช่วงหลังๆ มานี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็ได้มีส่วนทำให้คนไทยรู้จักประเทศเกาหลีมากขึ้นเป็นลำดับ จากที่เมื่อก่อนคนไทยไม่ค่อยรู้จักประเทศเกาหลี และคนเกาหลีไม่ค่อยรู้จักประเทศไทย แต่ตอนนี้เป็นไง กระแสเกาหลีนั้นแรงจริง

ฮงจีฮีขอเป็นสะพานสร้างสัมพันธ์ไทย-เกาหลี

ความเก่งและความสามารถของเธอทำให้ได้รับแต่งตั้งจากทางประเทศเกาหลีหลายตำแหน่ง ประกอบด้วย ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเกาหลีใต้ “ลีมยองบัก” โดยดำรงตำแหน่งในทีมที่ปรึกษาที่ 14 ให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นตัวแทนรัฐบาล (สถานทูตเกาหลี) ในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
 
นอกจากนี้ ยังเป็นตัวแทนของการท่องเที่ยว (ททท.ไทย และ อสท.เกาหลี) ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างทั้งสองประเทศ ทั้งยังเป็นผู้ประสานงานให้กับรัฐบาลทั้งสองประเทศ และกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

ฮงจีฮี บอกว่า อยากอยู่เมืองไทยไปตลอดชีวิต อยากช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไทยที่ด้อยโอกาสให้เข้าถึงการศึกษา โดยคิดที่จะตั้งอะคาเดมีเซ็นเตอร์ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ เหล่านี้ได้เรียนสิ่งที่เขาสนใจ เช่น ศิลปะ ดนตรี ภาษา เพราะต้องไม่ลืมว่าถ้าเยาวชนไม่มั่นคง ประเทศพัฒนาไปไม่ได้

5 อย่างทำแล้วสุขใจยิ่งนัก

เธอเป็นผู้หญิงที่ทำธุรกิจโดย “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ต้องมาก่อน เพราะฉะนั้นความสุขของเธอส่วนใหญ่จึงหาได้จากงานและธุรกิจที่ทำนี้

1.สุขใจได้ทำตามเป้าหมาย
เป็นคนที่ทำอะไรก็ตามจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และพยายามทำให้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ มีความกระตือรือร้น มุ่งมั่น เอาจริง เช่น งานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-เกาหลี ที่เราเป็นตัวแทนของเกาหลี ก็มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องทำให้สองประเทศนี้มีความมั่นคงในด้านมิตรภาพให้ได้และยั่งยืน และถึงตอนนี้ก็คิดว่าได้ทำตามเป้าหมายที่วางไว้แล้วในระดับที่พอใจ และยังจะต้องทำต่อไป

2.สุขใจสัมพันธ์ไทย-เกาหลีมั่นคง
ถึงตอนนี้คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เกาหลี มีความมั่นคงและก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะถ้าย้อนหลังไปราวๆ 10 ปี ประเทศเกาหลียังไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย และประเทศไทยก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนเกาหลีมากนัก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้ไปไหนคนไทยก็รู้จักเกาหลี ชอบหนังเกาหลี ดาราเกาหลี และคนเกาหลีหลายคนชอบเมืองไทย อยากมาเที่ยว อยากมาอยู่เมืองไทย และอยากทำธุรกิจกับคนไทย

3.สุขใจที่ได้อยู่กับพระเจ้า
ตุ๊กตานับถือคริสต์ศาสนา เวลาจะทำอะไรก็ตามก็จะนึกถึงพระเจ้าตลอดให้ พระองค์ช่วยให้ประสบความสำเร็จ และการที่ได้มาอยู่และทำ

ธุรกิจที่เมืองไทยนี้ก็คิดว่าเพราะพระเจ้าท่านส่งมา ประสบความสำเร็จในชีวิตก็เพราะมีพระเจ้าอยู่ในใจของเราเสมอ
เธอเป็นคนที่เวลาทำอะไรก็ตามก็จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน และเมื่อใดก็ตามได้บรรลุเป้าหมายแล้ว เวลาทำอะไรจะต้องมีวิชันชัดเจน

4.สุขใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น
การที่ได้เป็นตัวแทนจากประเทศเกาหลี ได้ทำงานในจุดนี้ ทำให้ได้มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นมากมาย ทั้งคนไทยและคนเกาหลีจากหลายวงการ เช่น วงการธุรกิจ บันเทิง หรือระหว่างประเทศ จะเห็นว่าแต่ก่อนคนเกาหลีถ้าจะทำธุรกิจก็คิดทำกับทางยุโรป แต่ตอนนี้หันมาทำธุรกิจกับคนไทยมากขึ้น หรืออย่างคนไทยจะไปถ่ายทำภาพยนตร์ที่เกาหลี เช่น เรื่องกวน มึน โฮ เราก็ได้ช่วยเหลือและประสานกับทางเกาหลีให้เป็นอย่างดี เป็นต้น ซึ่งนี่ก็เป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง

5.สุขใจที่เห็นคนอื่นพัฒนาขึ้น
ก็คงจะเป็นเรื่องที่เราเห็นน้องๆ ทีมงานมีการพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เรามีความสุข สบายใจมาก แต่ถ้าพูดถึงเมื่อก่อนน้องๆ อาจยังไม่เข้าใจระบบการทำงานในแบบของเกาหลีที่ทำอะไรมักจะทำเป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน เวลาแสดงออกก็แสดงออกตรงๆ ต่างจากคนไทยที่มักเก็บความรู้สึกและความเห็นไว้ ไม่แสดงออกมา ซึ่งเรารู้สึกอย่างนั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท