posttoday
การสลายการชุมนุม7ตุลา เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

การสลายการชุมนุม7ตุลา เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

03 สิงหาคม 2560

เฟซบุ๊ก Rosana Tositrakul

เฟซบุ๊ก Rosana Tositrakul

"การสลายการชุมนุม7ตุลา เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?"

เหตุการณ์สลายการชุมนุม วันที่ 7ตุลาคม 2551 เกิดขึ้นในปีแรกที่ดิฉันเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯจากการเลือกตั้ง

เช้าตรู่วันที่7ตุลา เพื่อนในกลุ่ม40ส.วโทรมา

บอกให้ดิฉันเปิดทีวีดู ในทีวีปรากฎภาพชุลมุนของการสลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางให้ ส.ส และส.ว เข้าไปร่วมประชุมการแถลงนโยบายของรัฐบาล สมาชิกในกลุ่ม40ส.ว นัดหมายไปพบกันที่ราชภัฏสวนดุสิตเพื่อดูสถานการณ์

ปรากฎว่าหลังจากที่มีส.ส และส.ว เดินทางเข้าร่วมประชุมจนครบองค์ประชุมแล้ว รัฐสภาก็เปิดประชุมให้นายกฯแถลงนโยบาย แต่การยิงแก๊สน้ำตายังไม่หยุด

ดิฉันจึงเดินทางเข้าไปในรัฐสภา และเข้าไปพูดในระหว่างที่ท่านนายกฯสมชายกำลังแถลงนโยบาย ว่าขอให้ยุติการแถลงนโยบายก่อนเพราะข้างนอกมีคนบาดเจ็บแขนขาขาดจากการยิงแก๊สน้ำตาของตำรวจ และจนขณะนั้น ตำรวจก็ยังไม่หยุดการยิงแก๊สน้ำตา

การลุกขึ้นพูดของดิฉันทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยโกรธมาก ดิฉันเกือบถูกส.ส พรรคเพื่อไทยรุมทำร้ายในห้องประชุม มีส.ส ผู้ชายหลายคนเข้ามารุมล้อม ชี้หน้าบริภาษอย่างรุนแรง สามีดิฉันซึ่งเดินทางมาเป็นเพื่อน เห็นภาพจากจอทีวีด้านนอก จึงเข้ามาพร้อมกับสมาชิกที่เดินเข้ามาจากด้านนอก เพราะเห็นเหตุการณ์ชุลมุนในห้องประชุม

กรณีที่สามีเข้ามาเพราะเกรงว่าดิฉันจะถูกทำร้ายเลยเป็นประเด็นให้พรรคเพื่อไทยอ้างว่าดิฉันพาคนนอกเข้ามาประชุมเพื่อเป็นเหตุยื่นถอดถอนดิฉัน แต่ปปช.ไต่สวนแล้วยกคำร้องถอดถอนดิฉัน เพราะมีหลักฐานวิดีโอจากทีวีหลายช่อง ว่าดิฉันไม่ได้พาคนนอกเข้ามาตามที่ถูกกล่าวหา

หลังเหตุการณ์7ตุลา กรรมาธิการหลายคณะในวุฒิสภาได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และพบว่าตำรวจไม่ได้ปฏิบัติตามแผนกรกฎ โดยที่ลำดับของแผนกรกฎมีหลายขั้นตอน การใช้แก๊สน้ำตาเป็นขั้นตอนสุดท้าย ต้องใช้การเจรจาก่อน ขั้นต่อมาใช้วิธีดันคนออก ขั้นต่อมาใช้น้ำในการสลายการชุมนุม ซึ่งพบว่าไม่มีการขอรถน้ำมาเตรียมไว้ก่อนการใช้แก๊สน้ำตาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของแผนกรกฎ แต่จากการสอบข้อเท็จจริง พบว่าตำรวจเริ่มต้นก็ใช้แก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุมเลย

ในการตรวจสอบของกรรมาธิการในวุฒิสภาพบว่า แก๊สน้ำตาจากจีนเป็นแก๊สน้ำตาที่หมดอายุแล้ว และสารRDXในแก๊สน้ำตามีอานุภาพเท่ากับระเบิดซีโฟร์ มีการทดลองโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาทำการทดสอบ และพบว่าหากมีการปาแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมโดยตรง ทำให้เนื้อฉีกขาดได้

กรรมธิการได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดมาพิสูจน์เรื่องแก๊สน้ำตา รวมทั้งการตายของน้องโบว์ และพบว่าการตายของน้องโบว์เกิดจากการถูกขว้างด้วยระเบิดแก๊สน้ำตา ไม่ใช่เกิดจากระเบิดที่พกมาเองตามที่มีการกล่าวอ้าง รวมทั้งพบอีกว่า วิถีการยิงแก๊สน้ำตา เป็นการยิงแก๊สน้ำตาที่ผิดหลักวิธีตามที่แนะนำในวิธีการใช้ เพราะเป็นการขว้างตรงเข้าสู่ผู้ชุมนุม ซึ่งวิธีใช้ที่ถูกต้อง ต้องขว้างแบบวิถีโค้ง ให้ห่างจากผู้ชุมนุม การขว้างตรงเข้าสู่ผู้ชุมนุมทำให้เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงเช่น แขน ขาขาด การเสียชีวิตทันที อย่างกรณีของน้องโบว์

แม้หลังจบการแถลงนโยบายในสภาไปแล้วหลายชั่วโมง แต่ยังมีการยิงแก๊สน้ำตาต่อเนื่องจนถึงเวลาดึกของคืนนั้น

การเสียชีวิตของน้องโบว์เกิดขึ้นบริเวณมุมถนนบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในเวลาประมาณ6โมงเย็น ซึ่งการประชุมสภาสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ประมาณเที่ยง

คนที่ตายและบาดเจ็บจำนวนมากเกิดในช่วง ค่ำ หลังการประชุมเสร็จสิ้นไปนานแล้ว

ด้วยความเคารพในคำพิพากษาของศาล แต่จากข้อเท็จจริงที่ดิฉันได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ดิฉันยังมีคำถามว่า ควรมีข้อพิจารณาหรือไม่ว่า กระบวนการสลายการชุมนุมของประชาชนที่ผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองในขณะนั้นกระทำต่อผู้ชุมนุม จะถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หรือไม่?

ดิฉันหวังว่าปปช.จะอุทธรณ์เรื่องนี้ต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อผู้ที่เสียชีวิต และพิการในเหตุการณ์ 7ตุลา 51

รสนา โตสิตระกูล
2 สิงหาคม 2560

ที่มา https://www.facebook.com/rosana.tsk/posts/1628758593835306

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์