
ปุจฉาวิสัชนายุบหนอพองหนอกับอริยมรรค (ตอน ๔)
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ โยมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่ มาเมื่อวันที่ ๗–๑๔ ส.ค.ที่ผ่านมา
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ โยมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่ มาเมื่อวันที่ ๗–๑๔ ส.ค.ที่ผ่านมา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ โยมได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง จ.เชียงใหม่ มาเมื่อวันที่ ๗–๑๔ ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแม่ เป็นการจัดของมูลนิธิทางธรรม ได้มีข้อสงสัยในการนั่งภาวนาเนื่องจากว่า ได้ปฏิบัติทางสายพุทโธมาตลอด คือการดูลมหายใจ แต่พอไปปฏิบัติที่วัดร่ำเปิงซึ่งใช้วิธียุบหนอพองหนอ จึงเกิดความสับสนขึ้นในการปฏิบัติ และหลังจากได้ฟังธรรมะก็พบคำว่า อริยมรรคองค์ ๘ ซึ่งก็ยังไม่ทราบความหมาย จึงขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า อริยมรรคองค์ ๘ มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติยุบหนอ พองหนอ และภาวนา “พุทโธ” อย่างไร
ขนิษฐา ดวงสงค์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
จ.เชียงใหม่
วิสัชนา : หรือในวิชาต่างๆ เช่นเดียวกันเพื่อเป็นที่ตั้งของจิตกับให้มีการพิจารณารู้ในสิ่งที่เป็นอารมณ์นั้น การพิจารณาดังกล่าวจนแน่วแน่ในอารมณ์เดียวจนกลับมาเป็นสมาธิ หรือตั้งมั่นเพราะปัญญานั้นควบคุมควบคู่ไปด้วย ทั้งสองวิธีการจะเพ่งรู้นิ่งสงบ หรือพิจารณารู้จนเกิดความสงบและเกิดปัญญา ก็แล้วแต่ก็เป็นอุบายอันหนึ่งบนเป็นเส้นทางที่หวังผลว่าต้องการให้เกิดญาณรู้ขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นตามลำดับธรรม ที่จิตต้องมีกำลังธรรม มีกำลังจิตเรียกว่า จิตตานุภาพ จึงจะมีสมาธิมีกำลังตั้งมั่น หรือที่เราอบรมทำให้เกิดขึ้นในจิตนั้นเรียกว่า ทำให้ธัมมานุภาพเกิดขึ้นในจิตด้วย เช่น การทำสมถะเบื้องต้นให้เข้มแข็ง ดูเหมือนว่าจะเข้าสู่วิถีการพิจารณาธรรมอย่างต่อเนื่อง และการพิจารณาธรรมต่อเนื่องนั้นคือ การยกขึ้นสู่วิถีมรรคองค์ ๘ ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมของสมถะและวิปัสสนาที่กล่าวโดยย่นย่อว่า มรรคองค์ ๘ นั้นคือศีล สมาธิ และปัญญา
ในวิถีธรรมการปฏิบัตินั้นก็เพื่อต้องการสร้างสัมมาทิฐิให้เกิดขึ้น อันเป็นความเห็นชอบที่อบรมด้วยสติชอบ ความเพียรอันชอบ จนเกิดการหยั่งรู้เข้าสู่วิถีของอริยสัจในความจริงที่ปรากฏเกิดขึ้นเบื้องต้นตามที่กล่าวในขั้นของญาณว่า การเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาตามที่กล่าวนั้น คือ
การเห็นความจริงที่เป็นสัมมาทิฐิในเส้นทางที่เป็นอริยะสัมมาทิฐิ
เมื่อสัมมาทิฐิเกิดขึ้นจึงจะเกิดสัมมาสังกัปโป
คือละจากวัตถุกาม กิเลสกาม นั่นหมายความว่า ขณะที่ปฏิบัติไปอยู่นั้น คือละจากการยึดมั่นยึดถือในวัตถุกาม ละจากกิเลสกามทั้งหลายอยู่ กระบวนการละหรือขบวนการพิจาณาเห็น รู้แล้วละนั้น มีความสืบต่อเนื่องในการปฏิบัติในสมถะและวิปัสสนา ส่วนวิถีแห่งการควบคุมให้เกิดความตั้งมั่นสำเร็จอยู่ด้วยวจีกรรม หรือสัมมาวาจา วาจาอันชอบ กายกรรม–การกระทำอันชอบ สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว หรืออาชีวะอันชอบนั้น เบื้องต้นผู้ประพฤติธรรมต้องรับศีล ๕ อย่างปกติของฆราวาสทั้งหลาย สามเณรศีล ๑๐ พระสงฆ์ ๒๒๗ และมีจตุรปริสุทธิศีลของพระสงฆ์อาจจะมาก ละเอียด มีข้อบัญญัติ ข้อวัตรมากมาย
พระสงฆ์จึงจะต้องประณีตในการที่จะอยู่ในพระวินัย ซึ่งพระวินัยนั้นก็คือศีล แต่มีข้อปฏิบัติที่มีความสืบเนื่องในสิกขาบทน้อยใหญ่ อำนาจแห่งศีลนั้นจึงต้องเป็นเบื้องต้นที่จะต้องมาทำให้มีความพรั่งพร้อมในการทำคุณความดี แต่ที่ไปไว้ตรงท่ามกลางองค์มรรคนั้นหมายความ ว่าถ้าเราไม่มีความเห็นชอบ เราก็ไม่ทำความชอบให้เกิดขึ้น ความเห็นอันชอบนั้นเรียกว่ามีปัญญานำ มีศรัทธาเป็นเบื้องต้น ศรัทธาหรือปัญญานำนั้น ศรัทธาเป็นปัญญาที่อบรมให้จิตนั้นมีความเชื่อมั่นในความจริงดังกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน และปักใจเชื่อว่าธรรมดังกล่าวนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ เป็นไปเพื่อความสิ้นทุกข์ที่แท้จริง ธรรมดังกล่าวนี้ให้รู้แจ้ง เห็นจริงตามหลักแห่งความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติ อันเรียกว่าธัมมานิยามหรือกรรมนิยามก็ว่าได้
การที่มีปัญญาเกิดขึ้น ดำริชอบเกิดขึ้นจึงมาสู่ความเพียรอันชอบ การกระทำอันชอบนั้นก็มีสองนัยดังที่กล่าวเรื่องศีล ก็คือ กายกรรม วจีกรรม อาชีวะนั้นเป็นเบื้องต้นภายนอกที่ต้องมีความสังวร มีสติสังวร มีความระวังระลึกรู้ชอบ และมีสัมปชัญญะอันชอบในการรู้การกระทำอันเหมาะควรที่เป็นสุจริตทั้งกายกรรมและวจีกรรม รวมถึงอาชีวะด้วย และมีความเพียรอันต่อเนื่องด้วยเห็นในวิถี







