
โอกาสทางธุรกิจในโมร็อกโก
อย่างที่เคยได้กล่าวไปแล้วว่าประเทศโมร็อกโกนั้น คือหนึ่งในกลุ่มประเทศภูมิภาคมาเกร็บ
อย่างที่เคยได้กล่าวไปแล้วว่าประเทศโมร็อกโกนั้น คือหนึ่งในกลุ่มประเทศภูมิภาคมาเกร็บ
โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา
อย่างที่เคยได้กล่าวไปแล้วว่าประเทศโมร็อกโกนั้น คือหนึ่งในกลุ่มประเทศภูมิภาคมาเกร็บ อันประกอบไปด้วย โมร็อกโก ตูนิเซีย แอลจีเรีย ลิเบีย และมอริเตเนีย ซึ่งในความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์และที่ตั้งนั้น ก็ดูเหมือนว่าโมร็อกโกจะมีความโดดเด่นและน่าสนใจกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน นั่นยังรวมไปถึงการมีศิลปวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย ที่สามารถเป็นจุดขายและสร้างรายได้ให้แก่โมร็อกโกอย่างเป็นกอบเป็นกำในปัจจุบัน และถ้าหากจะพูดถึงเรื่องการค้าการลงทุนนั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ และควรที่จะให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน และในวันนี้เราก็มีเหตุผลทั้ง 7 ประการ ที่ว่าทำไมโมร็อกโกจึงเป็นประเทศที่น่ามาลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคนี้มาฝากกัน
เริ่มด้วยประการแรกสุด คือ การที่ในปัจจุบันประเทศโมร็อกโกได้ก้าวเข้าสู่การเป็น Emerging Country หรือประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยที่มีเป้าหมายเพื่อให้เทียบเคียงได้กับประเทศที่พัฒนาแล้วนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วประเทศที่เป็น Emerging Country นั้นจะเป็นแหล่งของทรัพยากรที่สำคัญของโลก เป็นตลาดแรงงานขนาดใหญ่ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรืออาจมีภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะว่าไปแล้วโมร็อกโกนั้นก็มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ได้กล่าวมา
ประการที่สอง คือ การเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคมาเกร็บ โดยที่มีเมืองท่าอย่างคาซาบลังกาเป็นตัวขับเคลื่อนนั่นเอง ซึ่งที่นี่นั้นเป็นทั้งศูนย์กลางทางด้านการคมนาคมที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนานาชาติ ท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับการขนส่งได้เป็นจำนวนมาก หรือจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่อนาคตจะสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศสเปนและฝรั่งเศสได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และยังรวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินการธนาคาร ที่ดูเหมือนว่าจะทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้
ประการที่สาม คือ ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และที่ตั้ง กล่าวคือ ประเทศโมร็อกโกนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของทวีปแอฟริกา มีชายแดนที่ติดกับยุโรปอย่างประเทศสเปนเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศโมร็อกโกนั้น เป็นประเทศที่สามารถเข้าถึง 3 ตลาดใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป แอฟริกา และอาหรับ ยกตัวอย่างเช่น การตั้งโรงงานเพื่อผลิตสินค้าในโมร็อกโกนั้น สามารถที่จะส่งสินค้าไปยังประเทศสเปนหรือฝรั่งเศสได้ในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น โดยมีเมืองท่าที่สำคัญคือแทนเจียร์ ที่ในปัจจุบันรัฐบาลโมร็อกโกกำลังผลักดันให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เช่น โครงการ Tangier Med ซึ่งเป็นโครงการท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่และเป็นเขตฟรีโซนควบคู่ไปด้วย
ประการที่สี่ คือ คุณภาพทางการศึกษาของโมร็อกโกที่ในปัจจุบันก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการผลักดันของรัฐบาล ในการที่จะเน้นการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งเรื่องของการบริการและการท่องเที่ยวที่ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และในปัจจุบันนักศึกษาที่จบการศึกษาในโมร็อกโกนิยมที่จะไปศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยในยุโรป ซึ่งสามารถที่จะเทียบวุฒิการศึกษาได้ นี่จึงอาจทำให้ในปัจจุบันมีจำนวนผู้คนที่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่นั่นเอง
ประการที่ห้า คือ ระบบสาธารณูปโภคที่มีมาตรฐานและคุณภาพดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคมนาคมขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นสนามบินที่กระจายอยู่ในหลายเมือง และรวมไปถึงโครงข่ายถนนหนทางที่มีการวางผังและเพิ่มเครือข่ายขึ้นทุกปี หรือจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง TGV ที่เชื่อมต่อจากคาซาบลังกาสู่แทนเจียร์ ซึ่งมีพรมแดนห่างจากยุโรปเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
ประการที่หก คือ ในเรื่องของตัวบทกฎหมายที่เอื้อและสนับสนุนต่อนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนที่ชาวโมร็อกโกเองหรือนักลงทุนที่เป็นชาวต่างชาติ ต่างก็มีสิทธิและหน้าที่ที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่งนโยบายนี้ก็ล้วนได้รับอิทธิพลจากยุโรปที่เอื้อและสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องของการลงทุน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ประเทศโมร็อกโกได้รับสถานภาพพิเศษจากสหภาพยุโรป
และประการสุดท้าย นั่นก็คือ ความมีเสถียรภาพทางการเมือง เมื่อนับตั้งแต่สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 ทรงขึ้นครองราชสมบัติ ซึ่งก่อนหน้านี้สถานการณ์ทางการเมืองในโมร็อกโกต้องประสบกับปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล จึงได้มีการมอบอำนาจแก่พระมหากษัตริย์ ซึ่งในขณะนั้นคือสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 โดยทรงมีอำนาจสูงสุดในการเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งก็ได้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับทั้งจากฝ่ายการเมืองและประชาชนมาบริหารประเทศ
และสำหรับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศโมร็อกโกและประเทศไทยนั้น ยังมีปริมาณการค้าที่น้อยอยู่ ซึ่งที่ผ่านมานั้นทั้งสองประเทศต่างก็ไม่เคยมีปัญหาซึ่งกันและกันเลย โดยที่ผ่านมารัฐบาลไทยก็ได้มีการมาเจรจาเพื่อหาช่องทางและมีการทำข้อตกลงทางการค้าที่สำคัญไว้แล้ว
และที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็คงพอที่จะทำให้เห็นภาพได้ว่า ทำไมประเทศนี้จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เราควรจะต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการค้าการลงทุนที่มีลู่ทางและมูลค่าอันมหาศาล ด้วยปัจจัยที่เอื้อและสนับสนุนที่มีอยู่อย่างมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้มีหลายประเทศได้เข้าไปลงหลักปักฐานที่ประเทศโมร็อกโกแล้ว หากจะมีก็เพียงแต่นักลงทุนจากประเทศไทยเท่านั้นที่ยังมีจำนวนไม่มาก แต่เชื่อเหลือเกินว่าความสามารถและศักยภาพที่เรามีนั้นไม่เป็นสองรองใครในโลกอย่างแน่นอน







