
ความสุขมวลรวมประชาชาติ+เศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อกลางเดือน มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา ได้อ่านข่าวของกองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
โดย...พรเทพ เฮง [email protected]
เมื่อกลางเดือน มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา ได้อ่านข่าวของกองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องประเทศภูฏานตกลงร่วมมือกับประเทศไทย ด้านการพัฒนาชุมชนต้นแบบโดยนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายความสุขมวลรวมประชาชาติของภูฏาน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยคัดเลือกหมู่บ้านนำร่องในภูฏานเพื่อร่วมมือกับไทยในการพัฒนาให้เป็นชุมชนต้นแบบก่อนจะขยายผลต่อไป
การที่ภูฏานตอบรับตกลงร่วมมือกับไทยในการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาชุมชนในภูฏาน สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จเชิงรูปธรรมของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยฝ่ายภูฏานเห็นว่า สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อบรรลุแนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติ โดยเฉพาะสาขาการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน (Community Vitality)
เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก แม้จะเป็นข่าวดีที่แสนเงียบอยู่ก็ตาม
เมื่อย้อนปฏิทินไปอีกนิดหนึ่งช่วงกลางเดือน พ.ค. 2560 ที่ผ่านมาเช่นกัน คณะผู้แทนจาก Gross National Happiness Commission (GNHC) และ The Royal Civil Service Commission (RCSC), Centre for Bhutan Studies and GNH Research, Kuensel Corporation Limited และ Bhutan Broadcasting Service Corporation จากราชอาณาจักรภูฏาน มาดูงานพร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติของภูฏาน และแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทย ณ จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ
การศึกษาดูงาน เรื่อง “Thailand’s Sufficiency Economy Philosophy” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะผู้แทนจากราชอาณาจักรภูฏานเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทยและได้เห็นตัวอย่างการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรม
การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทยและแนวคิดเรื่องความสุขมวลรวมประชาชาติของภูฏาน เป็นการประสานแนวคิดของทั้งสองชาติในการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
การประสานเชื่อมโยงและหลอมรวมของสองแนวคิด คือ ความสุขมวลรวมประชาชาติ กับ เศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของประเทศในเอเชียที่นับถือศาสนาพุทธแต่ต่างนิกายกัน นำองค์ความรู้ต่างๆ ที่พยายามให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสังคมร่วมสมัย มาเขย่ารวมเพื่อนำไปสู่แบบอย่างของการใช้ชีวิตที่สันติและสงบสุขภายใต้โลกสมัยใหม่ที่วิ่งไวจี๋และถือเอามูลค่าทางเศรษฐกิจและการเติบโตทางตัวเลขรายได้มวลรวมของประชาชาติเป็นสำคัญอันดับ 1
นับเป็นการหาสมดุลทางสังคม เศรษฐกิจ ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม ฯลฯ ไปสู่วิถีชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจยิ่งนักในท่ามกลางความโกลาหลสับสนของโลกยุคปัจจุบัน...







