
สุดแปลกแม่ค้าลูกโป่งหนอนหนังสือขายไปอ่านไป
หนึ่งเดียวในตรัง แม่ค้าขายลูกโป่งหนอนหนังสือ เจ้าของฉายา"ขายไปอ่านไป"เคยคว้ารางวัลนักอ่านดีเด่นแล้ว
หนึ่งเดียวในตรัง แม่ค้าขายลูกโป่งหนอนหนังสือ เจ้าของฉายา"ขายไปอ่านไป"เคยคว้ารางวัลนักอ่านดีเด่นแล้ว
นางภานุรัศมิ์ โมทะกุล หรือเจ้หนู อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/4 ถนนบ้านหนองยวน ตำบลทับเที่ยง เทศบาลนครตรัง ประกอบอาชีพขายซาลาเปา ในตลาดท่ากลางตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณตี 1 ของทุกคืนจนถึงรุ่งเช้า จากนั้น จะใช้เวลาในช่วงเย็นของทุกวันมาขายลูกโป่งที่ตลาดชินตา สิ่งที่แปลกตาต่อผู้พบเห็นและน่าจะเป็นแม่ค้าคนแรกคนเดียวในจังหวัดตรังคือจะนำหนังสือติดตัวมาอ่านด้วยทุกครั้งในยามว่าง หรือขณะกำลังยืนรอลูกค้ามาซื้อลูกโป่งแทนจนลูกค้าต่างอดสงสัยไม่ได้และถามไถ่ถึงพฤติกรรมดังกล่าว และเมื่อบางรายเห็นว่าแม่ค้าขายลูกโป่งมีนิสัยรักอ่าน ก็จะนำหนังสือมามอบให้ด้วย
นางภานุรัศมิ์ กล่าวว่า ซึบซับเรื่องการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กจากพ่อแม่ที่รักการอ่าน และสืบทอดอาชีพขายลูกโป่งมาด้วย ดังนั้น แทบทุกวันจะเดินทางไปยังห้องสมุดเทศบาลนครตรัง และห้องสมุดประชาชนจังหวัดตรัง เพื่อยืมหนังสือประเภทต่างๆ ทั้งเรื่องสั้น เรื่องแปล นิตยสาร หรือนวนิยาย ครั้งละ 2-3 เล่ม ก่อนนำไปยืนอ่านขณะขายลูกโป่ง บางคนมาแซวแบบติดตลกว่า ขยันอ่านหนังสือจัง จะเตรียมไปสอบที่ไหน แต่จะไม่นำหนังสือที่ยืมมาไปอ่านที่บ้านอย่างที่คนอื่นๆ ทำกัน เพราะรู้สึกว่าการอ่านหนังสือไปแล้วทำงานไปได้บรรยากาศมากกว่า ซึ่งเมื่ออ่านจนจบแล้วก็จะนำไปคืนห้องสมุด แล้วยืมเล่มใหม่มาอีก แต่หากไปพบเจอหนังสือเล่มไหนที่ชอบมากจริงๆ ก็จะลงทุนไปซื้อมาเก็บไว้ที่บ้านเป็นที่ระลึกบ้าง หรือถ้าเห็นว่าหนังสือเล่มใดที่ห้องสมุดไม่มี ก็จะยอมสละเงินไปซื้อมาให้เพื่อหวังให้คนอื่นได้อ่านด้วยจนถึงกับทำให้ตนเองได้รับรางวัลนักอ่านดีเด่นของห้องสมุดประชาชนจังหวัดตรังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ มองว่าผู้คนยุคปัจจุบันกำลังให้ความสนใจอ่านหนังสือลดน้อยลงทุกวัน จนร้านหนังสือหลายแห่งในจังหวัดตรังต้องปิดตัวลง ส่วนร้านที่ยังเหลือก็มียอดขายตกลงเรื่อยๆ เพราะผู้คนยุคนี้หันไปอ่านหนังสือผ่านโทรศัพท์มือถือกันแทบหมดแล้ว ทั้งที่การอ่านจากหนังสือโดยตรงจะให้ความสุข หรืออรรถรสในการเสพมากกว่า จึงอยากให้คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนหวลกลับมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น







