posttoday
เอเอฟซีคัพ...เวทีประกาศศักดาแข้งไทย

เอเอฟซีคัพ...เวทีประกาศศักดาแข้งไทย

15 กันยายน 2553

นับตั้งแต่ทีมฟุตบอลธนาคารกสิกรไทยภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผงาดคว้าแชมป์สโมสรลูกหนังเอเชีย 2ปีซ้อน คือ เมื่อฤดูกาล 19931994 และ 19941995 นับตั้งแต่นั้นมายังไม่มีทีมฟุตบอลไทยทีมไหนขยับเข้าใกล้ความสำเร็จเช่นนั้นอีกเลย

จนกระทั่งการกลับชาติมาเกิดอีกครั้งของวงการฟุตบอลบ้านเรา ทำให้มีทีมตัวแทนของไทยเริ่มออกไปวาดลวดลายในเกมระดับทวีปอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถทะลุเข้าสู่รอบลึกๆ ได้ จวบจนปีนี้ตัวแทนลูกหนังจากสยามประเทศเริ่มอาละวาดได้อย่างน่ากลัว!!!

ศึกฟุตบอลเอเอฟซี คัพ 2010 มี 2 สโมสรของไทยคือ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด กับ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี จูงมือคว้าสิทธิกันเข้ามาเตะในรายการนี้ และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งคู่ โดยต่างทะลุผ่านเข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ทั้ง 2 ทีมลงสนามนัดแรก ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย น่าเสียดายว่า เมืองทองฯ ที่บุกไปเยือน อัล คารามาห์ ที่ประเทศซีเรีย ลงสนามตอนเวลา 23.30 น.ตามเวลาในบ้านเรา ทำให้ตอนที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ยังไม่ทราบผลการแข่งขันว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

แต่สำหรับ การท่าเรือไทย เอฟซี ได้เป็นเจ้าบ้านก่อน โดยเปิดสนามศุภชลาศัยพบกับอัล คาดเซีย สโมสรอาคันตุกะจากคูเวต ซึ่งทั้งคู่หวดกันท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาโปรยปรายตลอดทั้งเกม ทำให้สนามลื่นนักเตะล้มหัวทิ่มหัวตำอยู่เป็นระยะๆ ก่อนจบด้วยผลเสมอกันไป 00

แม้จะไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แต่ วัฒนา โภชนะคง เฮดโค้ชของทีมสิงห์เจ้าท่า พอใจกับผลการแข่งขัน เพราะทำได้ตามเป้าหมาย 2 อย่าง คือ ไม่แพ้ และ ไม่เสียประตู

“พวกเรามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว สต๊าฟโค้ชและนักเตะทุกคนมั่นใจ พร้อมสู้เต็มที่แน่นอน” โค้ชโอ๋ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังต้องปรับปรุงของทีม โค้ชโอ๋ เปิดเผยว่า เป็นเกมรุก โดยเฉพาะการประสานงานในแดนหน้าที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีปัญหากรำศึกหนักทั้งไทยลีกและโตโยต้า ลีกคัพ ทำให้ทีมจำเป็นต้องหมุนเวียนนักเตะลงสนาม และเกมนี้ “โจ้ 5 หลา”ศรายุทธ ชัยคำดี ก็ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ซึ่งคาดว่าต้องพัก 34 วัน

ขณะที่ โกรัน มัตโควิช โค้ชของอัล คาดเซีย กล่าวชมทีมสิงห์เจ้าท่าว่า โชว์ฟอร์มได้แข็งแกร่ง และะสร้างความยากลำบากให้กับลูกทีมของเขาพอสมควร แต่มั่นใจว่านัดต่อไปจะโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นแน่นอนสำหรับการได้เล่นเป็นเจ้าถิ่น

สำหรับเกมนัดที่ 2 การท่าเรือฯ จะเป็นฝ่ายบุกไปเยือน ลงสนามวันที่ 21 ก.ย. ซึ่งผู้ชนะจะเข้าไปพบกับผู้ชนะคู่ระหว่าง อัล ริฟฟา (บาห์เรน) กับ เอสเอชบี ดานัง (เวียดนาม)

ขณะที่ทีมกิเลนผยอง ถ้าผ่านอัล คารามาห์ ไปได้ ก็จะรอดวลกับผู้ชนะระหว่าง อัล อิตติฮัด (ซีเรีย) กับ คาซมา (คูเวต) ซึ่งจะเห็นได้ว่าสโมสรไทยทั้ง 2 ทีมอยู่กันคนละสาย ดังนั้นมีสิทธิเลยครับที่ทั้งคู่จะได้ไปเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ

ถึงแม้ทัวร์นาเมนต์นี้จะไม่ใช่ฟุตบอลรายการใหญ่อย่างศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก แต่การทำผลงานได้โดดเด่นก็จะมีผลต่อการประเมินของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ในการพิจารณาให้สิทธิสโมสรจากไทยได้ลุยศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมาเริ่มในรอบคัดเลือกอย่างเช่นปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเกมการแข่งขันแล้ว เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ยังมีภาพที่น่าชื่นใจในสนามให้เห็นด้วยครับ ซึ่งถึงแม้จะเป็นแมตช์ของทีมสิงห์เจ้าท่า แต่มีแฟนบอลทีมอื่นๆ เข้ามาให้กำลังใจด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ แฟนบอลของเมืองทองฯ ทีมที่เคยมีเรื่องมีราวกันมาเมื่อช่วงต้นปี

บรรยากาศสมานฉันท์เพื่อชาติอย่างนี้แหละครับ ที่สังคมไทยกำลังต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวงการไหนก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท