
ชุดขาวลุ้นป้องแชมป์เจ้ายุโรป
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนนี้ (3 มิ.ย.) เป็นการโคจรมาพบกันของยอดทีมที่สมศักดิ์ศรีเป็นอย่างยิ่ง
โดย...ราชันเบอร์ 23
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนนี้ (3 มิ.ย.) เป็นการโคจรมาพบกันของยอดทีมที่สมศักดิ์ศรีเป็นอย่างยิ่ง "ม้าลาย" ยูเวนตุส แชมป์อิตาลี ที่เพิ่งทำสถิติครองแชมป์เซเรีย อา 6 สมัยติด กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แชมป์ลาลีกา สเปน ที่พกดีกรีแชมป์เก่าลงสนาม นอกจากนี้ทั้งสองทีมยังมีเกียรติประวัติมากมาย รับประกันความมันส์ระดับ 5 ดาว
ยูเวนตุส - เรอัล มาดริด สนาม : มิลเลนเนียม คาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ เวลา : 01.45 น.
ถือเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 1998 โดยครั้งนั้น "ม้าลาย" เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ "ราชันชุดขาว" 0-1 โดย มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี กุนซือยูเวนตุส ยอมรับคู่ต่อสู้เป็นทีมที่เหนือกว่า และมีโอกาสคว้าแชมป์มากกว่า
"ทีมของผมต้องลงสนามด้วยความรู้สึกที่สุขุม พวกเขาได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ 3 ครั้งในรอบ 4 ปี และเคยชินกับการเล่นในรายการนี้มากกว่าพวกเรา เรอัล มาดริด ถือว่าเป็นทีมที่มีประสบการณ์สูง และเป็นทีมที่เหนือกว่า แต่พวกเราก็จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อคว้าแชมป์ให้ได้"
ยูเวนตุส คือทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ และหากชนะเรอัล มาดริด ได้ พวกเขาจะเป็นทีมที่ 7 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์โดยไม่แพ้ต่อทีมใด ซึ่งไม่มีใครทำได้มาตั้งแต่แมนฯ ยูไนเต็ด ทำไว้ในปี 2008
ด้าน จิอันลุยจิ บุฟฟอน ผู้รักษาประตูยูเวนตุส ที่คว้าแชมป์มาแล้วมากมายทั้งฟุตบอลโลก 1 สมัย, สคูเด็ดโต 8 สมัย, ยูฟ่า คัพ 1 สมัย และโคปปา อิตาเลีย อีก 4 สมัย เหลือเพียงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รายการเดียวที่เจ้าตัวยังไม่เคยสัมผัส
"เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แชมป์ มันจะไม่มีค่าอะไรเลย หากเราแพ้เกมนี้" นายทวารวัย 39 ปี ที่มีสถิติคลีนชีต 47 ครั้งในถ้วยใบนี้ กล่าว
ทั้งนี้ หากยูเวนตุสเอาชนะเรอัล มาดริด ได้ จะทำให้ บุฟฟอน มีสถิติเป็นนักเตะที่มีอายุมากสุดที่ได้ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก
สภาพทีม ได้ ดานี อัลเวส ประจำการแบ็กขวา โดยมี เลโอนาร์โด โบนุชชี กับ จอร์จิโอ คิเอลลินี ขันแนวรับ ส่วนแนวรุกใช้ เปาโล ดีบาลา, มาริโอ มานด์ซูคิช และ กอนซาโล อิกัวอิน ล่าตาข่าย
ด้าน เรอัล มาดริด แชมป์เก่าและแชมป์ 11 สมัย มีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกในรอบ 27 ปี ที่สามารถป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ ครั้งหลังสุดที่เกิดขึ้นคือ เอซี มิลาน ในปี 1989 และ 1990
ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศส เปิดภาพยนตร์เรื่อง 300 ให้ลูกทีมดูเพื่อปลุกใจลูกทีมก่อนเตะนัดชิงฯ เนื้อเรื่อง 300 พูดถึงกษัตริย์ลีโอนิดาส ที่นำนักรบเพียง 300 คนสู้กับกองทัพที่มีจำนวนมหาศาลถึง 1 หมื่นคน ซึ่ง ซีดาน ได้พากย์เสียงเป็นกษัตริย์ลีโอนิดาสทับลงไปในหนังด้วย พร้อมเปลี่ยนบทพูดในหนังเพื่อกระตุ้นลูกทีม
“เราต้องรวมใจกันสู้ เราจะสู้เพื่อทีมและครอบครัวของเรา นักข่าวต้องการเห็นพวกเราแพ้ คนที่แช่งเราจะทำให้เราแกร่งกว่าเดิม” ซีดาน กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สตาฟฟ์โค้ชเรอัล มาดริด เตรียมภาพยนตร์ไว้อีกหลายเรื่อง เพื่อใช้ปลุกใจลูกทีม ซึ่งเป็นจุดเด่นของ ซีดาน ที่มักจะไม่ค่อยตะคอกลูกทีม แต่ใช้จิตวิทยาในการคุมทีม
นอกจากนี้ กุนซือวัย 44 ปี ยังถ่อมตัวว่าเรอัล มาดริด ไม่ได้เหนือกว่ายูเวนตุส
"ผมไม่เคยคิดว่ามาดริดเหนือกว่ายูเวนตุส พวกเขามีนักเตะชั้นยอดหลายคน ผมบอกได้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งตอนสมัยค้าแข้ง และตอนที่เป็นโค้ช"
ขณะที่ แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ เตือน ยูเวนตุสต้องการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้และมันจะยิ่งใหญ่มากหากซิวถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกในบ้านของตัวเอง
"มันเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับผม กับการต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ผมทุ่มเทอย่างหนักตลอด 4 สัปดาห์สุดท้าย ผมดีใจที่ได้กลับมาในนัดชิงชนะเลิศที่ประเทศบ้านเกิด ผมคิดว่าเรามีโอกาสที่ดีต่อการคว้าแชมป์อีกครั้ง" ปีกทีมชาติเวลส์ กล่าว
สภาพทีม ต้องรอเช็กฟิต เบล เพียงคนเดียวว่าจะฟิตทันหรือไม่ คาดว่า ซีดาน จะใช้ อิสโก แทน แนวรับมี ราฟาเอล วาราน กับ เซร์คิโอ รามอส แดนกลางมี คาชิเมโร, โทนี โครส และ ลูกา โมดริช รวมถึงแนวรุก คาริม เบนเซมา และ อิสโก จะประสานงานกับ คริสเตียโน โรนัลโด
ความน่าจะเป็น : มาดริดเกมรุกไว้ใจได้ ส่วนยูเว่เกมรับแน่น คู่นี้อาจดวลกันถึงฎีกา สุดท้าย "ชุดขาว" น่าจะป้องกันแชมป์ได้เพราะประสบการณ์มากกว่า







