posttoday
Come on, We are listening.

Come on, We are listening.

20 พฤษภาคม 2560

ตอนแรกของหนังสือ “In Order to Live” มีชื่อตอนว่า “Even the Birds and Mice Can Hear You Whisper”

โดย...โสภณ ศุภมั่งมี ภาพ : pexels.com

 ตอนแรกของหนังสือ “In Order to Live” มีชื่อตอนว่า “Even the Birds and Mice Can Hear You Whisper”

 ผู้เขียน (Yeonmi Park) เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงวัยเด็กที่เติบโตในประเทศเกาหลีเหนือ เธอบอกว่าที่นั่นทุกคนต้องคอยระแวดระวังอยู่เสมอเวลาคุยกับคนอื่น เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่เราคิดและพูดออกมา แม้เพียงเสียงกระซิบแผ่วเบา จะลอยไปเข้าหูใครบ้างหรืออีกฝ่ายหนึ่งจะเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครต่อ

 ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของท่านผู้นำประเทศด้วยแล้วยิ่งถือเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเด็ดขาด เพราะนั้นอาจหมายถึง การจบชีวิตของตัวคุณเองด้วยเช่นกัน

 เรื่องราวที่เธอเล่าคล้ายถอดออกมาจากหนังสือนวนิยายแนวการเมืองชื่อดัง “1984” ของ George Orwell ที่มี “Big Brother” คอยสอดส่องทุกการเคลื่อนไหวของพลเมืองเพื่อไม่ให้มีคนแปลกแยกหรือพยายามต่อต้านอำนาจ

 พลเมืองทุกคนก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตัวเองตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าความคิดที่อยู่ในหัวจะเป็นยังไงก็ไม่สามารถพูดกับใครได้ เพราะไม่มีทางรู้เลยว่า ใครเป็นสายของรัฐบาลบ้าง

 ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ผมนั่งติดตามข่าวการประชุมใหญ่ของ สปท. (สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ) ที่เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ร่างกฎหมายสุดโต่งที่มีสิทธิเสรีภาพของสื่อเป็นส่วนเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนอกจากบังคับให้ผู้ที่ถ่ายทอดความคิดผ่านสื่อต่างๆ (สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ดิจิทัล) ต้องจดทะเบียนกับสภาวิชาชีพสื่อแห่งชาติแล้วยังไม่พอ ความหมายของคำว่า “สื่อ” ตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังมีขอบเขตกว้างขวางจนน่าตกใจ

 “ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน” หมายความถึง “บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพเป็นสื่อกลาง เพื่อนำข่าวสาร สาร และเนื้อหาเพื่อประโยชน์สาธารณะทุกประเภทไปสู่มวลชนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด อย่างเป็นปกติธุระ หรือทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นประจำจากเจ้าของสื่อ หรือมีรายได้จากการงานที่กระทำนั้น ไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม”

 ถ้าว่ากันตามคำอธิบายข้างบน ผู้ที่ขีดๆ เขียนๆ งานออนไลน์ เล่าเรื่องราวผ่านบทความ (ทั้งแบบมีต้นสังกัดหรือไม่มี) รวมถึงนักเขียนฟรีแลนซ์ต่างๆ ก็ถูกควบรวมเข้าไปในนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

 สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้น คือมันทำให้ขั้นตอนการเริ่มต้นทำงานยุ่งยากมากยิ่งขึ้น และสองคนที่อยากทำงานในส่วนนี้ ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะหากเข้าข่ายว่าเป็นสื่อแต่ไม่ได้ไปลงทะเบียน อาจมีโทษสูงสุดจำคุกสามปีและปรับอีกหกหมื่นบาท

 โชคยังดีที่พอมีเสียงคัดค้านบนโลกออนไลน์ (‘หยุด พ.ร.บ.ตีทะเบียนสื่อ’) หนักขึ้นเรื่อยๆ สปท.ก็ปรับข้อเสนอนิดหน่อย โดยแทนที่จะลงทะเบียนกับสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อ มาเป็นการจดทะเบียนกับต้นสังกัด เพื่อให้มี "ใบรับรอง" แทน แล้วคำถามก็มีต่อไปว่า “แล้วคนที่ไม่มีต้นสังกัดต้องทำยังไง? เขาไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองได้อีกต่อไปเพียงเพราะไม่มีกระดาษที่เรียกว่า ‘ใบรับรอง’ แค่นั้นนะเหรอ?”

 โดยถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแรก เหตุผลที่ สปท.พยายามร่างกฎหมายนี้ขึ้นมา คือพยายามควบคุมคุณภาพและจริยธรรมของสื่อ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือออนไลน์เพราะมันแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว) ยกตัวอย่าง สื่อไม่เสนอข่าวแบบไม่เป็นกลาง เอนเอียงเลือกข้างแบ่งสีชัดเจน สื่อไม่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี ข่าวคลุมเครือ เสี้ยมให้คนทะเลาะกัน ฯลฯ ซึ่งบอกตามตรงว่าปัญหาตรงนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่หลักๆ คือเม็ดเงินอุปถัมป์ที่สื่อนั้นๆ ได้รับมา ไม่ว่าสมัครใจหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีอำนาจที่ควบคุมอยู่เบื้องหลัง สื่อก็เริ่มเสนอข่าวแบบเอนเอียงและบกพร่องในหน้าที่

 แต่เหตุผลดังกล่าว ฟังไปแล้วคล้ายเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อให้รัฐมีอำนาจควบคุมสื่อเสียมากกว่า เพราะในคณะกรรมการ 15 คนของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ จะมี 2 คนเป็นตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติทำหน้าที่วินิจฉัยตัดสินถูกผิดการทำงานของสื่อและมีอำนาจเพิกถอน "ใบรับรอง" ของสื่อนั้นๆ จากข้อมูลตรงนี้ ถ้าบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐกำลังพยายามแทรกแซงการทำงานของสื่อรึเปล่า? ผมว่าทุกคนน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

 การประชุมในวันที่ 1 พ.ค.ผ่านไป มีมติเห็นชอบ 141-13 เสียง งดออกเสียง 17 เสียง และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ตอนนี้ต้องรอลุ้นกันต่อว่าสุดท้ายแล้วมันจะมาในรูปแบบไหน

 ตัวเอกของหนังสือ “1984” เป็นผู้ชายที่มีความคิดแปลกแยก เขาต้องการที่จะโค่นล้ม Big Brother แต่สุดท้ายแล้วก็โดนจับได้และถูกลงโทษ ในตอนแรกของหนังสือ “In Order to Live” ครอบครัวของ Yeonmi Park ถูกข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเกาหลี เพราะไปพูดเรื่องข่าวลือที่เกี่ยวกับท่านผู้นำให้กับเพื่อนบ้านของเธอฟัง

 ประเทศไทยกำลังถูกปฏิรูปอีกครั้ง แต่คล้ายกับว่าความคิดเห็นของประชาชนนั้นมีความสำคัญน้อยลงเรื่อยๆ และถ้าวันหนึ่งที่สื่ออยู่ในการควบคุม เป็นลูกไก่ในกำมือของใครบางคน สุดท้ายแล้ว สิทธิเสรีภาพในการคิด พูด และเขียน อาจจะหมายถึงชีวิตของเราเองก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท