
‘สมาร์ทแทงค์’ ผลิตน้ำเพื่ออนาคต
โปรเจกต์ "สมาร์ทแทงค์" ฝีมือพัฒนานวัตกรรมผลิตน้ำจากความชื้นสุดเจ๋ง จากฝีมือนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย...วราภรณ์
โปรเจกต์ "สมาร์ทแทงค์" ฝีมือพัฒนานวัตกรรมผลิตน้ำจากความชื้นสุดเจ๋ง จากฝีมือนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประกอบด้วย ปฏิพล ธนารักษ์วุฒิกร กับ กนิษฐา นฤเทพ ในนามทีมอินสไปร์ การันตีฝีมือจากการคว้ารางวัล Go Green in The City 2016 ระดับประเทศรุ่นที่ 6 ที่จัดโดย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการจัดการพลังงาน
ปัจจุบันสมาร์ทแทงค์ของพวกเขาพัฒนาจนได้ทุนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาต่อให้ใช้ได้จริงกับชุมชนที่ จ.น่าน นำไปช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้มีน้ำสะอาดเพื่อบริโภค
สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์ของพวกเขาสามารถชนะเลิศ เพราะสามารถถ่ายทอดแนวคิดออกมา ไม่ใช่เพียงถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่คือจิตใจที่มุ่งช่วยเหลือสังคมในพื้นที่ที่แห้งแล้ง ปฏิพล หัวหน้ากลุ่มกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสมาร์ทแทงค์ เกิดจากข้อมูลจำนวนประชากรระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรมากกว่า 3 ล้านครัวเรือน แต่มีประชากรราวๆ 10 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำที่สะอาดได้ พวกเขาจึงนำข้อมูลนี้มาแมตช์กับสิ่งที่มีและเกิดขึ้นบนโลกนี้
กล่าวคือ ในโลกเรามีเครื่องผลิตน้ำจากอากาศมานาน 8 ปีแล้ว แต่ในประเทศไทยยังไม่ได้มีการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ พวกเขาเห็นว่าเทคโนโลยีนี้ดี สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตคนไทย 10 ล้านคนที่เข้าไม่ถึงแหล่งน้ำ ได้มีน้ำใช้และน้ำบริโภคได้ นี่คือหนึ่งในแรงบันดาลใจที่พวกเขาอยากผลักดันให้มีการวิจัยโครงการนี้ขึ้นมา
ปฏิพล อธิบายเพิ่มเติมว่าการคิดค้นสมาร์ทแทงค์พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการผลิตน้ำจากความชื้นแม้ในพื้นที่ที่แห้งแล้ง ด้วยหลักการควบแน่นเปลี่ยนจากความชื้นให้กลายเป็นหยดน้ำ โดยให้อากาศไหลผ่านคอยล์เย็น เกิดการควบแน่น เกิดหยดน้ำ ไหลผ่านระบบกรอง 3 ชั้น ได้แก่ คาร์บอน เซรามิก และเรซิน เพื่อให้เกิดความสะอาดในระดับที่สามารถดื่มได้
ความชื้นสัมพัทธ์ในประเทศไทยโดยเฉลี่ยคาดว่าน่าจะผลิตน้ำได้ 21 ลิตร/ชั่วโมง โดยต้นทุนคำนวณในการสร้างสมาร์ทแทงค์แรกเริ่มประมาณ 2 หมื่น-1 แสนบาท ซึ่งหลังจากผลงานของพวกเขาได้รับการยอมรับแล้ว พวกเขาไม่หยุดอยู่แค่นั้น ได้นำโครงการไปเสนอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็ได้รับทุนมาพัฒนาสมาร์ทแทงค์ให้กลายเป็นชื่อใหม่ คือ "โอเอซิส" มาทำเป็นต้นแบบขึ้นมา 1 เครื่อง เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ จ.น่าน ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการบริโภค
“เราโฟกัสไปที่บ้านใหม่ในฝัน จ.น่าน แม้ด้านหลังหมู่บ้านจะอยู่ติดกับลำธาร แต่ชาวบ้านกลับนำน้ำไปใช้ไม่ได้ เพราะน้ำในลำธารปนเปื้อนสารเคมีจากเกษตรกรในละแวกนั้น ซึ่งการติดตั้งเจ้าเครื่องโอเอซิสจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ หลักการทำงานง่ายๆ ของเครื่องก็คือ เราอาศัยดึงความชื้นจากอากาศมาควบแน่นให้กลายเป็นหยดน้ำ คล้ายๆ โครงการฝนหลวงของในหลวง คือมีการก่อกวน ชักจูง อาศัยหลักการเดียวกัน
"หรืออธิบายง่ายๆ คือ สังเกตเวลาเราถือแก้วน้ำเย็นไปสักพักรอบๆ แก้วเกิดหยดน้ำ เนื่องจากในเมืองไทยมีความชื้นสัมพันธ์ 70-90% แล้วแต่ฤดูกาล เลยทำให้แนวทางกระบวนการก่อเกิดน้ำในปริมาณที่มาก ส่วนประกอบของสมาร์ทแทงค์มี 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.กระบวนการควบแน่น 2.กระบวนการกรอง และ 3.กระบวนการควบคุม"
ปฏิพล ขยายภาพว่า รูปลักษณ์ตัวแท็งก์เหมือนตู้กดน้ำแต่จะใหญ่กว่านิดหนึ่ง มีหน้ากว้าง 1.5 เมตร ลึก 2 เมตร สูง 1.5 เมตร เครื่องนี้สามารถผลิตน้ำสะอาดได้ราว 12 ลิตร/ชั่วโมง
"การทำงานแค่เอาเครื่องไปตั้ง ตัวเครื่องจะดูดอากาศภายนอกเข้าไป ทำการแยกความชื้นออกจากอากาศ เสร็จเราก็ทำการนำความชื้นนั้นมาควบแน่นให้กลายเป็นหยดน้ำ หยดน้ำก็กลายเป็นน้ำ”







