posttoday
ทอม เพ็ตตีฯ ไฟร็อกที่ยังรุกโชน

ทอม เพ็ตตีฯ ไฟร็อกที่ยังรุกโชน

14 กันยายน 2553

กว่า 30 ปีมาแล้วที่ ทอม เพ็ตตี แอนด์ เดอะ ฮาร์ตเบรเคอร์ส ครอบครองตำแหน่งวง (อเมริกัน) ดนตรีแสดงสดที่ยอดเยี่ยม จนถึงปัจจุบันก็ยากจะหาใครมาเทียบเคียงพวกเขาได้

กว่า 30 ปีมาแล้วที่ ทอม เพ็ตตี แอนด์ เดอะ ฮาร์ตเบรเคอร์ส ครอบครองตำแหน่งวง (อเมริกัน) ดนตรีแสดงสดที่ยอดเยี่ยม จนถึงปัจจุบันก็ยากจะหาใครมาเทียบเคียงพวกเขาได้

โดย...เพ็ญแข

 

ทอม เพ็ตตีฯ ไฟร็อกที่ยังรุกโชน

ทอมและเพื่อนให้กำเนิดวงดนตรีนี้เมื่อกลางทศวรรษ 1970 พวกเขานำดนตรีอเมริกันที่เรียกว่า เซาเทิร์น ร็อก มาผสมผสานกับกระแสนิวเวฟจากเกาะอังกฤษ กลายมาเป็นดนตรีในแนวทางที่บางคนเรียกว่า อเมริกัน การาจ ร็อก

ปัจจุบันเดอะ ฮาร์ตเบรเคอร์ส ประกอบด้วย ไมค์ แคมเบลล์–กีตาร์ สกอตต์ เทิร์สตัน–กีตาร์/ฮาร์โมนี เบนมอนต์ เทนช์–คีย์บอร์ด รอน แบลร์–เบส และสตีฟ เฟอร์โรน–กลอง พวกเขาท่องนาวาแห่งร็อกด้วยการนำของทอม ที่ผ่านมาสามทศวรรษ วงอาจจะทำๆ เลิกๆ แต่ผลงานที่ออกมาแต่ละครั้งล้วนน่าพึงพอใจ

และถึงแม้ว่าการแสดงสดของพวกเขาจะโดดเด่นแค่ไหน แต่หัวหน้าก๊วนอย่างทอม ก็ยังคงรู้สึกว่า การแต่งเพลงใหม่และเข้าห้องบันทึกเสียงเป็นขั้นตอนการทำงานที่เขาชอบที่สุด

หลังจากไม่ได้ทำงานอัลบั้มร่วมกันมานานถึง 8 ปี ทอมและพรรคพวกก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับผลงานลำดับที่ 12 ชื่อว่า Mojo

ผู้นำวงที่กำลังจะได้ฉลองอายุ 60 ปี สารภาพว่างานชุดนี้พวกเขาตั้งใจที่จะลดจังหวะจะโคนในดนตรีให้ “ช้า” ลงมาสักหน่อย อีกทั้งเพลงร็อกของพวกเขาก็เจือกลิ่นอายบลูส์อันเป็นดนตรีที่ทอมชอบเข้าไปอย่างชัดเจน

ฟังอัลบั้มนี้แล้วบางคนอาจจะสัมผัสได้ถึงความคล้ายคลึงกับ Exile on Main Street อัลบั้มล่าสุดของ โรลลิง สโตนส์ ทอม เพ็ตตี แอนด์ เดอะ ฮาร์ตเบรเคอร์ส บันทึกเสียงงานชุดนี้แบบแสดงสด ไม่มีการตกแต่งเสียงเพิ่มเติม ไม่มีเทคใหม่

ทอม บอกว่า ระหว่างบันทึกเสียง พวกเขาทั้ง 6 ต่างคนต่างเล่น มุ่งมั่นอยู่กับหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีใครใส่ใจกับสิ่งอื่น ซาวด์ที่ได้ออกมาจึง “สด” อย่างเหลือเชื่อ พลังฝีมือนั้นทำเอานักดนตรีด้วยกันนึกอิจฉา ทั้งหมดเกิดขึ้นได้คงจะเพราะว่า ทอมกับเพื่อนร่วมวง (ส่วนใหญ่) คบหาและเล่นดนตรีกันมาตั้งแต่เป็นหนุ่ม พวกเขาจึงเข้าขารู้ใจกันชนิดที่แทบจะไม่ต้องพูดอะไรให้มากมาย

 

ทอม เพ็ตตีฯ ไฟร็อกที่ยังรุกโชน

หัวหน้าทีมบอกว่า ถ้าให้คิดทำอัลบั้มแบบนี้เมื่อ 15 ปีก่อน พวกเขาก็คงไม่ทำ เพราะงานชิ้นนี้เปรียบเสมือนกระบวนยุทธ์ขั้นสูง ซึ่งไม่ใช่แค่มีฝีมือก็ทำได้ แต่มันจะต้องอาศัยการสะสมบารมีและประสบการณ์มาเนิ่นนานด้วย

เปิดอัลบั้มด้วย Jefferson Jericho Blues เพลงเกี่ยวกับ โทมัส เจฟเฟอร์สัน กับความรักที่เขามีต่อสาวใช้ผิวสี ซึ่งสะท้อนถึงความคิดเรื่องการเหยียดสีผิว I Should Have Known It เป็นเพลงที่ออกมาในสไตล์งานของยาร์ดเบิร์ดส คล้ายกับสไตล์ดั้งเดิมของวง ที่ท่อนท้ายๆ นั้นร็อกเหลือใจ กลิ่นเร็กเกปรากฏในเพลง Don’t Pull Me Over ส่วน Candy มีกลิ่นอายคล้ายงานของซีซีอาร์ ขณะที่ No Reason to Cry เป็นเพลงรักของหนุ่มวัย 60 ในลีลานุ่มๆ กินใจ Takin’ My Time บอกเล่าถึงเส้นทางชีวิตของ ทอม เพ็ตตีฯ ที่รู้สึกว่า ตัวเองโชคดี เพราะค้นพบความต้องการของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก

เนื้อเพลงของทอมนั้น บ่อยครั้งเป็นเรื่องรัก บางครั้งเศร้าสร้อย บอกเล่าอย่างเนิบๆ แต่ก็มีสำเนียงเยาะหยันอยู่ในที เขาต่างกับเพื่อนร่วมยุคตรงที่ไม่ชอบหวนคำนึงถึงเรื่องราวในอดีตมากมายนัก ทุกเพลงถ่ายทอดด้วยเสียงร้องเก่าคร่ำ แต่ก็เท่โดนใจ ขณะที่กีตาร์ของไมค์ นั้นยอดเยี่ยมเหลือเกิน

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ ทอม เพ็ตตีฯ แตกต่างจากเพื่อนร่วมวงการหลายคนคือ เขาก้มหน้าก้มตาทำงานและพัฒนาตัวเองแทนที่จะทำเท่เก๋ไก๋เชิดฉายในวงสังคม อาจเพราะ “ราก” จากสังคมระดับ “เวิร์กกิง คลาส” ของเขา รวมทั้งสภาพลุ่มๆ ดอนๆ ในตอนแรกของการก้าวเข้าสู่วงการ รวมทั้งปัญหาจากชีวิตส่วนตัวที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก ทั้งหมดเป็นแรงผลักดันและทำให้เขาทุ่มเทกับการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง

ถึงวันนี้ ทอม เพ็ตตีฯ จะเป็นร็อกสตาร์ที่มีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศแห่งร็อกแอนด์โรลล์ ทั้งยังขายผลงานได้มากกว่า 60 ล้านแผ่น แต่เขาไม่เคยหยุดนิ่งเพื่อชื่นชมกับความสำเร็จในอดีต และ Mojo ก็คือ สิ่งที่ยืนยันว่า แม้วัยจะเพิ่มขึ้น แต่ไฟร็อกในตัวของพวกเขายังคงลุกโชน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ