
ปุณยวีร์ เหล่าพานิชธนาสิริ สวยตามฝัน
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
“ความฝันก็คือเป้าหมาย (อย่างหนึ่ง) ที่เราต้องก้าวไปให้ถึง” คำพูดอันเต็มไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นจากปากของ ปุณยวีร์ เหล่าพานิชธนาสิริ หรือ ไฮรีน สาวสวย เสียงใส อารมณ์ดี ลูกสาวเจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ “พลอยพิมพ์” แถวๆ ไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง
เธอเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด และเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และน้องชายคนหนึ่ง การศึกษา ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ เอกบัญชี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ก่อนที่จะไปศึกษาต่อปริญญาโท บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ใส่ใจใส่รักลงในงาน
ครอบครัวของเธอทำธุรกิจโรงพิมพ์ มีทั้งของตัวเองและที่ทำร่วมกับเครือญาติ แต่เธอจะดูแลเฉพาะในส่วนของครอบครัวในเรื่องการตลาดและการบริการ คือหาลูกค้าใหม่ๆ ป้อนโรงพิมพ์ด้วยหลักการทำงานเชิงรุก ได้แก่ ไม่รอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเอง แต่จะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาลูกค้า โดยอาศัยความจริงใจและการบริการที่ประทับใจ รวดเร็วนำหน้า พร้อมราคาแบบ “วิน-วิน” ทั้งสองฝ่าย
ปุณยวีร์ บอกว่า เนื่องจากเพิ่งเข้ามาช่วยงานครอบครัวแบบเต็มตัวเมื่อต้นปีนี้ ในการหาลูกค้าใหม่ๆ จึงเริ่มต้นด้วยการใช้วิธีติดต่อกับเพื่อนๆ ที่สนิทสนมและคนที่รู้จัก ซึ่งหากคนเหล่านี้มาใช้บริการแล้วจะช่วยบอกต่อและแนะนำคนอื่นๆ ให้อีกช่องทางหนึ่ง แต่เหนืออื่นใดที่สำคัญที่สุดก็คือผลงานและบริการของเราจะต้องเข้าถึงจิตใจและอารมณ์ของลูกค้า
“ผลงานที่ออกมาต้องคุณภาพ บริการต้องรวดเร็ว ประทับใจ และราคาที่สมเหตุสมผล ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย” ไฮรีน ซึ่งลาออกจากงานที่บริษัทหลักทรัพย์ของ เจ.พี.มอร์แกน เพื่อมาทำธุรกิจครอบครัว กล่าว
ไฮรีน กล่าวถึงคาแรกเตอร์ในการทำงานของเธอว่า คือการใส่ใจและใส่รักในงานที่ทำทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ได้รับมอบหมายต้องทำเต็มที่
“ไม่ว่าทำงานอะไรก็ตาม ต้องขวนขวายในการเรียนรู้งานนั้นๆ ให้เข้าใจถ่องแท้โดยเร็ว และที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะใส่ความรักลงไปในงานนั้นๆ ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังสนับสนุนให้เกิดการทำงานอย่างทุ่มเท และไม่เกิดความเบื่อหน่ายในงาน” ไฮรีน กล่าว
สุขใจที่ได้ทำตามฝัน
แม้ไฮรีนจะออกตัวว่าเป็นคนค่อนข้างขี้อาย แต่ก็ชื่นชอบการทำกิจกรรมเป็นพิเศษ และเป็นความชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ โดยจะเป็นตัวแทนของโรงเรียนในหลายๆ กิจกรรม ทั้งนี้เธอให้เหตุผลว่าการทำกิจกรรมนั้นถือเป็นความฝันอย่างหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ได้แสดงถึงความสามารถของตัวเองออกมา และที่สำคัญทำแล้วมีความสุข
ทั้งนี้ ในช่วงที่เป็นสาวออฟฟิศทำงานที่คอร์ปอเรตแบงก์ของ เจ.พี.มอร์แกน อยู่ 2 ปีนั้น ปุณยวีร์ ได้สมัครเข้าประกวด “Dutch Mill Lite Fit & Firm Contest 2008” ได้รางวัลชนะเลิศ และในปีต่อมาสมัครประกวด “Lovely and Lively by Nesvita 2009” ก็ได้รางวัลชนะเลิศเช่นกัน และได้ถ่ายแบบลงปกนิตยสารเปรียว ฉบับเดือน พ.ย. ปักษ์หลัง ปี 2552
ไฮรีน กล่าวต่อว่า เมื่อลาออกจากงานที่ เจ.พี.มอร์แกน แล้วมาช่วยงานโรงพิมพ์ของครอบครัว ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้สมัครเข้าประกวด “มิสไทยแลนด์ ไชนีส คอสโมส เอเจ้นท์ 2010” ซึ่งเปิดโอกาสให้สาวไทยเชื้อสายจีน อายุ 18-28 ปี ได้แสดงความสามารถเพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันในระดับเซาท์อีสต์เอเชียที่มาเลเซีย เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศไปออกรายการทีวีที่ประเทศจีนและฮ่องกง
เวทีนี้มีผู้เข้าประกวดร่วม 100 คน คัดเอา 50 คน และตัดเหลือ 12 คน และเธอก็ติด 1 ใน 12 คน เพื่อทำการเก็บตัวและเตรียมความพร้อมที่สถาบันเจียระไน ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนนางงามแห่งแรกของเมืองไทยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และเวทีนี้เธอได้รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้เป็นหนึ่งในตัวแทน (เอาชนะเลิศและรองอันดับ 1 และ 2) ไปประกวด Miss Chinese Cosmos Pageant South East Asia 2010 ที่มาเลเซีย เมื่อปลายเดือน ก.ค. ถึงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แล้วคว้ารางวัลขวัญใจช่างภาพกลับมาด้วย
ไฮรีน กล่าวถึงการประกวดนางงามว่า ไม่ใช่แค่ประกวดเรื่องสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นการประกวดถึงความสามารถที่มีอยู่ในแต่ละตัวบุคคลด้วย และการประกวดนี้ถือเป็นความฝันที่มีตั้งแต่เด็ก ซึ่งพอได้ทำแล้วก็รู้สึกมีความสุข
น่าเสียดายที่เธอไม่มีโอกาสได้โชว์ความสามารถในเวทีใหญ่อย่างนางสาวไทย และมิสไทยแลนด์เวิลด์ เนื่องจากอายุเกิน...ไม่อย่างนั้นคนไทยคงได้เห็นเธอแน่นอน
5 แรงกระตุ้นเติมชีวาให้งาน
ไฮรีน เคยทำงานบัญชีตามสายงานที่เรียนมากับบริษัท ซานมิเกล ของฟิลิปปินส์ และบริษัทด้านการเงินในเครือของ เจ.พี.มอร์แกน และปัจจุบันก็ช่วยงานครอบครัวกับธุรกิจโรงพิมพ์ ซึ่งเธอบอกว่าทุกงานที่ทำล้วนมีความสุข ทั้งนี้เพราะเธอมี 5 สิ่งสำคัญคอยกระตุ้นจิตใจของเธอเสมอ
ความฝันคือเป้าหมาย
ชีวิตของคนเราอย่างน้อยควรจะมีความฝัน สำหรับความฝันของไฮรีนนั้นจะถือเป็นเป้าหมายอันหนึ่งของชีวิตที่จะต้องก้าวไปให้ถึง และความฝันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน และเมื่อฝันเป็นจริงชีวิตก็มีชีวา
ข้อคิดดีๆ จากหนังสือ
มีหลายเล่มที่ชอบอ่าน เพราะได้สาระและข้อคิดดีๆ มากมาย เช่น หนังสือ “เข็มทิศชีวิต” อ่านแล้วชอบมาก เนื้อหาดี คนเขียนถ่ายทอดได้น่าติดตาม อ่านแล้วสามารถนำความคิดและแนวทางดีๆ ไปปรับใช้กับชีวิต
พ่อแม่ที่พึ่งประเสริฐ
พ่อแม่เป็นที่พึ่งอันประเสริฐที่สุดของไฮรีนทั้งในเรื่องงานและชีวิต และเป็นที่พึ่งของเราได้ทุกเวลาทั้งยามสุขและทุกข์ ต่างจากคนอื่นที่เราสามารถพึ่งเขาได้เป็นบางครั้งบางคราว ไม่ได้ทุกเวลาเสมอไป
แก้วิกฤตด้วยคิดบวก
ไม่มีใครที่สุขตลอดหรือทุกข์ตลอด ไม่มีใครที่จะไม่เกิดปัญหาอะไรต่างๆ ในชีวิต ทุกคนต้องมี และไฮรีนก็เช่นกัน แต่ทุกครั้งที่เจอเรื่องวิกฤตหรืออะไรที่ทำให้ไม่สบายใจก็จะพยายามคิดในแง่ดี มองโลกในส่วนดีไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าคิดดี มองในแง่ดีไว้ อะไรๆ ก็คงแก้ไขได้ ไม่ลุกลามบานปลาย
ความกตัญญูรู้คุณ
พ่อแม่เป็นผู้ที่มีพระคุณต่อเรามาก ให้ชีวิต ให้ทุกอย่าง และเลี้ยงเรามาอย่างดี ฉะนั้นไฮรีนจึงมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้จะต้องตอบแทนพระคุณท่านทั้งสอง โดยการเป็นลูกที่ดีให้ท่านชื่นใจ เลี้ยงดูท่าน และไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายจิตใจท่าน







