posttoday
มังกรไฟท้าชนบีจี ชิงพื้นที่ท็อป 5

มังกรไฟท้าชนบีจี ชิงพื้นที่ท็อป 5

13 พฤษภาคม 2560

ศึกลูกหนังไทยลีกสัปดาห์นี้ 2 ทีมดังแห่งวงการโคจรมาปะทะกันเพื่อแย่งพื้นที่ท็อป 5 โดย “มังกรไฟ”

โดย...ชมณัฐ

ศึกลูกหนังไทยลีกสัปดาห์นี้ 2 ทีมดังแห่งวงการโคจรมาปะทะกันเพื่อแย่งพื้นที่ท็อป 5 โดย “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน จะเปิดบ้านรับมือ “บีจี” บางกอกกล๊าส เอฟซี

บีอีซี เทโรศาสน - บางกอกกล๊าส เอฟซี สนาม : บุณยะจินดา วันที่ 14 พ.ค. เวลา 19.00 น.

เจ้าถิ่น “มังกรไฟ” ผลงานดีต่อเนื่อง 7 นัดหลังสุดแพ้เพียงเกมเดียว ชนะ 3 เสมอ 3 มี 22 คะแนน รั้งอันดับ 6 ของตาราง เกมนี้หวังคว้าชัยต่อหน้าแฟนบอลเพื่อขยับอันดับขึ้นไปติดท็อป 5

“ผลงานของเราดีเกินคาด ต้องยกเครดิตให้กับทุกคนภายในทีม การได้เล่นที่สนามบุณยะจินดาเราตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด สภาพทีมของเราค่อนข้างพร้อม ในเกมนี้เราเล่นเกินร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่บางกอก กล๊าสก็เป็นทีมระดับหัวตาราง เขามีระบบที่ดีทั้งภายนอกและภายในสนาม เป็นทีมที่แข็งแกร่ง ทุกทีมที่เล่นกับเขาต้องห้ามประมาท” ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมบีอีซี เทโรฯ กล่าว

จุดแข็งของ “มังกรไฟ” ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชทัย” อุทัย บุญเหมาะ ในปีนี้อยู่ที่เกมเหย้าเก็บชัยชนะได้ถึง 5 นัด และเสมอ 1 แพ้ 1

ขณะที่ขุมกำลังจะชวดใช้งาน “กัปตันโก้” ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์ตัวเก๋าที่ยังไม่ฟิตพอจะลงสนาม รวมถึง ธนะศักดิ์ ศรีใส กองหลังที่ติดโทษแบน ส่วนที่เหลือสมบูรณ์ นำโดย มิคาเอล เอ็นดรี ดาวยิงชาวฝรั่งเศสที่ซัลโวไปแล้ว 8 ประตู ส่วนหลังบ้านมี อาทิตย์ ดาวสว่าง และ มาริโอ อบรานเต ยืนคุม

ขณะที่บางกอกกล๊าสของ ออเรลิโอ วิดมาร์ กุนซือชาวออสเตรเลีย เพิ่งสะดุดทำได้แค่เพียงเปิดบ้านเสมอสุโขทัย เอฟซี ในนัดล่าสุด 2-2 ทำให้ชัยชนะนัดก่อนหน้านั้นที่มีเหนือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1 แทบจะหมดความหมาย แต่ยังคงเกาะกลุ่มหัวตาราง แข่ง 13 นัด มี 24 คะแนน อยู่อันดับ 4 ตามหลังอันดับ 2-3 คือ “ปราสาทสายฟ้า” และเชียงราย ยูไนเต็ด ที่มี 27 คะแนนเท่ากัน อยู่เพียง 3 แต้ม และไล่หลังจ่าฝูง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 10 คะแนน

อำนาจ แก้วเขียว ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ยอมรับว่าทีมเสียประตูง่าย แต่ได้กลับไปปรับปรุงแก้ไขสำหรับเกมนี้เป็นที่เรียบร้อย

“เราเสียประตูง่ายเกินไปจากความผิดพลาดของเราเอง เราไม่มีวินัยในเรื่องเกมรับ แต่เราก็เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไข เกมเยือนเทโรฯ นั้นไม่ง่าย เขามีผู้เล่นที่ดีและมีนักเตะที่มีประสบการณ์คอยคุมจังหวะเกม ทำให้มีความสมดุลระหว่างทีมค่อนข้างเยอะ แต่เราจะไปเล่นให้รัดกุมมากที่สุด และคุมสติในช่วงท้ายเกมที่เราพลาดในเกมที่แล้ว” โค้ชอ่ำ กล่าว

สำหรับเกมนี้ “บีจี” จะยังไม่มี อาเรียล โรดริเกวซ ศูนย์หน้าทีมชาติคอสตาริกาที่ยิงไป 6 ประตู เนื่องจากยังไม่หายเจ็บ รวมถึง พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ กองกลางตัวเก๋าที่เจ็บยาว แต่แนวรุกยังมี “โตติ” ดาเนียล การ์เซีย โรดริเกวซ เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปนที่ทำไป 5 ประตู พร้อมด้วย ยาสมานี คัมโปส แนวรุกโบลิเวีย, สุรชาติ สารีพิมพ์ และ จักรพันธ์ พรใส เป็นทีเด็ด ส่วนหลังบ้านมี แมทธิว สมิธ ยืนเป็นภูผาหิน

ความน่าจะเป็น : “มังกรไฟ” แข็งแกร่งในบ้านและประสบการณ์ผู้เล่นโชกโชนน่าจะเบียดชนะได้

มังกรไฟท้าชนบีจี ชิงพื้นที่ท็อป 5

สุโขทัย เอฟซี - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สนาม : ทะเลหลวง วันที่ 13 พ.ค. เวลา 17.45 น.

บุรีรัมย์ แชมป์ 4 สมัย แพ้มา 2 นัดติด หวังชัยชนะเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและไล่กวดจ่าฝูง เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ห่างอยู่ถึง 7 คะแนน เกมนี้จะไม่มี โกซึลกิ ห้องเครื่องเกาหลีใต้ ที่ติดโทษแบน รวมถึง สุภโชค สารชาติ และ โรเจริโอ คูตินโญ ที่ไม่ฟิต

ด้านเจ้าถิ่น “ค้างคาวไฟ” ผลงานผิดฟอร์มจากฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะเกมในบ้านอันเป็นจุดแข็ง ปัจจุบันแพ้คารังไปแล้ว 4 นัด เสมอ 2 ชนะแค่ 1 มี 9 คะแนน รั้งอันดับ 15 แม้จะเปลี่ยนกุนซือมาเป็น “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก แต่ยังไม่ดีขึ้นไม่ชนะใครใน 4 นัดหลังสุด โดยเกมนี้จะได้ พิชิต ใจบุญ พ้นโทษแบน พร้อมแกนหลักอย่าง จอห์น บาจโจ และ ดิยุฟ บีรัม

ความน่าจะเป็น : นับเป็นโอกาสดีที่ “ปราสาทสายฟ้า” จะคืนฟอร์มเก่ง เพราะเจ้าบ้านไม่มีอะไรที่จะต่อกรได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท