posttoday
ISSpresso อิตาลี กาแฟ และอวกาศ

ISSpresso อิตาลี กาแฟ และอวกาศ

12 พฤษภาคม 2560

ผมเพิ่งจะได้ดูหนังเรื่อง Hidden Figure เรื่องราวของผู้หญิงผิวดำที่อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าทางอวกาศของสหรัฐ

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

ผมเพิ่งจะได้ดูหนังเรื่อง Hidden Figure เรื่องราวของผู้หญิงผิวดำที่อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าทางอวกาศของสหรัฐ ในช่วงที่มีการแข่งขันด้านอวกาศกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันในทศวรรษ 1960 สมัยนั้นประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ใช้เงินกว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินในยุคนี้ก็ราวๆ 1.3 แสนล้านบาท ในการก่อตั้งองค์การนาซ่า ซึ่งจะว่าไปแล้วการก่อตั้งโครงการสำรวจอวกาศยุคนั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความอยากรู้อยากเห็นหรือประเด็นทางวิทยาศาสตร์เท่าไร แต่เป็นเรื่องของการเมืองล้วนๆ เพราะไม่ต้องการจะแพ้สหภาพโซเวียตตอนนั้น เพราะว่าทำหลายอย่างสำเร็จไปก่อนหน้าสหรัฐ หนังสนุกมากและคิดไปว่าควรได้ออสการ์มากกว่า La La Land เสียอีก ติดอยู่ที่ว่าเป็นหนังคนดำนี่สิ

มาถึงในยุคนี้แม้สถานการณ์คนดำในสหรัฐอเมริกายังเหมือนเดิม (คือก็ยังโดนกดขี่อยู่ลึกๆ แหละครับ) แต่ดูเหมือนว่าการสำรวจอวกาศไปได้ไกลกว่านั้นมากแล้ว การสำรวจอวกาศกลายเป็นโครงการของหลายๆ ประเทศที่ร่วมมือกันและกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เริ่มมีเอกชนสนใจลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ความหลากหลายและการร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้เกิดเรื่องสนุกๆ ในการพัฒนาอวกาศหลายๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องกาแฟ ก็เข้าไปเกี่ยวกับเขาด้วย

อย่างที่ผมจั่วหัวไว้ ISSpresso คือ หากไม่อธิบายต่อก็คงไม่มีใครเข้าใจว่าผมพูดถึงเรื่องอะไร แต่ปูพื้นมาขนาดนี้ก็คงพอจะรู้ว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับอวกาศแหงๆ เรื่องนี้มันเริ่มจากคนอิตาลีและจบลงด้วยกาแฟอิตาลี  

ซามานธา คริสโตฟอเรตติ เป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของอิตาลีที่ได้ท่องอวกาศ และตอนนี้เธอกลายเป็นคนแรกด้วยที่ได้จิบกาแฟเอสเปรสโซ่บนอวกาศ ชื่อ ISS นั่นก็มาจากชื่อของสถานีอวกาศ ISS (International Space Station) ซึ่งขึ้นไปโคจรรอบโลกตั้งแต่ปี 2544 และมีการหมุนเวียนนักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอยู่เรื่อยๆ ซามานธาถือเป็นนักบินที่ได้ทำสถิติไว้หลายอย่าง เธอเป็นนักบินหญิงคนแรกของอิตาลี เป็นนักบินที่ออกปฏิบัติการคนเดียวบน ISS ยาวนานที่สุด (199 วัน กับอีก 16 ชั่วโมง) และเป็นนักบินคนแรกที่ได้ดื่มกาแฟสดบนอวกาศ

เรื่องมันเริ่มจากที่ว่าเธอเป็นคนอิตาลี และอิตาลีกับกาแฟเป็นของที่ขาดกันไม่ได้ การไปปฏิบัติหน้าที่ในอวกาศเป็นระยะเวลานาน (ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2014-ก.พ. 2015) เธอจึงขอให้ลาวาซซ่า (Lavazza) ผลิตเครื่องชงกาแฟที่สามารถทำให้เธอดื่มเอสเปรซโซ่สดๆ ได้จริงๆ

อิตาลีก็คืออิตาลี ไม่ได้ดื่มกาแฟจะลงแดงตาย (ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดี)

ลาวาซซ่า ผลิตเครื่องชงเอสเปรซโซ่ โดยพัฒนาต่อยอดจากกาแฟแคปซูล แต่ออกแบบใหม่ทั้งการใส่น้ำถุงบรรจุเวลาที่กาแฟไหลออกมาจากเครื่อง แต่หน้าตาไม่ได้ Friendly นะครับ ออกจะเหมือนเครื่องมือแพทย์ซะมากกว่า เครื่องชงกาแฟนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Argotec ซึ่งชำนาญเรื่องบรรจุภัณฑ์ มาช่วยลาวาซซ่าในการออกแบบ และยังมี Mark Weislogel นักฟิสิกส์ของเหลว (Fluid physicist ไม่รู้จะแปลว่าอย่างไรดี) จากมหาวิทยาลัยพอร์ตแลนด์ ช่วยออกแบบแก้วกาแฟที่สามารถดื่มกาแฟได้ในสภาพไร้น้ำหนักโดยที่กาแฟไม่หกเลอะเทอะ เพราะไม่มีใครอยากดื่มกาแฟสดจากถุงพลาสติก (ยกเว้นคนไทย ดูดกันคล่องเลย) แก้วทรงประหลาดนี้สามารถช่วยกักเก็บกาแฟไว้ไม่ให้มันไหลใส่หน้าคุณตอนยกดื่ม

กาแฟและเครื่องชง ถูกส่งไปพร้อมกับคาเวียร์จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นของขวัญสำหรับการเฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ของซามานธาที่ยังต้องปฏิบัติงานอยู่คนเดียวในสถานีอวกาศ ISS

ตัวเครื่องกาแฟปัจจุบันยังไม่มีวางขายนะครับ เพราะเป็นการผลิตขึ้นเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะและเครื่องค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมาถึง 25 กิโลกรัม ใช้งานกับแคปซูลปกติของลาวาซซ่าได้เลย และเครื่องผ่านการรับรองจากทั้งนาซ่าและองค์กรการบินของอิตาลี ไม่มีการเปิดเผยราคาว่าลาวาซซ่าลงทุนไปเท่าไร แต่เมื่อคิดถึงผลระยะยาวและการเป็นเจ้าแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำได้สำเร็จ ก็ถือว่าคุ้มค่า ในอนาคตเมื่อมีธุรกิจการบินเติบโต ก็อาจเป็นโอกาสของลาวาซซ่าเช่นกัน

ส่วนแก้วกาแฟมีออกมาขายนะครับ แต่ก็แพงทีเดียว คือ แก้วละประมาณ 500 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นบาท) แต่นาซ่าก็ออกมาบอกว่าแก้วที่ออกแบบมานั้น เหมาะสำหรับการดื่มเฉพาะบนอวากาศที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำเท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับการดื่มบนพื้นโลก เพราะทั้งทรงและการใช้งานค่อนข้างลำบาก

แต่เชื่อผม จะมีคนบางจำพวกอยากซื้อมาลองอยู่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท