posttoday
ลุยสร้าง ‘ทราเวลลิโกะ’ เสนอแชริ่ง อีโคโนมีแท้จริง

ลุยสร้าง ‘ทราเวลลิโกะ’ เสนอแชริ่ง อีโคโนมีแท้จริง

11 พฤษภาคม 2560

หลายคนคงจะพอได้ยินคำว่า “เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน” หรือแชริ่ง อีโคโนมี ซึ่งถือเป็นกระแสของยุคนี้

หลายคนคงจะพอได้ยินคำว่า “เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน” หรือแชริ่ง อีโคโนมี ซึ่งถือเป็นกระแสของยุคนี้ ที่คนมองหาช่องทางแบ่งปันสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองมีให้คนอื่นในสังคมร่วมใช้ได้ โดยที่ตัวเองมีรายได้จากการแบ่งปันนี้ด้วยทว่าก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มองว่านี่ไม่ใช่การแบ่งปันที่แท้จริง เพราะหากเป็นการแบ่งปันจริงๆ แล้วสังคมจะต้องได้ประโยชน์มากกว่านี้ จึงสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อสะท้อนภาพการแบ่งปันที่แท้จริงในมุมมองที่มี

ยาน กูร์ยูร ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ทราเวลลิโกะ (Traveliko.com) เปิดเผยว่าหลายคนเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจแบบแบ่งปันคือการทำธุรกิจที่เกิดประโยชน์ระหว่างบุคคลกับบุคคล แต่โดยส่วนตัวแล้วมองว่าการทำธุรกิจแบบแชริ่ง อีโคโนมี ควรเป็นการทำธุรกิจที่แบ่งปันสิ่งดีๆ คืนกลับมาให้กับสังคมด้วย

จากเหตุผลนี้เมื่อมาบวกกับปัญหาที่พบ คือ โรงแรมถูกเอารัดเอาเปรียบโดยเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) จากการถูกเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นถูกสูงจนเกินไป ทำให้เกิดแนวคิดจัดทำโอทีเอชื่อว่า ทราเวลลิโกะ ภายใต้แนวคิดใหม่คือ เป็นเว็บไซต์ให้บริการจองห้องพักออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันโอทีเอรายใหญ่ที่ครองตลาดคิดค่าคอมมิชชั่นพื้นฐานเริ่มต้น 15-17% แต่หากโรงแรมต้องการให้ชื่อของโรงแรมตัวเองขึ้นอันดับต้นๆ ในเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้มาจองเห็นอันดับแรกๆ ก็ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม ซึ่งบางครั้งทำให้ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นสูงไปถึงระดับเกิน 30%

ขณะที่ทราเวลลิโกะตั้งค่าคอมมิชชั่นไว้ที่ 10% เท่ากันทุกโรงแรม และการแสดงรายชื่อโรงแรมให้ลูกค้าเลือกก็จะไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะจะแสดงในรูปแบบแผนที่ ที่ผู้จองจะเป็นผู้เลือกคุณสมบัติโรงแรมที่ค้นหาเอง เช่น ตามระดับดาว จำนวนการรีวิว ทำเลที่ต้องการ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการ หรือคุณสมบัติอื่น

จุดเด่นของทราเวลลิโกะจะไม่ใช่แค่คิดค่าคอมมิชชั่นต่ำ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือทราเวลลิโกะได้วางแผนไว้ว่า 20% ของรายได้ค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับมาจะถูกบริจาคให้กับองค์กรการกุศลในประเทศที่นักท่องเที่ยวจองห้องพัก โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเองได้ว่าจะบริจาคให้องค์กรการกุศลใดจาก 3 กลุ่ม คือ องค์กรด้านคน สัตว์ และโลก

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการเดินหน้าแนวคิดนี้ก็คือ โรงแรมจ่ายค่าคอมมิชชั่นน้อยลง ก็สามารถนำเงินค่าคอมมิชชั่นที่ประหยัดไปได้ ไปนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจให้กับลูกค้าที่จองได้มากขึ้น เช่น ส่วนลดอาหาร ส่วนลดใช้บริการสปา ส่วนคนจองโรงแรมก็จะได้ความรู้สึกที่ดีที่ได้รับอะไรมากขึ้นนอกจากแค่จองห้องพัก คือ ได้ทั้งสิทธิประโยชน์จากโรงแรมเพิ่มและยังได้มีส่วนแบ่งปันให้กับสังคมผ่านเกณฑ์การบริจาคด้วย

ปัจจุบันมีโรงแรมใหญ่ในไทยเข้าร่วมเซ็นสัญญาขายห้องพักผ่านทราเวลลิโกะแล้ว ได้แก่ เครือเซ็นทารา ดุสิต อีสต์ทิน ชาเทรียม ยู โฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท และเรด แพลนเน็ต เป็นต้น

“เราต่างจากโอทีเอรายอื่นๆ เราไม่ใช่คู่แข่งในด้านการขายกับโรงแรม แต่จะเป็นพันธมิตร และเราไม่ได้ทำให้โรงแรมที่มาขายผ่านเราต้องแข่งขันกันเองเพื่อให้มีการจอง เราจะไม่ลงทุนมากมายไปกับการโฆษณาเพื่อให้คนเข้ามาจอง หรือเกิดความเคลื่อนไหว แต่เราจะทำให้คนที่จองเป็นผู้บอกต่อเองเพื่อให้คนมองอุตสาหกรรมนี้แตกต่างออกไป” กูร์ยูร กล่าว

สำหรับวิธีการที่จะทำให้คนมาจองบอกต่อนั้น กูร์ยูร อธิบายเพิ่มว่า ได้ดึง นาตาลี เกลโบวา นางงามจักรวาลปี 2548 มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ให้ทราเวลลิโกะ เพื่อร่วมสะท้อนแนวทางการสร้างความแตกต่างในการบริจาคให้กับการกุศลนอกจากนี้ทราเวลลิโกะจะมีระบบให้คะแนนชื่อว่า คาร์มา พอยต์ (Karma Points) โดยนักท่องเที่ยวจะได้คะแนนสะสมทุกๆ การจองและยังสะสมคะแนนเพิ่มได้เมื่อแนะนำเพื่อน เขียนรีวิว หรือมีส่วนร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทราเวลลิโกะ

มาไทน์ เด็คเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งทราเวลลิโกะ กล่าวว่า สิ่งที่ทราเวลลิโกะต้องทำหลังจากนี้คือสร้างความภักดีในแบรนด์ (โลยัลตี้) ให้คนที่เคยจองห้องพักผ่าน ทราเวลลิโกะกลับมาจองซ้ำอีก โดยมีเหตุผลเรื่องการแบ่งปันเพื่อองค์กรการกุศลเป็นหัวใจหลักช่วยสร้างโลยัลตี้ได้ เบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่า 3-4 ปีแรกจะสร้างรายได้ 13 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 455 ล้านบาท/ปี ซึ่งจะช่วยบริจาคเงินให้องค์กรการกุศลได้ 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 91 ล้านบาท/ปี

บียอน ฮาโวล ผู้ร่วมก่อตั้งทราเวลลิโกะ กล่าวว่า ระบบการจองห้องพักของทราเวลลิโกะเพิ่งเริ่มต้นได้ 8 เดือน ปัจจุบันมีโรงแรมเข้าร่วมแล้วกว่า 200 แห่ง หลังจากนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มโรงแรมที่เข้าร่วมเสนอขายห้องพักผ่านทราเวลลิโกะให้ได้ 1,000 แห่ง/เดือน โดยเริ่มต้นการขยายฐานโรงแรมในไทยเป็นประเทศแรกของโลก

สาเหตุที่เริ่มขยายจากไทย เพราะไทยเป็นจุดหมายอันดับแรกๆ ที่คนทั่วโลกอยากมา และไทยมีจำนวนโรงแรมให้บริการทั่วประเทศกว่า 6 แสนแห่ง ดังนั้นจึงมีโอกาสอีกมากในการดึงโรงแรมให้เข้ามาร่วมได้

เมื่อฐานจำนวนโรงแรมในไทยเริ่มแข็งแกร่งแล้วก็จะขยายความร่วมมือกับโรงแรมในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา รวมถึงฮ่องกง และสิงคโปร์ หากโอทีเอในรูปแบบแชริ่ง อีโคโนมีในความหมายที่แตกต่างนี้ประสบความสำเร็จ ก็เชื่อว่าจะเป็นการจุดประกายให้เกิดการขยายตัวของแพลตฟอร์มแชริ่ง อีโคโนมีที่ให้ประโยชน์แก่สังคมอย่างแท้จริงแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท