
สูงวัยติดไซเบอร์
ครั้นเวลาล่วงถึงดึก ย่ายายปู่ตาก็กลายเป็นยายเพิ้งตาเพิ้ง อนิจจังทุกท่านทุกคนถึงวันหนึ่งคืนหนึ่งต้องล่วงพ้นวัย
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข/เอเอฟพี
ครั้นเวลาล่วงถึงดึก ย่ายายปู่ตาก็กลายเป็นยายเพิ้งตาเพิ้ง อนิจจังทุกท่านทุกคนถึงวันหนึ่งคืนหนึ่งต้องล่วงพ้นวัย กลายเป็น สว. สูงวัย สวยบ้างหล่อบ้าง สง่างามบ้าง เหลวแพร่ดบ้าง แล้วแต่เหตุปัจจัย แต่สิ่งหนึ่งเหมือนกันหมด คือความเหงาความกลัวที่ก้นบึ้ง กลัวตายกลัวเจ็บกลัวอยู่คนเดียว ไซเบอร์ก้าวเข้ามาตรงจุดนี้ อันที่จริงเป็น สว. เองที่ก้าวเข้าไปหามัน
จากงานวิจัย “พฤติกรรมการรับข่าวสารและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสื่อมวลชน” โดย ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ และกนกกาญจน์ บัญชาบุษบง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ชี้ให้เห็นก้าวย่างใหม่ของ สว.ยุคไซเบอร์เฟื่องฟู และเพราะงานวิจัยชิ้นนี้ จึงทำให้ได้รู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับคุณพ่อคุณพี่ยุคเบบี้บูมเมอร์ ที่อยากจะมาเล่าต่อ
เบบี้บูมเมอร์ หรือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงยุคปี 2488-2508 ปัจจุบันพวกเขามีอายุ 52-70 ปี กลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้เริ่มเกษียณอายุจากการทำงาน กลายเป็นกลุ่มที่มีเวลาว่างมาก จนทำให้เกิดความเหงา ความวิตกกังวล อีกทั้งสุขภาพร่างกายก็เปลี่ยนแปลง ฮอร์โมนอีกอะไรอีกสารพัด แม้หลายรายปากจะแข็งบอกว่า “ไม่” แต่ในใจน่ะ “ใช่”
กนกกาญจน์ เล่าว่า แม้ในความเป็นจริงผู้สูงอายุจะยังไม่เหงาจริง เจ็บจริง หรือโดดเดี่ยวจริงก็ตาม แต่ในทางจิตวิทยาแล้วจะมีความกลัวตามธรรมชาติ ถือเป็นสัญชาตญาณต่อความตายของสิ่งมีชีวิตทุกสปีชีส์ ทุกไฟลัมบนโลก นั่นทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมคนกลุ่มนี้จึงโหยหาความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ ความคุ้นเคย และการพูดคุยเอาใจใส่มากกว่าคนวัยอื่น กลุ่มอายุอื่น
เราทุกคนอยู่ในยุคปฏิวัติการสื่อสาร ผู้สูงอายุก็เช่นกัน จากเมื่อก่อนที่ได้เห็นการสื่อสารยุคใหม่ผ่านลูกหลาน จนต่อมาเมื่อเครื่องมืออุปกรณ์เหล่านี้มีราคาถูกลง ผนวกกับการตลาดแบบบุฟเฟ่ต์ไว-ไฟ (ฮา) ปัจจัยทั้งหมดทำให้กลุ่มผู้สูงอายุได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่แบบเต็มใจที่สุด
“คุณปู่คุณย่าของเราต้องการพูดคุย ต้องการการเอาใจใส่ และต้องการสื่อสารกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง สื่อสังคมออนไลน์ก้าวเข้ามาเติมเต็มในจุดนี้พอดี โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้สูงอายุในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา”
ผู้สูงอายุอยาก(กลับ)เข้าสังคมอยู่แล้ว อยากกลับสู่การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกหลานและเพื่อนฝูงอยู่แล้ว การก้าวสู่สังคมออนไลน์จึงเป็นอะไรที่ผู้สูงอายุเต็มใจที่จะก้าวกลับเข้ามาด้วยตัวเอง ช้าหน่อย กระย่องกระแย่งหน่อย แต่ในที่สุดเมื่อทำความเข้าใจ(กับเครื่องมือ)ได้ ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง “สวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอังคาร” ได้
สวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอังคาร สวัสดีวันพุธ...พฤหัสฯ...ศุกร์...เสาร์...อาทิตย์ สวัสดีมันทุกวันไป ถือเป็นการโผล่หน้ามาทักทายทางหน้าจอมือถือ อรุณสวัสดิ์แบบเนียนๆ ในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก เติมเต็มช่องว่างระหว่างวัยในโลกปัจจุบันที่ลูกหลานไม่มีเวลาให้คนแก่ คลิกเดียวไปได้หมดทุกกลุ่มไลน์
กนกกาญจน์ เล่าว่า โซเชียลมีเดียทำให้ผู้สูงอายุมีโจทย์ใหม่ๆ กลุ่มคนยุคเก่ามองเรื่องเหล่านี้ว่าเป็นความตื่นเต้น ความสดใหม่ ความเป็นหนึ่ง ฉันต้องเป็นคนแรกที่โพสต์คลิปนี้ ฉันต้องส่งเป็นคนแรก เพราะอะไรก็เพราะอยากเก่ง อยากได้รับความชื่นชม อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ใช่แค่อินเทอร์เน็ต แต่เป็นเรื่องของเพื่อน ความสัมพันธ์และตัวตน
“อินเทอร์เน็ตไม่ใช่แค่อินเทอร์เน็ต สำหรับผู้สูงอายุแล้วเขาไม่ได้จ่ายเงินซื้ออินเทอร์เน็ต แต่จ่ายเงินซื้อปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ซื้อสังคมสนุกๆ ซื้อความมีชีวิตชีวา ซื้อความเป็นตัวตนในโลกเสมือนจริง”
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียก็มี ได้แก่ ความทุกข์หนักทุกข์น้อยตามประสา อยู่ดีไม่ว่าดี เครื่องก็เสีย เปิดไม่ได้ โหลดไม่ได้ เน็ตกาก จิปาถะ มีความสามารถในการใช้ (สมาร์ทโฟน) แต่ไม่มีความสามารถในการแก้ (เวลามันเสีย) หลายครั้งจึงได้เห็นผู้อาวุโสหงุดหงิด เหวี่ยงวีน กระวนกระวายร้อนรน อาการเป็นตายเท่ากัน สะท้อนว่า สว.รายนี้ติดไซเบอร์แล้ว
กลุ่มอาการมีตั้งแต่การมีความทุกข์เมื่อเวลาใกล้สี่โมงเย็นของทุกวัน เนื่องจากต้องหาภาพสวยๆ เด็ดๆ หรือคำคม ข่าวและทุกสิ่งอันที่น่าสนใจจากอินเทอร์เน็ต โพสต์บอกเพื่อนฝูงในกลุ่ม ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องดิ้นรน ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกไร้ตัวตน นั่นก็เพราะลึกๆ ผู้สูงอายุนั้น รู้สึกว่าตัวเองด้อยลง ตัวเล็กลงอยู่แล้ว
“เครดิตสำคัญมาก ใครเป็นคนโพสต์คนแรก สถิติพวกนี้จะจดจำอยู่ตลอดไป ตัวเลขพวกนี้ทำให้ทุกข์ได้เหมือนกัน ถ้าคุณไม่ใช่คนที่โพสต์คนแรก หรือไม่ได้โพสต์อะไรเท่ๆ มานานแล้ว”
ความตึงเครียดจากการใช้งานก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ความหนักใจมีมาเรื่อยๆ ได้แก่ “การขโมยคลิป” โดยบางครั้งที่ผู้สูงวัยคนหนึ่งแชร์ภาพหรือข้อมูลไปแล้วเพื่อนในกลุ่มไลน์เดียวกันนำไปแชร์ต่อในอีกกลุ่มหนึ่ง เรื่องทำนองนี้ซีเรียสทีเดียวถ้าถามผู้สูงอายุ
“ถูกเพื่อนในไลน์ขโมยคลิปไป ใช้คำว่าขโมย แต่จริงๆ ก็คือการนำไปแชร์ต่อ ผู้สูงวัยทุกคนที่เล่นไลน์ซีเรียสเรื่องนี้มาก เครียดจนกลัดกลุ้ม และถึงขั้นโกรธ”
บางคนทุกข์ร้อนว่ารูปภาพหรือคำคมที่ตัวเองมี เกร่อไป ดูสิ ใครๆ ก็ส่ง ดูสิ ใครๆ ก็มี ทุกข์เพราะไม่อยากเหมือนใคร บางคนเป็นมาก เรื่องนี้แก้โดยการสอนให้ผู้สูงวัยมีความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ได้เองเลย เช่น ถ่ายคลิปสั้นๆ ได้เอง ถ่ายภาพ แต่งภาพ ใส่ข้อความ เทคนิคง่ายๆ เหล่านี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขขึ้น
ในมุมของผู้เกี่ยวข้อง ถ้าเราเป็นหนึ่งในสมาชิกในกลุ่มไลน์ของท่านล่ะ ถ้าเราเป็นลูกหลานในกลุ่มแฟมิลี่ หรือเป็นสมาชิกในกลุ่มเพื่อน เราควรปฏิบัติตัวหรือมีท่าทีอย่างไร ก็ขอตอบว่า ให้ยึดหลักมารยาท เช่น ทักมาตอบบ้าง ไลน์มาตอบบ้าง ส่งคลิปมาก็ดูบ้าง
“ในบางคนก็เข้าใจนะ ที่เบื่อสวัสดีกันทุกวัน แต่คุณต้องตอบเขาบ้าง กดไลค์เขาบ้าง เขาส่งคลิปมา ไม่ต้องเปิดดูทุกคลิป แต่ต้องเปิดดูบ้าง ไม่ใช่ไม่เปิดดูเลย เขาจะตีความว่าคุณปฏิเสธเขา เขาเสียใจ”
สื่อสังคมออนไลน์สำหรับผู้สูงอายุเป็นช่องทางการสื่อสารที่ช่วยให้คลายเหงา คลายความคิดถึงลูกหลาน ที่ปัจจุบันไม่มีเวลาพบเจอกันบ่อยนัก แต่ก็ไม่ควรละเลยใช้สื่อออนไลน์ทดแทนเพียงอย่างเดียว แต่อาจออกแบบกิจกรรมที่ทำให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วม มีโจทย์ที่ต้องไปทำ รวมทั้งอาจใช้เพื่อประโยชน์ในการหยิบยกประเด็นขึ้นพูดคุย ถ่ายภาพ ส่งภาพ ถ่ายวิดีโอส่งถึงกันระหว่างครอบครัว
“ผู้สูงวัยที่อยู่กับเทคโนโลยีได้ ก็จะทำให้เขามีความสุขขึ้น เพราะปัจจุบันนี้สภาพสังคมข้อมูลข่าวสาร การดำเนินชีวิตทุกอย่างถูกผลักดันให้ดำเนินไปผ่านเทคโนโลยีนั่นเอง”
ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความสุข นี่คือ สว.ยุค 4.0 หากลูกหลานก็ต้องไม่ละเลย นอกจากจะไม่ลืมกฎกติกามารยาท ก็ต้องไม่เอาแต่พิมพ์ 555 ตลอดเวลา ส่งคลิปมาทีไร พิมพ์ 555 อย่างไม่ถูกกาลเทศะ ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในวิดีโอ อย่างนี้ก็ไม่บังควร อ้อ แล้วถ้าว่างก็แวะมาเยี่ยม มาขับรถมาพาท่านไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง
เพราะรักดอกจึงหยอกเล่น ขณะเดียวกันก็ต่อยอดองค์ความรู้จิตวิทยาไซเบอร์ผู้สูงวัย รับมือสังคมผู้สูงอายุของไทยด้วยความรู้ ความรัก ความเข้าใจ...หนูรักปู่นาจา...







