posttoday
การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

29 เมษายน 2560

เรื่องที่น่าดีใจสำหรับคนเมืองที่จะเดินสู่ความเป็นอารยสถาปัตย์หรือการออกแบบที่เป็นสากลมากขึ้น

โดย...ทีม@weekly ภาพ : เว็บไซต์ ceosforcities.org, i0.wp.com, s-media-cache-ak0. pinimg.com, buffalo.edu, 4.bp.blogspot.com

เรื่องที่น่าดีใจสำหรับคนเมืองที่จะเดินสู่ความเป็นอารยสถาปัตย์หรือการออกแบบที่เป็นสากลมากขึ้น

เพราะเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานภาวะสังคมประจำไตรมาส 4/2559 และภาพรวมปี 2559 โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)หรือสภาพัฒน์ ได้ออกรายงานเรื่อง “การออกแบบที่เป็นสากล : รูปธรรมของสังคมเสมอภาค” ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจ เป็นการกระตุ้นให้ตระหนักถึงการใช้งานออกแบบเข้ามาสร้างความเท่าเทียมให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม

แนวคิดเรื่องการออกแบบสิ่งแวดล้อม การสร้างสถานที่ และสิ่งของต่างๆ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในสังคมสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่และเท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องมีการออกแบบดัดแปลงพิเศษหรือเฉพาะเจาะจงเพื่อบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ

อารยสถาปัตย์ หรือการออกแบบที่เป็นสากล เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานการใช้ให้คุ้มค่า สมประโยชน์ ครอบคลุมสำหรับทุกคน โดยเริ่มต้นจากการคิดว่าทำอย่างไรคนประเภทต่างๆ จึงจะมีโอกาสมาใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน เช่น คนสูงอายุ คนป่วย สตรีตั้งครรภ์ คนแคระ เด็กเล็ก ที่มากับรถเข็นเด็กคนพิการประเภทต่างๆ ไม่ว่า ตาบอด หูหนวกแขนขาร่างกายพิการ คนพิการทางปัญญาทางจิต คนที่อ่านหนังสือไม่ออก ฯลฯ

ถึงแม้บุคคลเหล่านั้น จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย ทางปัญญา ทางจิตใจ แต่ก็เป็นบุคคลในสังคม สังคมจึงควรรับผิดชอบดูแล ให้สามารถอยู่ในสังคมร่วมกับบุคคลทั่วไป ได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพของแต่ละคน เช่น การจัดให้มีทางลาดขึ้นลงทางเท้า และอาคารสถานที่สาธารณะต่างๆ ให้กับผู้พิการที่ใช้รถเข็น หรือบล็อกพื้นนำทางเดินสำหรับคนตาบอด ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตทำกิจกรรมภายนอกบ้านได้โดยสะดวกและปลอดภัย

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

แน่นอน จากรายงานเล่มนี้ก็น่าจะมีการรับลูกจากสภาพัฒน์ของผู้รับผิดชอบในหน่วยงานต่างๆ นำไปขับเคลื่อนสู่การใช้งานจริงเพื่อพัฒนาสังคมให้สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันและยั่งยืนสำหรับมนุษย์ทุกเพศทุกวัยและทุกสถานะในสังคมไทย โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพมหานคร ที่จะเป็นแม่แบบขับเคลื่อนให้จังหวัดอื่นๆ ในเมืองไทย

การออกแบบที่เป็นสากล : รูปธรรมของสังคมเสมอภาค

สำหรับสถานการณ์การออกแบบที่เป็นสากลในสังคมไทย แนวคิดการออกแบบที่เป็นสากลเริ่มมีการขับเคลื่อนจากจุดประสงค์เพื่อกำจัดอุปสรรคต่อผู้พิการสอดคล้องกับการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและความเท่าเทียมของผู้พิการในการใช้ชีวิต เช่นรัฐธรรมนูญ ปี 2540 พระราชบัญญัติฟื้นฟู สมรรถภาพผู้พิการ พ.ศ. 2534 พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และขยายเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายอื่น ได้แก่ กฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารที่สร้างหลังปี 2548 พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ที่กำหนดให้มีการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้บริการโทรคมนาคมสาธารณะแก่ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ

ประกอบกับองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนโดยประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities : CRPD) เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2551 ทำให้หน่วยงานภาครัฐได้ออกกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อส่งเสริมการออกแบบและจัดสภาพแวดล้อมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ การดำเนินงานการออกแบบที่เป็นสากลในประเทศไทย

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่าการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design :UD) เป็นแนวคิดเพื่อการสร้างสังคมให้น่าอยู่ส่งเสริมคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้สามารถดำรงชีวิตได้สามารถพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดของมนุษย์ที่แตกต่างกัน โดยวัย เพศหรือความครบองค์ประกอบของร่างกาย คุณสามารถใช้การออกแบบสิ่งต่างๆ ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตของคนแต่ละกลุ่มได้

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

“ประเทศไทยได้มีการดำเนินงานการออกแบบที่เป็นสากล มุ่งเน้นรูปแบบการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสถาปัตยกรรมอาคาร สถานที่และบริการสาธารณะเพื่อเป็นช่องทางสนับสนุนให้เข้าถึงและมีส่วนร่วมในกิจกรรม อย่างไรก็ตาม การกระจายไปในกฎหมาย ระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบที่เป็นสากล ยังมีความชัดเจนไม่มากนัก

“อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมที่ผ่านมานั้น ในแต่ละด้านนั้น ด้านอาคาร สถานที่สาธารณะ หน่วยงานรัฐต่างๆ ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสถานที่5 ด้าน ได้แก่ ทางลาด ที่จอดรถ ห้องน้ำ ป้ายสัญลักษณ์ และบริการข้อมูล ในสถานที่ราชการ ที่ทำการองค์กรปกครองท้องถิ่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล สถานี ตำรวจ และสถานที่สาธารณะ อาทิ พิพิธภัณฑ์สวนสาธารณะ อุทยานแห่งชาติสถานที่ท่องเที่ยวฯลฯ โดยมีการรายงานสถานที่ราชการปรับปรุงแล้ว 22,259 แห่ง จาก43,025 แห่ง”

เลขาธิการสภาพัฒน์ ขยายความว่า การออกแบบที่เป็นสากล ด้านระบบขนส่งสาธารณะด้านข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารโทรคมนาคม ด้านสาธารณสุขและอุปกรณ์ช่วยเหลือ ได้มีการขับเคลื่อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างรอบคอบและใส่ใจเพื่อคุณประโยชน์สูงสุดของประชาชนทุกคน

- ด้านระบบขนส่งสาธารณะ

มีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) โครงการนำร่องภายใต้แนวคิด “สะดวก ปลอดภัยคมนาคม ยุคใหม่ ใส่ใจคนพิการ” ของกระทรวงคมนาคม เพื่อเป็นหน่วยงานต้นแบบปรับปรุงสภาพแวดล้อมและจัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการคนพิการ

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

(2) การออกแบบและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT ได้แก่ ที่จอดรถสำหรับคนพิการ ทางลาด และ/หรือ Guiding Block ลิฟต์ห้องน้ำคนพิการ โทรศัพท์สำหรับคนพิการ ป้ายบอกทางและสัญญาณเตือน จุดยึดรถเข็นและจุดจอดรถเข็นคนพิการ จอแสดงข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้โดยสาร พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้บริการแก่คนพิการ

(3) การปรับปรุงตู้นั่งรถไฟเพื่อคนพิการเป็นรถชั้นสองนั่งปรับอากาศโดยจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก

(4) การทำบันทึกความร่วมมือของหน่วยงานและสถาบันการศึกษาและสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ บริเวณป้ายหยุดรถประจำทาง ทางเดินทางเท้า ทางลาดเชิงสะพาน ในเส้นทางหลัก 20 สาย จำนวน 1,234 ป้าย โดยได้มีการปรับปรุงทางลาดเชิงสะพาน ป้ายรถเมล์ รวมทั้งประสานกับหน่วยงานในการเร่งปรับปรุงถนนสะพาน ให้มีมาตรฐานที่รถชานต่ำสามารถผ่านได้ และทดลองปรับปรุงรถประจำทางเก่าให้รองรับผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยมีแผนจะปรับปรุง 668 คัน (รถธรรมดา 500 คัน และรถปรับอากาศ 168 คัน) รวมทั้งจัดซื้อรถเมล์NGV ชานต่ำ 489 คัน ที่มีข้อกำหนดคุณลักษณะของอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการบนรถโดยสาร

(5) การจัดรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น 30 คัน ของ กทม. ร่วมกับบริษัทกรุงเทพธนาคม รวมทั้งการศึกษาและดัดแปลงรถแท็กซี่ TOYOTA INNOVA เป็นรถแท็กซี่ต้นแบบของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นต้น

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

- ด้านข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารโทรคมนาคม

สำหรับด้านข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารโทรคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีการสนับสนุนการขอยืมหรือขอรับอุปกรณ์และเครื่องมือเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ได้แก่

(1) สนับสนุนการจัดหาตู้สื่อสาร (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นการลดช่องว่างทางการสื่อสารสำหรับคนพิการทางการได้ยิน

(2) จัดทำเว็บไซต์เพื่อให้ผู้พิการทางการมองเห็นด้วยการจัดเว็บไซต์ในรูปแบบ The World Wide Web Consortium W3C

(3) จัดทำโปรแกรม Thai Accessible Places เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่เอื้อต่อคนพิการและไม่เอื้อต่อคนพิการเพื่อให้ประชาชนสามารถเรียกดูข้อมูลประกอบการ วางแผนและตัดสินใจไปใช้บริการ

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

(4) ร่วมมือกับ ThaiWebAcessibility.com ในการให้ความรู้กับเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุในการใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมถึงการฝึกอบรมและเผยแพร่ การพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ รวมทั้งจัดตั้ง ICT ชุมชนเพื่อให้มีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองอีกด้วย

- ด้านการศึกษาและฝึกอาชีพ

ปัจจุบันการจัดการศึกษาและฝึกอาชีพสำหรับผู้พิการยังเป็นการจัดสถานศึกษาเฉพาะกลุ่มมากกว่าการจัดโดยรวมโดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้สถานศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับสภาพแวดล้อม ส่วนสถาบันอุดมศึกษาได้เริ่มจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน 5 ด้าน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การประยุกต์การจัดการเรียนการสอนเพื่อคนทุกกลุ่ม ตลอดจนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร

- ด้านสาธารณสุขและอุปกรณ์ช่วยเหลือ

นอกเหนือจากการผลักดันให้สถานพยาบาลของรัฐมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบทั้ง 5 ด้าน ยังมีระบบการติดตาม ตรวจสอบมาตรฐานอาคาร รวมถึงมีการแสดงผลการตรวจสอบอย่างชัดเจนเผยแพร่สู่สาธารณะ การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ประมาณ 50 รายการ ตลอดจนสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลเพื่อลดอุปสรรคและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการ/ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติมากขึ้น ความต้องการและการเข้าถึงสถานที่สาธารณะและบริการของผู้พิการ

ความร่วมมือกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB)

สำหรับความต้องการและเข้าถึงบริการสาธารณะที่สามารถใช้การออกแบบมาสนับสนุนได้นั้น สศช. ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) สำรวจความต้องการของกลุ่มผู้พิการ 3 ประเภท คือ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ผู้พิการทางการมองเห็น และผู้พิการทางการได้ยิน จำนวน 1,184 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี และสงขลา ในระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค. 2559

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

ในข้อมูลการสำรวจ พบว่า ผู้พิการมีความต้องการมากที่สุด 5 ด้าน ได้แก่ อาคารสถานที่สาธารณะ ระบบขนส่งสาธารณะ ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารโทรคมนาคม การศึกษาและฝึกอาชีพ ด้านสาธารณสุขและอุปกรณ์ช่วยเหลือ

(1) โดยด้านอาคาร สถานที่สาธารณะ ผู้พิการมีความต้องการเข้าถึงอาคาร สถานที่สาธารณะต่างๆ 79.7% โดยต้องการเข้าถึงสถานพยาบาลมากที่สุด รองลงมาเป็นสถาบันการเงิน และสถานศึกษา โดยผู้พิการสาามรถเข้าถึงสถานพยาบาลในระดับที่ต้องการมากที่สุด แม้ว่าผู้พิการส่วนใหญ่จะสามารถเข้าถึงอาคารสถานที่ต่างๆ ได้ แต่การเข้าถึงในระดับที่ต้องการหรือจำเป็นยังมีสัดส่วนไม่มากนัก

(2) ด้านระบบขนส่งสาธารณะ ผู้พิการต้องการระบบขนส่งสาธารณะ 66.3% โดยรถขนส่งสาธารณะที่มีความต้องการมากที่สุดคือ รถประจำทาง/รถตู้ รถรับจ้าง (มอเตอร์ไซค์/แท็กซี่) และรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ กลุ่มผู้พิการทางการเคลื่อนไหวมีความต้องการรถสาธารณะน้อยที่สุด เนื่องจากมีความยากลำบากในการเข้าถึงทำให้ไปใช้รถส่วนบุคคลซึ่งการศึกษาของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (2558) และสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (2558) ในการสำรวจการเข้าถึงการขนส่งสาธารณะ ยังพบข้อจำกัดและอุปสรรคในการเดินทางผ่านขนส่งสาธารณะ ได้แก่ การเชื่อมต่อกับขนส่งสาธารณะอื่น มีอุปสรรค เช่น ขาดทางลาดระหว่างสถานีกับป้ายรถเมล์ หรือพื้นที่นอกสถานี การให้ข้อมูลด้านอักษรเบรลล์ไม่มีหรือไม่เพียงพอในสถานีบริการทุกรูปแบบ การติดตั้งและให้บริการไม่มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงหรือมาตรฐานแนะนำ เช่น มีทางลาดแต่มีความชันไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีราวจับ หรือชานพักห้องน้ำที่แคบ ฯลฯ รวมทั้งยังขาดลิฟต์ในสถานีรถไฟฟ้าบางแห่ง เป็นต้น

(3) ความต้องการด้านข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารโทรคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการสนับสนุนการขอยืมหรือขอรับอุปกรณ์และเครื่องมือเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ได้แก่ 1.สนับสนุนการจัดหาตู้สื่อสาร (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) เพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นการลดช่องว่างทางการสื่อสารสำหรับคนพิการทางการได้ยิน 2.จัดทำเว็บไซต์เพื่อให้ผู้พิการทางการมองเห็นด้วยการจัดเว็บไซต์ในรูปแบบ The World Wide Web Consortium W3C 3.จัดทำโปรแกรม Thai Accessible Places เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่เอื้อต่อคนพิการและไม่เอื้อต่อคนพิการเพื่อให้ประชาชนสามารถเรียกดูข้อมูลประกอบการ วางแผนและตัดสินใจไปใช้บริการ และ 4.ร่วมมือกับ ThaiWebAcessibility.com ในการให้ความรู้กับเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุในการใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมถึงการฝึกอบรมและเผยแพร่ การพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ รวมทั้งจัดตั้ง ICT ชุมชนเพื่อให้มีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองอีกด้วย

การออกแบบที่เป็นสากล ฝันไม่ไกลของคนเมือง

(4) ด้านการศึกษาและฝึกอาชีพ ปัจจุบันการจัดการศึกษาและฝึกอาชีพสำหรับผู้พิการยังเป็นการจัดสถานศึกษาเฉพาะกลุ่มมากกว่าการจัดโดยรวมโดยเฉพาะ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้สถานศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับสภาพแวดล้อม ส่วนสถาบันอุดมศึกษาได้เริ่มจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน5 ด้าน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การประยุกต์การจัดการเรียนการสอนเพื่อคนทุกกลุ่ม ตลอดจนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร

(5) ด้านสาธารณสุขและอุปกรณ์ช่วยเหลือนอกเหนือจากการผลักดันให้สถานพยาบาลของรัฐมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบทั้ง 5 ด้าน ยังมีระบบการติดตาม ตรวจสอบมาตรฐานอาคาร รวมถึงมีการแสดงผลการตรวจสอบอย่างชัดเจนเผยแพร่สู่สาธารณะ การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆประมาณ 50 รายการ ตลอดจนสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล เพื่อลดอุปสรรคและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการ/ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติมากขึ้น ความต้องการและการเข้าถึงสถานที่สาธารณะและบริการของผู้พิการ

เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า จากการสำรวจนั้น พบข้อจำกัดและอุปสรรคในการดำเนินการออกแบบที่เป็นสากลว่า แม้จะมีกฎหมายและนโยบายในการผลักดันการออกแบบที่เป็นสากลเพื่อลดอุปสรรคการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ของทุกกลุ่ม ไม่แตกต่างจากต่างประเทศมากนัก แต่การดำเนินงานยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงเพียงพอ สะท้อนจากการเข้าถึงบริการของผู้พิการได้ในระดับที่ต้องการยังมีไม่มากนัก

สอดคล้องกับรายงานการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับที่ 4 พ.ศ. 2555-2559 (ระยะครึ่งแผนแรก) พบว่า ผู้พิการสามารถเข้าถึงหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองท้องถิ่นได้ ในระดับปานกลาง ขณะที่ด้านเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกสารสนเทศ อุปกรณ์และเครื่องช่วยพิการ และรถโดยสารเข้าถึงได้น้อย และเครื่องบินและรถไฟเข้าถึงได้น้อยที่สุด

โดยข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญนั้น พบว่าเกิดจาก (1) การขาดการตรวจสอบและกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน การติดตั้งและการให้บริการที่ไม่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงหรือมาตรฐานแนะนำ เนื่องจากการกำหนดมาตรฐานก่อสร้างอาคารที่ยังมีความชัดเจนในรายละเอียดไม่มากพอ รวมทั้ง ขาดระบบติดตาม ตรวจสอบ และดูแลรักษาที่สม่ำเสมอทำให้อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกชำรุดเสียหายและใช้งานไม่ได้จริง

(2) ทัศนคติต่อการออกแบบที่เป็นสากลไม่ถูกต้อง สังคมยังขาดการรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้ไม่เห็นความสำคัญของการออกแบบที่เป็นสากลและพิจารณาว่าเป็นเรื่องการเพิ่มค่าใช้จ่ายและการลงทุน ส่งผลต่อการได้รับความร่วมมือที่มีอยู่อย่างจำกัด อาทิ ภาคธุรกิจที่ยังจำกัดในธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้ การศึกษาของ GTZ และองค์การผู้พิการระหว่างประเทศประมาณค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพียงร้อยละ 1-2 หากมีการกำหนดในระหว่างการวางแผนและก่อสร้าง แต่จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้เข้าถึงได้จำกัดทำให้ผู้พิการต้องพึ่งพิงผู้อื่น รวมถึงวรจรที่นำไปสู่ความยากจน และประชาชนส่วนหนึ่งยังขาดความตระหนักทำให้เข้าใช้หรือกีดขวางสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม เช่น การเข้าไปใช้ที่จอดรถของผู้พิการ การวางของ ทับ/กีดขวางทางเท้าสำหรับผู้พิการ

(3) ข้อจำกัดด้านสภาพบังคับและกฎหมาย โดยอาคารสถานที่ก่อสร้างก่อนการออกกฎระเบียบต่างๆ ทำให้มีความยากลำบาก ด้านสภาพบังคับที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในการจัดบริการ เช่น ขาดการกำหนดเป็นมาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่ชัดเจน (Code of Conduct) ซึ่งจะทำให้ง่ายแก่การทำความเข้าใจและออกแบบได้ถูกต้องตามมาตรฐานมากขึ้น และกรณีจดทะเบียนรถบริการดัดแปลงเพื่อเอื้อต่อการยกรถผู้พิการยังขาดกฎหมายรองรับทำให้เอกชนไม่สามารถเข้ามาดำเนินการได้

(4) การขาดเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรม แม้การออกแบบที่เป็นสากลจะทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงและใช้งานได้ แต่ผู้ใช้บริการที่มีความพิการหรือข้อจำกัดที่หลากหลาย รวมทั้งพื้นที่บางแห่งมีข้อจำกัด จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมและมีความเข้าใจความต้องการของผู้พิการในการช่วยเหลือหรือสามารถปรับวิธีหรือเทคนิคการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(5) การมีส่วนร่วมของผู้พิการยังมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้การออกแบบที่เป็นสากลไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้ ครบถ้วนและตรงจุด อาทิ การจัดตั้งเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเพื่อคนพิการ แต่ความเป็นจริงแล้วผู้พิการต้องการเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางเลือกอื่นๆ ที่มากขึ้น เช่นเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับผู้พิการทางสายตาซึ่งยังมีจำกัด ด้านสาธารณสุขยังขาดการออกแบบเวชภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้พิการหรือผู้สูงอายุ (ฉลาก รูปทรงผลิตภัณฑ์) ทำให้ไม่สามารถแยกแยะยาหรือเวชภัณฑ์ส่งผลให้เกิดอันตรายหรือเสียชีวิตได้ เป็นต้น

ปรเมธี เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า จากการร่วมกับ SAB ทำการสำรวจครั้งนี้ ได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาการออกแบบที่เป็นสากลให้สามารถรองรับความต้องการของคนแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น ดังนี้

(1) การพัฒนาระบบมาตรฐานและกลไกติดตามตรวจสอบ โดยจัดทำระบบมาตรฐานที่มีความชัดเจนทั้งมาตรฐานการก่อสร้าง (Code of Conduct) การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์โดยนำตัวชี้วัดมาตรฐานสำคัญ อาทิ มอก. มาพัฒนาโดยเพิ่มเติม การออกแบบเพื่อการใช้งานของคนทุกกลุ่มเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานดังกล่าว ฯลฯ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการก่อสร้างหรือสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในมาตรฐานเดียวกันและง่ายต่อการติดตามตรวจสอบ

(2) การสร้างความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องโดยรณรงค์และประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสร้างความรับรู้และทัศนคติที่ดีต่อแนวคิดการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่มในวงกว้าง การปลูกฝังให้ตระหนักถึงประโยชน์และความจำเป็นการสอดแทรกเนื้อหาของแนวคิดไว้ในเนื้อหา การเรียนการสอน ตลอดจนกำหนดเป็นหลักสูตรเฉพาะในวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาปัตยกรรม หรือวิชาที่เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์

(3) การบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน โดยจัดทำแผนบูรณาการเพื่อให้เกิดการประสานงานและสนับสนุนกัน เนื่องจากการออกแบบที่เป็นสากลเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนระยะยาวและมีความเชื่อมโยงที่ต้องประสานร่วมมือกัน เช่น อาคารสถานที่กับระบบการคมนาคมขนส่ง หรือการศึกษากับการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามารองรับการดำเนินงานจึงต้องสอดรับและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

(4) การส่งเสริมภาคธุรกิจเพื่อจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและสร้างนวัตกรรมการออกแบบสินค้าและบริการเพื่อคนทุกกลุ่ม โดยประชาสัมพันธ์และให้การรับรองสถานที่ สินค้าบริการของธุรกิจที่มีดำเนินการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่มให้เป็นทางเลือกและเพิ่มจำนวนของผู้ใช้บริการสนับสนุนการทำธุรกิจภายใต้แนวคิดการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่มโดยนำค่าใช้จ่ายการปรับสภาพแวดล้อมมาลดหย่อนภาษีส่งเสริมการจัดแข่งขันออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ตลอดจนให้ความรู้ภาคธุรกิจเห็นประโยชน์และตระหนักถึงการยกระดับสินค้าบริการ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

(5) การรวบรวมและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นกลไกผลักดัน โดยรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการออกแบบที่เป็นสากล และพัฒนาให้เป็นกฎหมายฉบับเดียวและแบ่งออกเป็นหมวดหมู่เพื่อเป็นกลไกผลักดันการดำเนินงาน ให้สอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งสร้างความเข้าใจต่อคนในสังคม สามารถหยิบยกและนำไปใช้ได้สะดวกมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท