
คู่หูกาแฟ บิสกอตติ
จะดื่มกาแฟสักแก้วก็ต้องมีอะไรมาแกล้มสักหน่อย ... ถ้าจะให้ “เริ่ด” แบบกรุบๆ กรอบๆ ก็ต้องนี่เลย “บิสกอตติ”
จะดื่มกาแฟสักแก้วก็ต้องมีอะไรมาแกล้มสักหน่อย ... ถ้าจะให้ “เริ่ด” แบบกรุบๆ กรอบๆ ก็ต้องนี่เลย “บิสกอตติ”
เรื่อง รอยนวล
จะดื่มกาแฟสักแก้วก็ต้องมีอะไรมาแกล้มสักหน่อย ... ถ้าจะให้ “เริ่ด” แบบกรุบๆ กรอบๆ ก็ต้องนี่เลย “บิสกอตติ”
บิสกอตติ หรือ บิสกิต มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน หมายความถึง ขนมที่อบ 2 ครั้ง โดยมีต้นกำเนิดมาจากเมืองปราโต จึงมีชื่อเต็มๆ ว่า บิสกอตติ ดิ ปราโต (บิสกิตแห่งปราโต)
ส่วนผสมของบิสกอตติ รวมถึงแป้ง น้ำตาล ไข่ ไพน์นัต และอัลมอนด์ (ไม่คั่ว ไม่แกะเปลือกออก) สูตรดั้งเดิมนั้นต้องไม่ใส่ยีสต์หรือไขมัน ไม่ว่าจะในรูปของเนย น้ำมัน หรือนม ก่อนจะนำไปอบ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะได้ก้อนแป้งคล้ายกับท่อนซุง หลังออกจากเตาอบขณะยังร้อนๆ สดๆ ก็จะนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ รูปยาวๆ แล้วจึงนำไปอบอีกครั้ง
ด้วยกรรมวิธีการอบแบบนี้ ทำให้บิสกิตชนิดนี้แห้งและกรอบ สามารถเก็บไว้ได้นานๆ ในยุคโรมันจึงกลายเป็นเสบียงชั้นดีสำหรับเก็บไว้รับประทานระหว่างเดินทางหรือในช่วงสงคราม
ในแคว้นทัสคานีเขาเรียกบิสกอตติของตัวเองว่า แคนทัคชินี ซึ่งแป้งจะไม่แห้งมากเท่าสูตรดั้งเดิม อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า นุคส์ เป็นบิสกิตชิ้นใหญ่ๆ ในเนื้อแป้งจะมีน้ำมันมะกอกและเม็ดอนิซผสมมาด้วย
สูตรเก่าแก่ของบิสกอตติกลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยเชฟขนมชื่อ อันโตนิโย แมตเทอิ ในช่วงทศวรรษที่ 19 ผลงานของเขาได้นำออกแสดงและชนะรางวัลในงานยูนิเวอร์แซลเอกซิบิชันแห่งปารีสในปี 1867
บิสกอตติสมัยใหม่มักจะนำถั่วชนิดอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอัลมอนด์และไพน์นัตมาผสม ไม่ว่าจะผสมลงไปในเนื้อหรือจะเคลือบด้านนอกก็ตาม บางสูตรก็เคลือบด้วยช็อกโกแลตให้รสชาติที่แปลกต่างออกไป นอกจากนี้ อาจจะมีเครื่องเทศบางชนิดผสมลงไป อย่างเช่น ซินนามอน ด้วยขั้นตอนการทำบิสกอตติที่ใช้เวลาเยอะ ภายหลังจึงมีการปรับสูตรให้อบแค่ครั้งเดียวด้วยกระทะที่ออกแบบเป็นพิเศษ
ดั้งเดิมในอิตาลี บิสกอตติมักจะเสิร์ฟหลังจากอาหารหวานชนิดอื่นๆ บางครั้งเสิร์ฟพร้อมกับไวน์แดงจากทัสคานีที่เรียกว่า Vin Santo หรือเสิร์ฟกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ในประเทศสเปนมักเสิร์ฟกับไวน์หวานบิสกอตติยังใช้เป็นส่วนผสมของอาหารคาวบางจานด้วย ภายหลังกลายมาเป็นขนมคู่หูของกาแฟ โดยเฉพาะเอสเปรสโซ รวมถึงคาปูชิโน หรือลาเต้ แต่กับชา (ดำ) ก็ไปกันได้ดีไม่น้อย
ด้วยรูปทรงยาวๆ ของบิสกอตติ จึงเหมาะสำหรับจุ่มลงไปในถ้วยกาแฟ ปล่อยให้น้ำได้ซึมเข้าเนื้อก่อนจะหยิบเข้าปาก อ้ำ...วิธีนี้ทำให้เราได้รสชาติขนมและเครื่องดื่มแก้วโปรดในเวลาเดียวกัน
ลองแล้วจะรู้ว่า อร่อยอย่าบอกใคร ไปแล้ว...จะรีบไปซื้อบิสกอตติน่ะ







