posttoday
ไวรัลของมรณสติ

ไวรัลของมรณสติ

08 เมษายน 2560

ด้วยองค์ประกอบหลายประการ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ ต่างจับมือกัน หนุนนำให้ “ความตาย”

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

ด้วยองค์ประกอบหลายประการ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ ต่างจับมือกัน หนุนนำให้ “ความตาย” กลายเป็นสิ่งที่น่ายำเกรงสำหรับเราๆ ท่านๆ อย่างปฏิเสธไม่ได้อยู่ร่ำไป

เมื่อนั่งอยู่ในพิธีสวดพระอภิธรรมศพของผู้ล่วงลับท่านใดก็ตาม ผมมักจะจ้องมองข้อความบนตาลปัตรของพระที่สวดอยู่ตรงหน้าเสมอ “ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น” พลางคิดว่าช่างเป็นข้อความที่เชื้อชวนให้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับสิ่งที่เราทั้งหลาย มนุษย์ทุกคน ต่างหนีไม่พ้นนี้เหลือเกิน

“ความตาย” เข้ามาใกล้ชิดผมครั้งแรกเมื่อตอนผมยังเรียนชั้นประถม หลังจากที่พ่อบอกกับสมาชิกในบ้านว่า ปู่ซึ่งแทบจะไม่เคยเจ็บป่วยเป็นโรคใดๆ ให้เห็นเลยตลอดชีวิต เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากเข้าโรงพยาบาลไม่กี่วันงานศพของปู่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยใช้ลานข้างบ้านเป็นจุดตั้งศพ ประกอบพิธีตามศาสนา โดยมีลูกหลานและญาติๆ มาร่วมแรงร่วมใจกันในทุกขั้นตอนพิธี

ระยะห่างระหว่างสมาชิกในบ้านกับพิธีศพของปู่ ห่างกันแค่ลานข้างบ้านกับห้องนอนบนตัวบ้านเพียงระยะไม่กี่เมตร หรือกล่าวได้ว่าสมาชิกในบ้านสามารถประกอบอาหารเลี้ยงผู้มาร่วมงานไปพร้อมกับฟังเสียงสวด เด็กๆ ต้องทำการบ้านไปพร้อมๆ กับร่วมพิธีศพ ตลอดกำหนดการจัดงาน งานศพของคนอื่นๆ รุ่นปู่ ต่างคล้ายคลึงกันคือ นิยมจัดขึ้นที่บ้านแทบจะทั้งสิ้น

ต่อมาย่าก็เสียชีวิตตามปู่ไป งานศพที่จัดขึ้นในระยะเวลาที่ห่างกันถึง 30 ปี นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมากมาย พิธีศพของย่าเปลี่ยนจากจัดที่บ้านไปเป็นที่วัด เช่นเดียวกับพิธีศพในเมืองใหญ่ๆ หรือในกรุงเทพฯ ย่าตายในยุคที่แทบจะไม่เหลือการจัดพิธีศพในบ้านให้เห็นอีกต่อไป

พิธีศพในวัดยุคใหม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายแจกแจงชัดเจน เช่น เจ้าภาพซื้อหีบศพเอง ราคาต่ำสุดประมาณ 3,500 บาท ดอกไม้ประดับเจ้าภาพซื้อเองหรือวัดจัดหาให้ สนนราคา 3,000-5,000 บาท ฯลฯ ยังไม่นับถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ เท่าที่สำรวจมา สรุปให้เห็นตัวเลขในราคาต่ำสุดคือ จัด 3 คืน ก็ประมาณ 2.5 หมื่นบาท

วัดหลายแห่งมีทีมจัดการพิธีที่คอยจัดการให้ทั้งงานผ่านพ้นไปอย่างเสร็จสรรพ โดยเจ้าภาพมาปรากฏตัวในงานแค่เพียงช่วงพระสวด ไม่มีการกินนอนเป็นเพื่อนผู้ตายแบบที่เคยเห็นในงานศพตามบ้านเหมือนยุคก่อน

ผมอดคิดไม่ได้ว่า พิธีศพในยุคปัจจุบันเหมือนจะจงใจทิ้งระยะห่างระหว่างผู้ล่วงลับ ญาติ และผู้ที่มาร่วมพิธี การเข้ามาร่วมงานถูกให้ความสำคัญแค่ช่วงพิธีพระสวดเป็นหลัก จนเป็นธรรมเนียมปกติ ราวกับพยายามที่จะผลักความตายให้กลายเป็นเรื่องไกลตัว

ความตายถูกมองว่าเป็นเรื่องอัปมงคลที่ยอกย้อนกับความเชื่อทางศาสนา ชนิดที่มองไม่เห็นจุดเชื่อม หรือแกล้งลืมหลักไตรลักษณ์ อนิจจัง : สิ่งทั้งหลายมีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอไป ไม่มีความคงที่ตายตัว ทุกขัง : สิ่งทั้งหลายทั้งปวงมีลักษณะที่เป็นทุกข์มองดูแล้วน่าสังเวชใจ ทำให้เกิดความทุกข์ใจแก่ผู้ที่ไม่แจ่มแจ้ง อนัตตา : ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความหมายแห่งความเป็นตัวเป็นตน ไม่มีลักษณะอันใดที่จะทำให้เรายึดถือได้ว่ามันเป็นตัวเราของเรา

แม้ข้อความบนตาลปัตรจะเป็นการทวงถามให้ระลึกว่า ความกลัวตายนั้นยังผูกติดกับจิตใต้สำนึกของเราอย่างไม่มีวันหลบหนีหรือทำลายลงได้ แต่บางครั้งก็ดูจะเปล่าประโยชน์

พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต เคยอธิบายว่า “ความรู้สึกความกลัวตาย เกิดขึ้น เพราะลึกๆ คนเราปรารถนาความเป็นอมตะ แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้อยู่แก่ใจว่าสักวันหนึ่งก็หนีไม่พ้น หลายคนจึงพยายามไม่คิดเรื่องนี้ รวมทั้งทำใจให้วุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องความตายมารบกวนจิตใจ อธิบายให้ลึกลงไป ความกลัวตายเกิดจากความหวงแหนตัวตน อยากให้ตัวตนยั่งยืน แต่ลึกๆ ก็กลัวว่าตัวตนจะดับสูญเมื่อความตายมาถึง หรือแท้จริงแล้วในส่วนลึกของจิต ก็รู้ว่าตัวตนของแต่ละคนนั้นไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงสิ่งปรุงแต่งขึ้น ทางออกในเรื่องนี้ที่สาธุชนพึงปฏิบัติ คือ เจริญมรณสติ หมั่นพิจารณาว่าชีวิตนี้ไม่เที่ยง ไม่ช้าไม่นานก็ต้องตาย ระลึกอยู่เสมอเพื่อให้ใจยอมรับความตาย และคุ้นชินกับความจริงที่ว่าเราต้องตายในที่สุด

ในโลกยุคใหม่ที่ทุกคนดูเหมือนจะมีอำนาจเลือกเสพเนื้อหา เลือกสิ่งที่จะรับรู้ในแต่ละวันได้อย่างอิสระ กวาดสายตาไปยังโลกออนไลน์ ก็หาตัวอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นว่า ค่าไวรัลของเนื้อหาที่หนุนนำให้หลงยึดอยู่ในตัวตน กับสาระที่ให้ตระหนักถึงมรณสตินั้นห่างชั้นกันเพียงไร

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ