
‘ซิโก้’ขอสละเก้าอี้ สมยศปัดดึงรานิเอรี
“ซิโก้” ประกาศขอยุติบทบาทการเป็นกุนซือทัพช้างศึกด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อย
โพสต์ทูเดย์ - “ซิโก้” ประกาศขอยุติบทบาทการเป็นกุนซือทัพช้างศึกด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อย
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านสังคมออนไลน์อินสตาแกรม ขอยุติบทบาทการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและทีมงานของผมตลอด 4-5 ปีที่ผมได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิต ที่เข้ามาทำงานในฐานะโค้ชทีมชาติไทย วันนี้ผมขอประกาศยุติบทบาทในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และจะดำเนินการเคลียร์งานต่างๆ ส่งต้นสังกัดภายใน 90 วัน ผมขอขอบคุณนักฟุตบอลทุกคน ทีมงานของผมทุกคน แฟนบอลทุกท่าน รวมถึงขอบคุณครอบครัวที่อยู่ข้างหลังผมตลอดมาครับ” กุนซือวัย 43 ปี ระบุ
ขณะที่ พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ซิโก้” เปิดเผยผ่านทางโซเชียลมีเดีย ดังนั้นทางสมาคมในฐานะที่เป็นองค์กรจึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลถึงความคืบหน้าใดๆ ได้ ต้องรอให้เจ้าตัวยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเสียก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัท เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส จากสเปน ที่ทางสมาคมเตรียมจะเซ็นสัญญาในวันที่ 4 เม.ย.นี้ เพื่อให้ดูแลเยาวชนไทยทั้งระบบนั้น ทางสมาคมได้ติดต่อขอเพียงโค้ชเยาวชนเท่านั้น ไม่มีโค้ชทีมชาติชุดใหญ่แต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประกาศลาออกของ “ซิโก้” ว่ายังไม่เคยมีการติดต่อดึง วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือทีมชาติไทย หวนกลับมารับตำแหน่งคุม “ช้างศึก” อีกครั้งตามกระแสข่าว รวมถึงในรายของ เคลาดิโอ รานิเอรี อดีตกุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเช่นกัน
“ยังไม่มีการเจรจาใดๆ ผมไม่รู้จักเชเฟอร์เป็นการส่วนตัว เขาจะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยหรืออยากขอนัดดื่มกาแฟกับผมก็เป็นเรื่องที่ผมไปห้ามไม่ได้ ส่วน รานิเอรี นั้นเป็นการพูดเล่นกัน วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ในช่วงที่เขาเปลี่ยนแปลงเท่านั้น พอทราบว่ามีค่าจ้างสูงถึงปีละ 5 ล้านปอนด์ (215 ล้านบาท) ก็ทางใครทางมัน”
นอกจากนี้ “บิ๊กอ๊อด” ทิ้งท้ายว่า หากทีมชาติไทยไม่สามารถไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 ที่เตรียมเพิ่มโควตาให้กับทวีปเอเชียเป็น 8 ทีมได้ถือว่าล้มเหลว แต่ทั้งนี้ตัวเองเหลือวาระแค่ 3 ปี ดังนั้นเป้าหมายจากนี้คือวางรากฐานให้ฟุตบอลไทย เริ่มจากเซ็นสัญญากับบริษัท เอคโคโนฯ เพื่อให้เป็นผู้วางโรดแมป โดยเบื้องต้นคือใน 4 ปีข้างหน้า ทีมชาติชุดยู-19 จะต้องไปเล่นฟุตบอลโลกให้ได้ ซึ่งถ้าทำไม่ได้ก็ต้องยกเลิกสัญญาและหาทางใหม่







