
บุรีรัมย์ขอชำระแค้น
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หวังเปิดบ้านชำระแค้น เอสซีจี เมืองทองฯ คู่ปรับตลอดกาล หลังจากที่ฤดูกาลก่อนเป็นฝ่ายโดนลูบคม
โดย...ชมณัฐ
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หวังเปิดบ้านชำระแค้น เอสซีจี เมืองทองฯ คู่ปรับตลอดกาล หลังจากที่ฤดูกาลก่อนเป็นฝ่ายโดนลูบคมแพ้รวดตลอด 3 นัดที่พบกัน ในศึกบิ๊กแมตช์ไทยลีก วันที่ 3 เม.ย.นี้
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด - เอสซีจี เมืองทองฯ สนาม : ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม วันที่ 3 เม.ย. เวลา 19.00 น.
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 3 ของตาราง แข่ง 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ทีมใด หวังเปิดรังชำระแค้นคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เอสซีจี เมืองทองฯ หลังซีซั่นที่แล้วโดนลูบคมปราชัยคาบ้าน 0-3 จนเสียสถิติ “แพ้ใครก็ได้แต่ไม่แพ้เมืองทอง” เป็นครั้งแรก ก่อนจะโดนย้ำแค้นที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม อีก 2 นัดรวด ในลีก 2-3 และเอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม 1-3
“วันที่เมืองทองมาชนะที่ไอ-โมบาย 3-0 ความรู้สึกยังเจ็บจนถึงทุกวันนี้ไม่หาย เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของนักฟุตบอล ผู้บริหาร และแฟนบอลทุกคน ซึ่งนี่คือแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากชนะในเกมนี้ ผมคงหลอกตัวเองหากจะบอกว่าเกมนี้เป็นเพียงเกมๆ หนึ่งที่มี 3 คะแนนเหมือนกับทุกเกม เพราะการเจอเมืองทองเป็นเกมที่สำคัญ เป็นเกมที่เราอยากเอาชนะ และต้องการชนะ เราจะทำทุกวิถีทางในการเตรียมทีมเพื่อเก็บ 3 แต้มให้ได้” ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ กล่าว
ในส่วนของตัวผู้เล่นเกมนี้ “ปราสาทสายฟ้า” ภายใต้การคุมทัพของ รันโก โปโปวิช เฮดโค้ชชาวเซิร์บ จะขาด สุภโชค สารชาติ แนวรุกดาวรุ่งเจ้าของสถิติทำแฮตทริกอายุน้อยที่สุดในไทยลีก พร้อมรั้งตำแหน่งผู้นำดาวซัลโวร่วมในขณะนี้ที่ 5 ประตู แต่แข้งรายอื่นสมบูรณ์พร้อมทุกตำแหน่ง นำโดยคู่ศูนย์หน้าแซมบ้า แจ็คสัน โคเอลโญ ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตู กับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต (3 ประตู) นอกจากนี้ยังได้ โรเจอริโอ คูตินโญ เพลย์เมกเกอร์บราซิเลียน ที่หายเจ็บพร้อมลงสนามด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม “พ่อบ้านเซาะกราว” ยอมรับว่าแม้ทีมจะมีสถิติออกสตาร์ท 6 นัดแรกได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรจากผลงาน 14 คะแนน แต่ยังไม่พอใจในผลงาน เนื่องจากยังมีจุดที่ต้องปรับอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะเรื่องการเสียประตู ที่โดนถลุงไปแล้ว 4 ลูก แม้จะยิงได้ถึง 15 ประตูก็ตาม ซึ่งผิดกับ “กิเลนผยอง” ที่ฟอร์มยอดเยี่ยม
“เมืองทองปีที่แล้วกับปีนี้อาจมีความแตกต่างกันบ้าง ต้องยอมรับและชื่นชมสตาฟฟ์โค้ชที่รักษาสมดุลทีมได้ดี เราติดตามดูพวกเขาว่าการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลอะไรบ้าง เมืองทองยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งเหมือนเดิม ทีมที่ชนะรวดมา 6 เกม ไม่เสียประตูเลย ย่อมต้องเป็นทีมที่คุณภาพสูงพอสมควร พวกเขาทำผลงานได้ดีในระดับประเทศ และระดับแชมเปี้ยนส์ลีก“ บิ๊กจ้ำ ทิ้งท้าย
ด้าน เอสซีจี เมืองทองฯ ผลงานสุดร้อนแรง กำชัยมา 15 เกมติดต่อกันตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่แล้ว ปัจจุบันรั้งจ่าฝูงของตาราง มี 18 คะแนนเต็ม และยิงได้ 14 ประตู โดยไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว ซึ่ง “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ช ตั้งเป้า 3 คะแนนเหมือนทุกนัด
“หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเกมบิ๊กแมตช์ แต่ส่วนตัวทุกนัดที่ผมทำทีมเมืองทองก็มีความสำคัญเท่าๆ กัน มี 3 คะแนนให้เก็บเหมือนๆ กัน ผมให้ความสำคัญกับนัดนี้เหมือนทุกเกม การแพ้หรือชนะบุรีรัมย์นัดนี้คงไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครจะเป็นแชมป์ ยังเร็วเกินไป ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งแพ้ ชนะ หรือเสมอ แต่เป้าหมายที่ผมทำทีมคือต้องการ 3 แต้มทุกนัดอยู่แล้ว” โค้ชแบน กล่าว
กุนซือวัย 45 ปี ยืนยันว่าจะไม่นำเรื่องการล้าของแข้งช้างศึกทั้ง 10 คนที่เดินทางไปรับใช้ชาติมาเป็นข้ออ้าง
“สภาพทีมตอนนี้ยังคงต้องรอเช็กกันจนนาทีสุดท้ายว่าแต่ละคนพร้อมแค่ไหน สภาพจิตใจเป็นอย่างไร แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง เมืองทองเล่นด้วยระบบและวิธีการเล่นอยู่แล้ว เด็กมีความเข้าใจตรงนี้อยู่พอสมควร เราคงปรับแต่งตามคู่ต่อสู้ที่เจอ ส่วนผู้เล่นที่เหลือก็พร้อมลงสนามทุกราย การไปเยือนบุรีรัมย์เราจะพยายามอย่างเต็มที่” ธชตวัน กล่าว
ขณะที่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านมือ 1 ของทีม มีลุ้นที่จะขยับสถิติการไม่เสียประตูติดต่อกันมากที่สุดตลอดกาลขึ้นมาอยู่อันดับ 2 หากสามารถรักษาคลีนชีตในเกมนัดนี้ได้ โดยตอนนี้ “เจ้าตอง” รั้งอันดับ 6 ผลงาน 541 นาที โดยอันดับที่ 1 เป็นของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน จากบุรีรัมย์ 815 นาที ที่ทำไว้เมื่อปี 2014
ส่วนสถิติที่พบกันทั้งหมด 23 ครั้ง “ปราสาทสายฟ้า” ยังเหนือกว่า ชนะ 11 เสมอ 9 แพ้ 3
ความน่าจะเป็น : บุรีรัมย์สมบูรณ์พร้อมมากกว่าในเรื่องตัวผู้เล่นและยังมีแรงจูงใจ มีโอกาสชำระแค้นได้สำเร็จ







