
ซิโก้ลงหลังช้าง?
การขึ้นหลังเสือยังไม่ยากเท่าลงหลังเสือ คงไม่ต่างจาก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย
โดย...ชมณัฐ
การขึ้นหลังเสือยังไม่ยากเท่าลงหลังเสือ คงไม่ต่างจาก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ในเวลานี้ว่าจะลงจากหลัง “ช้างศึก” ที่กุมบังเหียนอยู่อย่างไรให้สง่างาม
อนาคตของกุนซือวัย 43 ปี มีแนวโน้มสูงที่จะไม่ได้ทำทีมต่อหลังจากที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศกร้าวว่า ทีมชาติไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากรับไม่ได้กับผลงานที่ยังไม่พบกับชัยชนะเลยใน 7 นัดของศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย
“เรามีเพียง 1 แต้ม และยังคงเหลือเกมการแข่งขันอีกเพียง 3 เกม นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะบอกได้ว่าทีมชาติไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ผมต้องการเห็นทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไปอยู่อันดับต้นๆ ของเอเชีย คำถามที่ว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าหัวใจคนไทยคิดอย่างไร คิดเหมือนผมไหม
ถ้าบอกว่าอยู่กันไปแบบนี้ไม่เป็นไร เป็นแชมป์ซูซูกิ คัพ เป็นแชมป์ซีเกมส์ ไประดับเอเชียก็แพ้ที 0-4 หรือ 0-3 ก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับผม ผมอาย ผมทนไม่ได้ ผมรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้ ถ้าให้ผมงอมืองอเท้าอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้แล้วปล่อยให้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 3 ปีในช่วงที่ผมทำหน้าที่ ผมลาออกดีกว่า ถ้าเป็นแล้วทำดีไม่ได้ก็อย่าเป็น ให้คนอื่นเขาเป็น” บิ๊กอ๊อด กล่าว
ทว่า หากการแยกทางครั้งนี้เกิดขึ้นจริง คำถามอยู่ที่ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายเอ่ยปาก ซึ่ง “ซิโก้” ยืนยันว่าตัวเองยังคงเดินหน้าเตรียมทีมต่อในอีก 3 นัดที่เหลือ และหากจะโละโค้ชหรือโละทั้งทีมก็ขึ้นอยู่กับนายกสมาคม
ขณะที่ทางฝั่ง “บิ๊กอ๊อด” ก็ยังไม่ประกาศชัดเจนว่าจะปลดหรือไม่ โดยเผยเพียงว่าถึงเวลาที่ต้องมีคนเสียสละและพิจารณาตัวเอง ซึ่งสาเหตุที่หลายฝ่ายคาดการณ์มองว่าอาจมาจากค่าชดเชยก้อนโตที่ต้องมอบให้ เพราะเพิ่งขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา
“ถ้าหากเราต้องการที่จะเห็นทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปยืนในระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย และไปถึงฝันคือฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลายคนคงต้องรีบพิจารณาตัวเอง เลิกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง หันกลับมามองประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก เวลานี้อาจถึงเวลาที่เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า มาถึงจุดที่ต้องร่วมกันเสียสละ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย เพื่อความฝันของคนไทยทั้งชาติจะได้เป็นจริงเสียที เพราะทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทั้งชาติ” นายใหญ่ลูกหนังไทย ระบุ
ขณะที่ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค ยังมองว่าควรให้ “ซิโก้” คุมทีมจนจบทัวร์นาเมนต์ก่อนมีการเปลี่ยนแปลง
“มันต้องถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ผมยังอยากให้ซิโก้คุมทีมจนจบคัดฟุตบอลโลก ไม่อยากให้เหมือนสมัยก่อนที่โค้ชผลงานไม่ดีแล้วลาออก 2-3 นัดสุดท้ายจนขาดความต่อเนื่อง เพราะน่าจะเห็นอะไรที่พัฒนามากขึ้นได้ โดยเฉพาะกับตัวนักบอล ส่วนโค้ชใหม่นั้นผมยังอยากให้เป็นคนไทย แต่ต้องเป็นโค้ชที่พร้อมนำข้อมูลจากที่ฝ่ายเทคนิควิเคราะห์มาไปใช้ฝึกซ้อมนักบอลได้”
จากนี้ขึ้นอยู่กับตัว “ซิโก้” เองว่าจะเลือกลงหลังช้างเชือกนี้อย่างไร ตัดสินใจบอกลาตอนนี้เพื่อรักษาภาพฮีโร่ผู้กอบกู้ฟุตบอลไทยขึ้นจากก้นเหวจนกลับมาอยู่จุดเดิมอีกครั้ง หรือลองเสี่ยงกับกระแสคัดค้านในอีก 3 นัดที่เหลือหากผลงานยังไม่เป็นใจ







