
ข่มขืนที่มิขมขื่น
หนังในสายเฟมินิสม์ที่ออกแบบอย่างลงตัวและรัดกุม คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globes)
โดย...เพรงเทพ
หนังในสายเฟมินิสม์ที่ออกแบบอย่างลงตัวและรัดกุม คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globes) สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film) และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) อิซาเบล อูแปต์
นอกจากหลายเวทีที่กวาดรางวัลมา อิซาเบล อูแปต์ ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปี 2017 อีกด้วย แม้พลาดรางวัลก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่เธอแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมและลุ่มลึก เปรียบเสมือนการโซโล่เดี่ยวการแสดงในหนังที่ตีแผ่อารมณ์ของผู้หญิงในวัยกลางคนที่เผชิญกับรสชาติชีวิตครอบครัว และสังคมเมืองที่ซับซ้อนซ่อนทับได้อย่างกร้าวแกร่ง
แน่นอน เธอรับบทมิเชล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมด หรือเป็นนางพญาในหมู่ผู้ชายที่รายรอบตัวเธอ ซึ่งประเด็นนี้ค่อนข้างลึกซึ้งทีเดียว มีเส้นเรื่องเป็นแนวเขย่าขวัญและสางปมชีวิตของผู้หญิงที่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องเพศสัมพันธ์ที่เธอจัดวางตัวเองให้เป็นนายเหนือผู้ชายที่เข้ามาทุกคน ไม่เว้นแต่ผู้ร้ายที่ข่มขืนเธอ และจัดการทุกคนอย่างเจ็บแสบ
ว่าไปแล้ว เธอถือเป็นผู้หญิงแกร่งที่ร้ายกาจอย่างลึกล้ำอย่างมาก กับครอบครัวเธอไม่เคยให้อภัยพ่อของเธอที่เป็นฆาตกรโรคจิตและเธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์นั้นตอนอายุ 10 ขวบ เขาติดคุกมายาวนานและได้เจอเธอตอนไม่มีลมหายใจแล้ว
แม่ที่หลงเพริศในการศัลยกรรมและรสสวาทของผู้ชายหลากหน้า เมื่อแม่ของเธอประกาศหมั้นและแต่งงานกับคู่รักหนุ่มนักเกาะ เธอก็จัดการแม่ของเธอด้วยวิธีข่มเหงจิตใจจนลาจากไปไม่สมหวังในเป้าหมายชีวิต
สามีที่หย่าร้าง เธอก็เอาเขาอยู่มือ ทั้งเป็นคนบงการและควบคุมในเรื่องชีวิตคู่และอาชีพนักเขียนของเขา โดยอ้างในฐานะเพื่อนที่ต้องสยบยอมโดยดุษณี
สุดท้ายคือลูกชายที่ต้องยอมเธอในท้ายที่สุด และให้เธอบงการชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ในระหว่างทางของการเล่าเรื่องที่ดัดแปลงมาเป็นบทหนังจากนวนิยาย “Oh…” ของฟิลิปป์ จิอาน นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศส ชีวิตเซ็กซ์ที่โลดโผนของเธอ ทั้งการโดนข่มขืนจากไอ้โม่ง การเป็นชู้กับสามีเพื่อนสนิทในที่ทำงาน เธอให้ความต้องการทางเพศนำทางไปโดยไม่มีเครื่องหมายศีลธรรมจรรยากำกับ
การตามหาผู้ข่มขืนของเธอ จนรู้ว่าเป็นนักข่มขืนที่มีรสนิยมทางเพศแบบซาดิสม์ ทำให้คนดูเขวเหมือนเธอกำลังค้นหารสนิยมทางเพศที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง และก็เดาว่าเธอน่าจะเป็นพวกมาโซคิสม์ที่ลงตัวลงรอยกับผู้ข่มขืน แต่สุดท้ายหนังก็มาหักมุม ทุกคนอยู่ในการควบคุมในเกมที่เธออยากให้เป็น และกำจัดพวกผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและมักมากในเรื่องเพศให้เดินจากไปและลงโทษอย่างสาสม
ประเด็นในที่ทำงานบริษัทเกมคอมพิวเตอร์ที่ตัวเอกเป็นหัวหน้าทีมอยู่ ก็มีเรื่องเหล่านี้ลอยอยู่อบอวล แต่เธอก็ควบคุมไว้อย่างอยู่มือ ผ่านความเกลียดชังและคลั่งไคล้ทางเพศ
ต้องยอมรับในฝีมือของผู้กำกับการแสดงชาวเนเธอร์แลนด์ พอล เวอร์โฮเวน ที่โด่งดังในหนังแนวนี้จากฮอลลีวู้ดจากเรื่อง Basic Instinct (1992) กับ Showgirls (1995) และถือเป็นผู้กำกับเนื้อหอมในยุคทศวรรษที่ 90 ที่ทำหนังแอ็กชั่นไซไฟฟอร์มยักษ์ให้ฮอลลีวู้ด ไม่ว่า RoboCop (1987), Total Recall (1990) Starship Troopers (1997) Hollow Man (2000) ก่อนเดินจากมาเพื่อทำหนังที่ตัวเองชอบและถนัดโดยปราศจากแรงกดดันจากตลาด
ลายเซ็นในหนังที่ดูสนุกผ่านเรื่องเซ็กซ์และมีปมทางจิตวิทยาในสัญชาตญาณดิบทางเพศที่ไม่มีขอบเขต และสามารถอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุข
หากมองกันผิวเผิน หนังเรื่องนี้เน้นนำไปที่เรื่องเพศรสที่ดูผิดแผกจนเกือบวิตถาร แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ หากนำหลักมานุษยวิทยามาจับ ระบบผู้หญิงเป็นใหญ่ (Matriarchy) และจุดยืนของผู้หญิง (Feminist Standpoint) สตรีนิยมสายวัฒนธรรม ด้วยค่านิยมที่เชิดชูคุณสมบัติแห่งความเป็นหญิง ในสังคมร่วมสมัยยังมีอยู่จริงและชัดเจนผ่านหนังเรื่องนี้







