posttoday
วันวสันตวิษุวัต

วันวสันตวิษุวัต

19 มีนาคม 2560

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอดราววันที่ 20-21 มี.ค.ของทุกปี เป็นวันสำคัญทางดาราศาสตร์ เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของโลกบนวงโคจรและตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่สังเกตเห็นได้จากโลก ถือเป็นวันที่ระยะเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืนในทุกตำแหน่งบนพื้นโลก (ยกเว้นที่ขั้วโลก) แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้วันดังกล่าวมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนเล็กน้อยโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในวงโคจรรูปวงรี ขณะเดียวกัน แกนหมุนของโลกซึ่งด้านหนึ่งชี้ไปใกล้ดาวเหนือก็ทำมุมเบนไปจากแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรนี้ประมาณ 23.5 องศา การเอียงของแกนหมุนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้มีฤดูกาลตรงข้ามกัน ช่วงเดือน ธ.ค. เป็นฤดูหนาวของคนในซีกโลกเหนือ แต่เป็นฤดูร้อนของคนในซีกโลกใต้ฤดูหนาวที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย ดวงอาทิตย์มีตำแหน่งค่อนไปทางทิศใต้มากกว่าฤดูอื่นๆ ระยะเวลากลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้าด้วยระยะเวลาสั้นกว่า 12 ชั่วโมง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากขั้วโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์ ขั้วโลกใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์ ซีกโลกเหนือจึงเป็นฤดูหนาว ขณะที่ซีกโลกใต้เป็นฤดูร้อน นอกจากนี้ ตำแหน่งดวงอาทิตย์

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด

ราววันที่ 20-21 มี.ค.ของทุกปี เป็นวันสำคัญทางดาราศาสตร์ เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของโลกบนวงโคจรและตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่สังเกตเห็นได้จากโลก ถือเป็นวันที่ระยะเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืนในทุกตำแหน่งบนพื้นโลก (ยกเว้นที่ขั้วโลก) แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้วันดังกล่าวมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนเล็กน้อย

โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในวงโคจรรูปวงรี ขณะเดียวกัน แกนหมุนของโลกซึ่งด้านหนึ่งชี้ไปใกล้ดาวเหนือก็ทำมุมเบนไปจากแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรนี้ประมาณ 23.5 องศา การเอียงของแกนหมุนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้มีฤดูกาลตรงข้ามกัน ช่วงเดือน ธ.ค. เป็นฤดูหนาวของคนในซีกโลกเหนือ แต่เป็นฤดูร้อนของคนในซีกโลกใต้

ฤดูหนาวที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย ดวงอาทิตย์มีตำแหน่งค่อนไปทางทิศใต้มากกว่าฤดูอื่นๆ ระยะเวลากลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้าด้วยระยะเวลาสั้นกว่า 12 ชั่วโมง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากขั้วโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์ ขั้วโลกใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์ ซีกโลกเหนือจึงเป็นฤดูหนาว ขณะที่ซีกโลกใต้เป็นฤดูร้อน นอกจากนี้ ตำแหน่งดวงอาทิตย์ขึ้นก็ไม่ตรงกับทิศตะวันออกพอดี แต่เบนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตำแหน่งดวงอาทิตย์ตกก็ไม่ตรงกับทิศตะวันตกพอดี แต่เบนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

หลังจากปลายเดือน ธ.ค. โลกเคลื่อนที่ไปจนขั้วโลกเหนือเริ่มเบนกลับเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ตำแหน่งดวงอาทิตย์ขึ้นและตกบนท้องฟ้าประเทศไทยจึงค่อยๆ ขยับไปจากเดิม โดยตำแหน่งดวงอาทิตย์ขึ้นขยับไปทางซ้าย และตำแหน่งดวงอาทิตย์ตกขยับไปทางขวา วันที่ 20 มี.ค. 2560 ตำแหน่งดวงอาทิตย์ขึ้นจะตรงกับทิศตะวันออก และตำแหน่งดวงอาทิตย์ตกจะตรงกับทิศตะวันตก ซึ่งทำมุมตั้งฉากกับทิศเหนือหรือทิศใต้พอดี ซึ่งควรจะทำให้ระยะเวลากลางวันกับกลางคืนยาวนานเท่ากัน

เราเรียกวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกตรงทิศตะวันออกและตะวันตกครั้งแรกของปีนี้ว่า “วสันตวิษุวัต” มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต โดย วสันต- แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ และวิษุวัต แปลว่า จุดราตรีเสมอภาค (Equinox) ความหมายโดยรวมคือวันที่กลางวันเท่ากับกลางคืนในฤดูใบไม้ผลิ แสดงว่ายังมีวันที่กลางวันเท่ากับกลางคืนอีกวันหนึ่งในรอบปี วันนั้นเรียกว่า “ศารทวิษุวัต” โดย ศารท แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง (ในคำว่า ศารทวิษุวัต พจนานุกรมให้อ่านว่า สา-ระ-ทะ-) ความหมายคือวันที่กลางวันเท่ากับกลางคืนในฤดูใบไม้ร่วง เกิดในราววันที่ 22-23 ก.ย. ของทุกปี

ทั้งวสันตวิษุวัตและศารทวิษุวัตมีประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่กลางวันเท่ากับกลางคืน แต่ในความเป็นจริง โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม แสงอาทิตย์หักเหผ่านบรรยากาศโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และตกช้ากว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ ดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่จนปรากฏดวงกลมสว่าง ไม่เป็นจุด เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตกวัดจากขอบด้านบนสุดของดวงอาทิตย์ที่ปรากฏบนท้องฟ้า ปัจจัยทั้งสองทำให้ในวันวิษุวัตทั้งสองครั้งมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนเล็กน้อย

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสังเกตได้จากผลการคำนวณเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น-ตกในที่ต่างๆ ของโลก เช่น วสันตวิษุวัตในวันที่ 20 มี.ค. 2560 กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.22 น. ตกเวลา 18.29 น. โตเกียวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.45 น. ตกเวลา 17.52 น. ซิดนีย์ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.58 น. ตกเวลา 19.07 น.

ศารทวิษุวัตในวันที่ 23 ก.ย. 2560 กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.07 น. ตกเวลา 18.14 น. โตเกียวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.29 น. ตกเวลา 17.37 น. ซิดนีย์ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.44 น. ตกเวลา 17.52 น.

หลังจากวันวสันตวิษุวัต ตำแหน่งดวงอาทิตย์ขึ้นจะยังคงขยับไปทางซ้ายมากขึ้นทุกวัน ตำแหน่งดวงอาทิตย์ตกก็ขยับไปทางขวามากขึ้นเช่นกัน ไปสิ้นสุดในปลายเดือน มิ.ย. เมื่อขั้วโลกเหนือเบนเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด จากนั้นตำแหน่งขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าจึงค่อยๆ ถอยกลับมา ผ่านจุดทิศตะวันออกและตะวันตกอีกครั้งในวันศารทวิษุวัต

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (19-26 มี.ค.)

เวลาหัวค่ำยังคงมีดาวอังคารอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตกในกลุ่มดาวแกะ ดาวศุกร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนสังเกตได้ยาก ขณะที่ดาวพุธทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากขึ้น จึงเริ่มปรากฏใกล้ขอบฟ้าในกลุ่มดาวปลา

เมื่อท้องฟ้ามืดลงพอสมควรแล้ว ดาวอังคารจะอยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเป็นมุมราว 30 องศา ตกลับขอบฟ้าประมาณ 3 ทุ่ม ดาวพุธอยู่ในทิศเดียวกับดาวอังคาร สว่างมากกว่าดาวอังคาร แต่อยู่ใกล้ขอบฟ้า มีเวลาสังเกตได้ไม่นานหลังดวงอาทิตย์ตกดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ใกล้ดาวรวงข้าว ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ เริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปถึงจุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ในเวลาตี 1 ครึ่ง ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงไปอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก ค่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่มุมเงย 10 องศา ตั้งแต่เวลาประมาณตี 1 สัปดาห์นี้เป็นข้างแรม เห็นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดของทุกวัน วันที่ 20 และ 21 มี.ค. จะเห็นดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ โดยผ่านใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะห่าง 7 องศาสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งโคจรรอบโลกที่ความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร ปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมีลักษณะเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า สัปดาห์นี้มีโอกาสสังเกตได้หลายครั้ง ที่น่าสนใจมีดังนี้ค่ำวันศุกร์ที่ 24 มี.ค. 2560 ผู้สังเกตในกรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงมองเห็นสถานีอวกาศเริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.57 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ถึงจุดสูงสุดที่มุมเงย 34 องศา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 20.00 น. ก่อนหายลับไปเมื่อเข้าสู่เงามืดของโลกในอีก 1 นาทีถัดมา
เช้ามืดวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. ขณะท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว สถานีอวกาศเริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.49 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น เกือบผ่านเหนือศีรษะในเวลา 05.52 น. แล้วเคลื่อนต่ำลงไปสิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.55 น.ค่ำวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. สถานีอวกาศเริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.05 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น เกือบผ่านเหนือศีรษะในเวลา 19.08 น. แล้วเคลื่อนต่ำลงไปสิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 19.11 น.เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. สถานีอวกาศเริ่มปรากฏเวลา 04.57 น. ขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศเหนือที่มุมเงย 12 องศา จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ถึงจุดสูงสุดที่มุมเงย 27 องศา ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 04.59 น. แล้วเคลื่อนต่ำลงไปสิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.02 น. (เวลาอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท