posttoday
กรุงเทพฯที่เปลี่ยนไป

กรุงเทพฯที่เปลี่ยนไป

04 มีนาคม 2560

กรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10-20 ปีหลัง อะไรๆ ในกรุงเทพฯ ก็เปลี่ยนไปอย่างเร็วมาก

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

กรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10-20 ปีหลัง อะไรๆ ในกรุงเทพฯ ก็เปลี่ยนไปอย่างเร็วมาก โดยมีตัวแปรสำคัญคือ การเกิดขึ้นของรถไฟฟ้า 2 สาย สายแรก คือรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2542 ไปๆ มาๆ ก็เกือบ 20 ปี เข้าให้แล้ว ส่วนสายที่ 2 คือ เอ็มอาร์ที ที่เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 2547 ถึงปีนี้ก็ 13 ปีโดยประมาณ

หลังจากรถไฟฟ้าทั้งสองสายเปิดให้บริการ กรุงเทพฯ ก็เริ่มค่อยๆ เปลี่ยนโฉม เกิดอาคารบ้านช่องที่เรียกว่า คอนโดมิเนียม ตามแนวรถไฟฟ้า โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่โดยรอบสถานีต่างๆ ของรถไฟฟ้า ก็จะมีทั้งคอนโด ออฟฟิศ โรงแรม ศูนย์การค้าต่างๆ เข้าไปแทนที่สิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือนแบบเก่าๆ ภาพของกรุงเทพฯ เมื่อวันวานกับกรุงเทพฯ วันนี้จึงไม่เหมือนเดิม

อย่างล่าสุด โรงแรมดุสิตธานีที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2513 และในยุคหนึ่งโรงแรมดุสิตธานีคือตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย และอยู่ในทำเลเศรษฐกิจอย่างสีลมตัดกับถนนพระราม 4 กำลังจะเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่ามิกซ์ยูส (Mixed-Use) มีทั้งโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว คอนโดมิเนียม ออฟฟิศ และช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ มูลค่าสูงถึง 3.6 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยอิทธิพลของรถไฟฟ้า 2 สายมาตัดกันในบริเวณนั้น เพิ่มศักยภาพของที่ดินให้สูงขึ้นจนอยู่เฉยไม่ได้ เลยต้องพัฒนาใหม่ให้ใช้พื้นที่ได้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น โครงการประเภทมิกซ์ยูสจึงเกิดขึ้นมาแทนที่ตึกเก่าของดุสิตธานีในอีกไม่ช้าไม่นานนี้

พูดกันถึงเรื่องมิกซ์ยูส ซึ่งเป็นเทรนด์การพัฒนาเมืองที่จะเกิดขึ้นอีกมากในอนาคตอันใกล้ตามเส้นทางรถไฟฟ้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกหลายสายรวมๆ แล้วน่าจะ 10 สายเห็นจะได้ และเราจะมีสถานีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นกระจายไปทั่ว กทม. และปริมณฑลไม่น้อยกว่า 250 สถานี โครงการมิกซ์ยูสหรือการพัฒนาแบบผสมผสานจะเกิดขึ้นรอบๆ สถานีรถไฟฟ้าต่างๆ

ว่ากันว่า ในช่วง 3 ปีนี้จะมีโครงการมิกซ์ยูสเกิดใหม่ในหลายทำเลไม่น้อยกว่า 9 โครงการ มูลค่ารวมกันกว่า 3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่จะรวมเป็นเนื้อเมืองเดียวกัน

ข้อมูลจากบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่อย่าง สิงห์ เอสเตท ระบุว่า ปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงการแบบมิกซ์ยูสมากยิ่งขึ้น ในบางประเทศโครงการมิกซ์ยูสจะถูกนำไปรวมกับการวางแผนสร้างเมืองใหม่ ซึ่งจากสถิติเวิลด์แบงก์ ในปี 2030 จะมีเมืองระดับ Mega City ที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน มากกว่า 50 เมือง และคน 2 ใน 3 จะอยู่อาศัยในเขตเมือง

ในแต่ละเมืองจะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่สีเขียวและการออกแบบภูมิทัศน์ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกับชุมชนเดิมอย่างกลมกลืน ความเป็น Smart City ที่มี High Technology ขณะที่สิ่งที่ได้ตามมาคือ ความสะดวกสบาย ครบครันด้วยปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิตเมือง การลดลงของอาชญากรรม และนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

ฟังๆ ดูก็เหมือนกับเมืองในฝัน แต่มันจะเกิดขึ้นจริงในเร็ววันนี้แน่นอน แต่ก่อนจะถึงวันนั้นเราจะต้องอดทนกับช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญไปก่อน วันนี้สัมผัสได้ที่ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน และอีกหลายพื้นที่ทั่วทั้ง กทม.ในปีนี้และปีหน้าแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท