
กินอย่างไรให้ผอม?
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีภาวะน้ำหนักหรือไขมันส่วนเกินอันเกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการขาดการออกกำลังกายและการรับประทานมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นหลัก เคล็ดลับง่ายๆ ในการควบคุมน้ำหนักก็คือควบคุมปริมาณแคลอรีที่รับเข้าไปในแต่ละวันให้สมดุลกับแคลอรีที่ใช้ออกไป ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วควรรับประทานเท่าไหร่ถึงเหมาะสม นั่นก็คือต้องคำนวณจากค่า BMR (Basal Metabolic Rate) โดยอ้างอิงจาก 5 ปัจจัย ได้แก่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง และวิถีชีวิต เช่น ไม่ออกกำลังกายเลย ออกกำลังกายเล็กน้อย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งคนไทยโดยเฉลี่ยต้องการประมาณ 1,5002,500 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งถ้ารับประทานมากกว่านี้ก็จะสะสมเป็นน้ำหนักส่วนเกิน แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักก็ควรลดปริมาณแคลอรีให้น้อยกว่านี้ แต่ไม่ควรต่ำกว่าความต้องการมากจนเกินไป
แต่การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีส่วนเกิน! การขจัดไขมันส่วนเกินทำได้ด้วยการลดมวลไขมันและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งฟังเหมือนง่ายแต่ต้องมีวินัยและศึกษาวิธีการที่ถูกต้อง เริ่มจากการหลีกเลี่ยงไขมัน น้ำตาล อาหารผัดทอด ฟาสต์ฟู้ดทุกชนิด และคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด หรือเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่มีค่าไกลซีมิกต่ำ เช่น ถั่ว ธัญพืช และข้าวซ้อมมือ นอกจากนั้นยังควรเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายทั้งแบบ Cardio และ Weight Training อย่างสม่ำเสมอ เพราะทั้งสองแบบมีข้อดีที่ต่างกัน
เห็นได้ว่ากว่าจะมีหุ่นสวยปลอดไขมันนั้นไม่ง่ายเลย จึงไม่ต้องแปลกใจหากเห็นคนตัวเล็กแต่ลงพุง หรือคนผอมแต่แขนขาใหญ่ ทำให้มีทางเลือกใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหน้าท้อง ดูดไขมัน และการฉีดสารต่างๆ เช่น เมโสเธอราพี หรือคาร์บ็อกซี หรือปัจจุบันก็มีการผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น
“UltraFirm” ที่ใช้ทั้งคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ร่วมกับ Soft Laser และ Power Pressure Point ทำให้ได้ผลน่าชื่นใจในเวลาไม่นานเกินรอ แม้ไม่รวดเร็วเท่าการทำศัลยกรรม แต่วิธีนี้จัดว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่เกิดอาการฟกช้ำ และลดขั้นตอนการพักฟื้น หลังทำจึงใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติขั้นตอนแรก ทำงานด้วยคลื่นวิทยุที่ส่งมวลความร้อน 70100 องศาเซลเซียส ผ่านชั้นไขมันไปยัง Fat Cell เพื่อสลายไขมันแข็งให้เป็นของเหลว ขณะทำอาจรู้สึกอุ่นที่ผิวเล็กน้อย ต่อมา Soft Laser สลายไขมันอีกขั้นพร้อมเปิด Membrane ให้ไขมันถูกขับออกได้ง่ายขึ้น สุดท้าย Power Pressure Point จะดูดผิวหนังชั้นบนให้ยกขึ้น ทำให้เกิดช่องว่างใต้ชั้นผิว คลื่นวิทยุ และ Soft Laser จึงทำงานได้ในบริเวณกว้างและทั่วถึงยิ่งขึ้น! วิธีนี้เหมาะกับผู้มีปัญหาไขมันเฉพาะจุดในระดับปานกลาง และควรรักษาต่อเนื่อง 45 ครั้งขึ้นไป ร่วมกับการควบคุมอาหารก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักตัวหรือมีไขมันสะสมมากเป็นพิเศษควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจ







