
อยู่เย็นเห็นความสุข
ในวันที่เราออกจากคอนโดมิเนียม ไปทำงาน แล้วเจอปัญหานี่นั่นอันเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน
โดย...อารยชล
ในวันที่เราออกจากคอนโดมิเนียม ไปทำงาน แล้วเจอปัญหานี่นั่นอันเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน แต่เมื่อกลับมาห้องก็ไม่ควรหอบทุกข์หอบปัญหามาด้วย คือไม่หมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องนั้นๆ เพราะรังแต่ทำให้ทุกข์ขึ้นไปอีก จงรู้จักวางปัญหาลงแล้วไปหาอะไรทำเพื่อการผ่อนคลาย เมื่อนั้นอาจทำให้เรามองเห็นทางแก้หรือทางออกของปัญหาได้โดยที่ไม่ต้องเสียแรงคิด ลองคิดดูมีอะไรบ้างที่สามารถทำได้ในห้องของเรา
ต้นไม้สีเขียวให้ความสดชื่นได้ ระหว่างเดินทางกลับบ้านถ้าผ่านร้านขายต้นไม้ ลงแวะซื้อต้นไม้สักต้นสองต้นที่ชอบหรือเหมาะกับการปลูกในคอนโด อาจเลือกต้นกุหลาบหนูก็ได้ ไม้พุ่มเล็กสูง 20-50 ซม. เหมาะกับการปลูกที่ระเบียงคอนโดที่มีแสงแดดส่องถึง อาจไม่ต้องมีแแดดทั้งวันแค่วันละ 2-3 ชม. ก็เพียงพอแล้ว ดูแลง่าย รดน้ำวันละครั้ง ดูแลดีๆ หมั่นตัดแต่งกิ่งออกดอกทุกสัปดาห์
หากต้องการไม้มงคล "กวักมรกต" ก็น่าปลูก ใบสีเขียวมันวาว บางใบสีดำด่าง ชอบแสงรำไร ไม่ชอบน้ำขัง รดน้ำวันเว้นวันพอ ทนทานต่อโรคสูง แถมยังเสริมโชคลาภด้วย หากมีต้นไม้ที่ปลูกอยู่แล้วก็ออกมาระเบียงนั่งรับลมชิลๆ รดน้ำต้นไม้ อ่านหนังสือ ชมบรรยากาศนอกคอนโด วิวตึกรามบ้านช่อง หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปวิวสวยๆ ในยามพระอาทิตย์อัสดง หรือค่ำคืนสวยๆ ช่วยให้ผ่อนคลายจิตใจและความเมื่อยล้าของร่างกายได้
หันไปดูที่นอนต้องน่านอน อย่าปล่อยให้ที่นอนรกสกปรก กลับมาห้องแล้วอย่าลืมจัดการทำความสะอาด เก็บของให้เรียบร้อย ทำที่นอนให้เป็นสัปปายะ ในวันเครียดๆ อย่างนี้หาเทียนหอม หรือหากลิ่นอโรมาหอมๆ กลิ่นธรรมชาติที่ชื่นชอบมาวางตามมุมต่างๆ หากหลับยากก็หากลิ่นลาเวนเดอร์วางข้างหัวเตียงช่วยให้หลับสบาย ตื่นเช้าจิตใจปลอดโปร่งสดชื่น
ทว่า สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้ดีคือการนั่งสมาธิ คอนโดจัดว่าเป็นที่สัปปายะเหมาะกับการนั่งสมาธิไม่แพ้ที่สงบใดๆ เพราะไม่มีคนพลุกพล่าน ทำเวลาไหนก็ได้ที่เรารู้สึกว่าเหมาะ ถ้าไม่เคยลองทำดู พยายามทำให้ได้ทุกวันจะชินไปเอง เริ่มต้นวันแรกอาจนั่งสัก 5 นาที ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ทุกวันต่อไปเมื่อทำได้ดีจะนั่งได้นาน
การทำสมาธิแบบง่ายและนิยมปฏิบัติกันคือการใช้หลักอานาปานัสสติ เป็นการนั่งโดยการเอาสติไปกำหนดที่ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้าก็รู้ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกก็รู้ว่าหายใจออก หายใจเข้ายาว หายใจออกยาว แต่พยายามปล่อยลมหายใจเข้าและออกไปตามธรรมชาติอย่าบังคับลมหายใจ เมื่อใดที่เราอยู่กับลมหายใจเข้าและหายใจออก ไม่ปล่อยให้จิตคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เมื่อนั้นใจก็มีสมาธิ ถ้าขณะนั่งจิตฟุ้งซ่านคิดเรื่องอื่นจนลืมกำหนดลมหายใจต้องพยายามดึงจิตกลับมาให้อยู่ที่ลมหายใจให้ได้เดี๋ยวจิตเตลิด
การนั่งสมาธิมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยให้จิตใจผ่องใส มองโลกรอบตัวในแง่ดีมากขึ้น ช่วยให้อารมณ์เบิกบานและส่งผลต่อสุขภาพที่ดีตามมา นอกจากนี้เมื่อจิตใจนิ่งมากๆ สารแห่งความสุขจะหลั่งออกมาจนแผ่ซ่านไปทั่วกายช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี ที่สำคัญยังลดอารมณ์โกรธหรือโมโหร้ายได้ เนื่องจากการนั่งสมาธิจิตของเราจะอยู่กับลมหายใจตลอด ทำให้รู้ทุกการเคลื่อนไหว ทุกสิ่งที่คิดพูดและทำจะมาพร้อมสติเสมอ
ดังนั้น เมื่อไรที่เราเริ่มโกรธใคร จิตของเราที่ผ่านการทำสมาธิมาดีแล้ว จะคอยเตือนตัวมันเอง ทำให้เราดึงอารมณ์กลับมาอยู่กับลมหายใจ ถ้าทำได้เช่นนี้ย่อมเปลี่ยนจากคนอารมณ์ร้ายมาเป็นคนใจเย็นลงได้ นอกจากนี้ การนั่งสมาธิยังช่วยให้ความจำดีและสมองทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพให้สง่างาม เช่น ไม่รีบร้อนหรือแสดงท่าทีแบบคนหุนหันพลันแล่น ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีความสุข
ทั้งหมดที่กล่าวมา เราทุกคนมีอิสระที่จะทำได้ในห้องของเรา ถ้าเราทำได้สิ่งที่จะได้กลับมาคือจิตใจที่รู้สึกผ่อนคลาย กายที่สลัดความเมื่อยล้าออกไปได้ ความสุขก็พร้อมที่จะเกิดขึ้นกับเรา







