posttoday
จับตาทูตอเมริกัน

จับตาทูตอเมริกัน

16 กุมภาพันธ์ 2560

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดย...ภุมรัตน  ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดยทั่วไปผู้เขียนจะไม่พยายามแตะต้องทูตต่างประเทศเพราะถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศนั้นมาเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับไทย ยกเว้นทนไม่ไหวจริงๆ โดยเฉพาะทูตที่จาบจ้วงล่วงละเมิด ดูถูกดูหมิ่น สถาบันสูงสุดของประเทศ  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2560 กลิน เดวีส์ เอกอัคราชทูตอเมริกัน เดินทางไป จ.มหาสารคาม พบกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน  อุตสาหกรรมข้าว และภาคการศึกษา จากนั้นได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยมหาสารคามซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยอ้างว่าเพื่อเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ณ ศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมอเมริกัน มหาสารคาม พบกับศิษย์เก่าโครงการแลกเปลี่ยนและประสบการณ์ที่เคยไปดูงานที่อเมริกา

การเดินทางไปต่างจังหวัดของคณะทูตในปัจจุบัน แม้ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศก่อนแต่ถ้ามีการพบปะกับข้าราชการในพื้นที่ โดยมรรยาทก็ควรแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง รวมทั้งความปลอดภัยของคณะทูตด้วย เพราะหากเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งอุบัติเหตุ รัฐบาลไทยซึ่งเป็นเจ้าบ้านก็ต้องรับผิดชอบ เราไม่ทราบว่าในการเดินทางครั้งนี้ของท่านทูตอเมริกันซึ่งไปพบปะสนทนากับข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ ได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบหรือไม่อย่างไร อีกทั้งการเสนอความช่วยเหลือในการพัฒนาท้องถิ่น ก็น่าจะทำผ่านรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ดีการเดินทางครั้งนี้สถานทูตไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด เพราะเว็บไซต์กับเฟซบุ๊กของสถานทูตได้ลงข่าวอย่างเปิดเผย

สื่อออนไลน์ “ไทยทรีบูน” ของไทยได้รายงานข่าวการเดินทางของท่านทูตอย่างละเอียด โดยมีคนจำนวนมากเข้าไปอ่านและแสดงความคิดเห็น ร้อยละ 99 วิจารณ์เชิงตำหนิการกระทำของทูตอเมริกันและสถานทูตอเมริกันประจำไทยในลักษณะรู้ทันว่าอเมริกันกำลังทำอะไรอยู่

การเดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัยมหาสารคามของ กลิน เดวีส์ ส่วนหนึ่งน่าจะไปติดตามผลงาน “โครงการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำในหมู่เยาวชนอาเซียน” ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งต้องการสร้างผู้นำที่มีความสามารถโดยเน้นเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม เป็นหลักความจริงก็คือ การ “รีครูท” คนหนุ่มสาวให้เป็นเอเยนต์ในอนาคต เป็นการสร้างผู้นำทางการเมืองที่นิยมอเมริกัน ซึ่งบางคนอาจทำงานรับใช้ผลประโยชน์อเมริกันโดยไม่รู้ตัว ข่าวกล่าวว่า “โครงการประชาธิปไตยใหม่” ที่แกนนำนักศึกษาบางคนเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นผลงานของสถานทูตอเมริกัน  

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2559 ปีเตอร์ เฮมอนด์ อัคราชทูตที่ปรึกษา หรือเบอร์ 2 ของสถานทูตสหรัฐ ก็ได้ไปพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้แทนหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมด้วย เพื่อเสนอตัวพัฒนาให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของอินโดจีน เป็นที่เข้าใจได้ว่า ในทางยุทธศาสตร์ สหรัฐจะใช้ จ.อุดรธานี ขอนแก่นและเป็นแนวต่อต้านอิทธิพลจีนจากเวียดนาม และลาว เพราะรถไฟความเร็วสูงของจีนผ่านลาวจะเข้าไทยในจุดนี้ และใช้เชียงใหม่เป็นแนวต่อต้านอิทธิพลจีนที่เริ่มขยายเข้ามายังเชียงรายและเชียงใหม่ ซึ่งก็คือการใช้คนไทยต่อต้านจีนและโครงการของจีนนั่นเอง

(แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ การที่เจ้าหน้าที่สถานทูตเข้าไปวุ่นวายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจีนโดยตรง อาจเป็นไปได้ที่อเมริกันมีการติดต่ออย่างลับๆ กับกลุ่มก่อการร้ายภาคใต้เพื่อใช้กดดันรัฐบาลไทย เพราะ ซี.ไอ.เอ.เป็นคนสร้างอัลกออิดะห์และไอซิสขึ้นมา ดังนั้นวันดีคืนดีอาจใช้กลุ่มก่อการร้ายในประเทศและกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศก่อเหตุรุนแรงในไทยกดดันไทยก็ได้)

อีกพฤติกรรมหนึ่งที่คนไทยเรียกว่า “ไม่ถูกกาลเทศะ” คือ ในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ประจำปี 2560 ที่สัตหีบ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. เมื่อ พล.ร.อ.แฮร์รี่  บี.แฮร์รีส จูเนียร์ ผบ.กกล.ภาคพื้นแปซิฟิก ที่กล่าวตอนหนึ่งว่า “ส่วนสถานการณ์ในเมืองไทย เชื่อว่าจะพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น และหวังว่าจะเดินกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วตามที่นายกรัฐมนตรีได้วางไว้” แน่นอน เขาตั้งใจที่จะพูด แต่มันถูกกาลเทศะไหม

จบเรื่องสถานทูตอเมริกันไว้แค่นี้ก่อน กลับมาต่อด้านทูตยุโรปอีกนิด ล่าสุดมีข่าวว่า ทูตสวีเดนและทูตฟินแลนด์จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับยูเนสโกและองค์การซิป้า (องค์กรพันธมิตรสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) จัดอภิปรายเรื่อง “เสรีภาพของสื่อในอาเซียน” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นขัดแย้งในไทย ในวันที่ 15 ก.พ. 2560 โดยอ้างว่าเนื่องในโอกาสครบรอบ 250 ปีของการเลิกการเซ็นเซอร์สื่อ ข่าวกล่าวว่า จะมีอดีตปลัดกระทรวงการคลังของสวีเดน และประธานสภาสื่อมวลชนของฟินแลนด์ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายด้วย เราไม่ทราบว่า บังเอิญเพราะท่านทั้งสองมาเที่ยวเมืองไทยพอดี จึงได้รับเชิญ หรือสถานทูต “สั่งตรง” มาจากสตอกโฮล์มและเฮลซิงกิ แต่การประชุมครั้งนี้ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปที่สนใจเข้าฟังได้ 

ท่านทูตสวีเดนคนนี้ไม่ได้เป็นทูตอาชีพ แต่เคยเป็นเอ็นจีโอมาก่อน อย่างไรก็ดีเมื่อมาเป็นทูตก็ต้องเล่นบทของนักการทูตที่มีกฎกติกามรรยาททูตต้องไม่สำคัญผิดไปเล่นบทของเอ็นจีโอ ที่สำคัญท่านควรทำความเข้าใจกับสถานการณ์การเมืองในไทยด้วย โดยเฉพาะการเลือกตั้งซึ่งมีกำหนดเวลาไว้ค่อนข้างชัดเจนอย่างมีเหตุผลที่อธิบายได้ ที่สำคัญประชาชนส่วนใหญ่พอใจกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ว่างๆ ท่านลองให้คนไทยที่เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตัดข่าวผลโพลของสำนักต่างๆ ที่ทำเป็นระยะๆ เพื่อดูว่าประชาชนไทยส่วนใหญ่ต้องการอะไรและทูตไม่ควรทำอะไรที่สวนทางกับความต้องการของคนไทย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวของทูตบางคนจากสหภาพยุโรปกับทูตอเมริกันยังกับรู้กันมาก่อนและแบ่งบทบาทกันเล่นโดยมีผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกัน โดยเฉพาะการต่อต้านอิทธิพลของจีน สหรัฐใช้ไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาเซียนบนแผ่นดินใหญ่เป็นแนวในการต่อต้านอิทธิพลจากจีน ขณะที่สหภาพยุโรปกดดันไทยในประเด็นสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย ประเทศเล็กๆ เช่น ไทย ก็ต้องจัดที่ยืนและรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสมระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง

เราคงไม่ต้องการให้ใครมาปลุกปั่น ปลุกระดม ก่อความวุ่นวายจากทั้งภายในและภายนอกประเทศเราต้องการให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท