posttoday
เตือนภัยหน้าประตู

เตือนภัยหน้าประตู

11 กุมภาพันธ์ 2560

เมื่อเร็วๆ นี้มีการแชร์กระทู้เตือนภัยสำหรับสาวๆ ที่อยู่หอพักหรือคอนโดคนเดียวกันไม่น้อย

โดย...สมแขก

เมื่อเร็วๆ นี้มีการแชร์กระทู้เตือนภัยสำหรับสาวๆ ที่อยู่หอพักหรือคอนโดคนเดียวกันไม่น้อย สาวคนนี้เธอเล่าเหตุการณ์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอเริ่มต้นเล่าว่าเธอมีบ้าน แต่ต้องมาเช่าอพาร์ตเมนต์ย่านหัวหมากอยู่เพราะใกล้ที่ทำงาน เธอเลือกอพาร์ตเมนต์ที่ว่านี้ เพราะใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มาตรฐานโดยรวมดูดี น่าพักอาศัย มีทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนสให้บริการ มีเจ้าหน้าที่ รปภ. 24 ชั่วโมง พร้อมกล้องวงจรปิดติดรอบทั้งภายในและภายนอกหอพัก ทำให้เธอเลือกที่นี่

แต่แล้วในช่วงเวลาประมาณ 21.00-21.30 น. ของคืนหนึ่ง ขณะนั้นเธอกำลังพักอาศัยอยู่ในห้องตามปกติ เธอรู้สึกถึงความผิดปกติด้านนอกห้อง เมื่อได้ยินเสียงกุกกัก เหมือนมีใครมาไขประตูห้อง ซึ่งเป็นโชคดีที่เธอล็อกเอาไว้ หญิงสาวเจ้าของห้องคิดว่ามีคนเข้าผิดห้อง เธอจึงตะโกนออกไปว่า

"คุณมาผิดห้องแล้วค่ะ"

แต่ปรากฏว่าเขายังไม่หยุดไข และพยายามไขแรงขึ้นเพื่อที่จะเข้ามาในห้องให้ได้ ตอนนั้นเธอแก้ปัญหาด้วยการทุบประตูกลับไปอย่างแรง แต่ด้านนอกก็ยังไม่หยุด เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้ง เธอตัดสินใจใช้แรงทั้งหมดทุบประตูกลับไปสุดแรง เพื่อให้เกิดเสียงดังหวังว่าคนทั้งชั้นจะได้ยิน เสียงด้านนอกจึงเงียบไป ระหว่างนั้นเธอมองลอดตาแมวออกไปเพื่อดูว่าเป็นใคร แต่เขาพยายามหลบไปอยู่ในมุมที่ทำให้เห็นไม่ชัด เธอจึงมองไม่เห็นตัวป่วนนั้น

สิ่งที่หญิงสาวคนนี้ทำคือ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลอพาร์ตเมนต์เล่าเหตุการณ์ว่ามีคนพยายามไขประตูห้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นมาปรากฏว่าคนคนนั้นไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว รุ่งเช้าวันต่อมาเธอแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่ามีคนพยายามไขประตูห้องกลางดึก และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะให้รายละเอียด เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเห็นภาพคนมาไขห้องจริง แต่ภาพไม่ชัดและไม่เห็นหน้า

เตือนภัยหน้าประตู

 

สองวันผ่านมาเธอถามความคืบหน้าเรื่องกล้องจากเจ้าหน้าที่ซึ่งแจ้งว่า

"เห็นภาพคนมาไขจริง ดูลักษณะแล้วน่าจะเป็นผู้ชาย แต่กล้องไม่ชัด คาดว่าน่าจะเข้าห้องผิด หรือเมา"

เธอไม่เข้าใจว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน จึงได้แจ้งว่าจะมาดูภาพอีกครั้ง โดยระหว่างนี้เธอกลับมาพักที่บ้านของตนเองก่อน

เย็นวันเดียวกันเธอกลับมาที่อพาร์ตเมนต์อีกครั้งพร้อมเพื่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดกล้องให้ดู แต่เจ้าหน้าที่ให้ข้ออ้างว่า

"ไฟล์เสีย ไม่สามารถเปิดได้"

นาทีนั้นเธอคิดว่าต้องมีความผิดปกติมากกว่าไฟล์เสีย กล้องไม่ชัด ระบุคนร้ายไม่ได้ และสัมผัสได้ถึงการพยายามปกปิดข้อมูลเรื่องกล้อง เธอจึงตัดสินใจย้ายออกภายในสิ้นเดือนนั้นทันที เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะอยู่ต่อ

เธอแจ้งไปว่าขอย้ายออกทันที คำตอบที่เธอได้รับคือต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าหนึ่งเดือนก่อนย้ายออก เธอสวนไปว่าผู้พักอาศัยถูกคุกคาม เป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่เจ้าหน้าที่นอกจากไม่อำนวยความสะดวก และหาตัวผู้ทำผิดให้ ทำให้ผู้พักอาศัยรู้สึกไม่ปลอดภัยและยังไม่อำนวยความสะดวกเรื่องค่าเช่าให้

นับจากวันที่เกิดเหตุเวลาล่วงเลยเป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์ ซึ่งตามจริงแล้วการขอดูภาพไม่ควรจะกินเวลานานขนาดนั้น นอกจากต้องการ “ปกปิดข้อมูล” เจ้าของเรื่องตัดสินใจเข้าแจ้งความ โดยบอกว่าจะขอนำภาพไปเป็นหลักฐาน เธอลงบันทึกประจำวันไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความร่วมมือดีมาก และบอกว่าทางหอพักไม่ควรปิดบังข้อมูล มันเป็น “สิทธิ” ที่ผู้เช่าอาศัยควรได้รับรู้ เนื่องจากเป็นความปลอดภัยในการพักอาศัย จากตอนแรกที่จะแจ้งความเพื่อตามหาคนพยายามไขห้อง ก็แจ้งความหอพักที่ไม่ดูแลผู้อาศัยด้วยเลยทีเดียว

สาวๆ ที่อยู่คนเดียว หลายคนต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เชื่อว่า 80% ของสาวๆ ที่อาศัยอยู่คนเดียว ต้องเคยเจอเหตุการณ์ที่มีคนพยายามบุกรุกห้อง สิ่งสำคัญสำหรับเหตุการณ์แบบนี้คือให้ทุกคนมี “สติ” และดูแลตัวเองดีๆ อย่าไปหวังพึ่งพาความปลอดภัยจากใคร แม้แต่ “ผู้ดูแลหอพัก”

อุทาหรณ์เรื่องนี้ จากเหตุการณ์ข้างต้น เป็นกรณีศึกษาหนึ่งที่พบว่าผู้ดูแลไม่สามารถดูแลได้จริงๆ สิ่งที่ต้องมีในห้องคือ เบอร์โทรฉุกเฉินของตำรวจท้องที่ เบอร์โรงพยาบาล (กรณีเจ็บป่วย) และเบอร์โทรของครอบครัวและบุคคลที่ติดต่อฉุกเฉิน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท