อารีย์ โพธิ์ศรี ชายใจดีจิตอาสา
เมื่อชายคนหนึ่งนึกอยากทำความดี ด้วยการเดินเก็บขยะที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลาผ่านไปเกือบ 3 ปี
โดย...โยโมทาโร่
เมื่อชายคนหนึ่งนึกอยากทำความดี ด้วยการเดินเก็บขยะที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลาผ่านไปเกือบ 3 ปีเขามีแนวร่วมหลายร้อยคนและอาสามารถสมัครติดตามเพจเพื่อร่วมทำกิจกรรมกับเขามากกว่า 4,000 คน เขาคนนี้คือ อารีย์ โพธิ์ศรี ผู้ดูแลโครงการ และประสานงาน กิจกรรม กลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์สิ่งดีงาม ที่เวลานี้กลายเป็นหนึ่งกลุ่มอาสาสมัครที่เต็มใจจะร่วมช่วยเหลือกับทุกกลุ่มกิจกรรมทั่วประเทศ
“ก่อนที่ผมจะเริ่มต้นจากการเก็บขยะที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แรงบันดาลใจตอนนั้นของผมคือไปช่วยงานที่วัดในวันลอยกระทง ลอยกระทงเสร็จก็เห็นขยะจำนวนมากเกลื่อนกลาดบริเวณวัด และพระสงฆ์ท่านกำลังทำความสะอาดเก็บกวาดขยะในวัด ผมก็เลยเข้าไปช่วยเก็บขยะ ตอนนั้นมีเพื่อนๆ เข้าไปช่วยกันอยู่ประมาณ 5-6 คน
“หลังจากจากวันนั้นประมาณ 5-6 โมงเย็น ผมเห็นขยะที่อนุสาวรีย์มีปริมาณมากก็เลยลองเก็บอยู่คนเดียว แรกๆ ก็อายแต่หลังจากนั้นก็ไม่แล้ว เราก็เก็บขยะมาเรื่อยๆ มีเพื่อนๆ คนรู้จักเข้ามาช่วยบ้างก็เลยตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาเฟซบุ๊กใช้ชื่อ ‘อาสาสมัคร อนุรักษ์สิ่งดีงาม’ ตั้งขึ้นมาแรกๆ ไม่มีใครรู้จักมากนักมีเพียงอาสาที่เคยรู้จักกันในงานอื่นๆ
อารีย์ย้อนความหลังว่า แต่ก่อนเขาทำงานกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กๆ เลยรู้สึกผูกพันกับการทำกิจกรรมก็เลยเอาความสามารถในการทำกิจกรรมมาช่วยงานสังคม
“เลิกงานระหว่างรอรถกลับบ้านก็หาอะไรทำเพื่อสังคมไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็ทำเฉพาะในกลุ่มขาประจำ 10 กว่าคนกับขาจร แต่พอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเลยเปิดเป็นโอเพ่นที่สามารถเข้ามาทำเมื่อไหร่ก็ได้ เป็นกิจกรรมการเก็บขยะทุกเดือน วันละ 1-2 ชั่วโมง ตอนแรกมีคนอาสามาเป็นร้อยคน แต่หลังๆ เราขอให้เหลือเพียง 40-50 คน เพราะไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง”
อารีย์ เล่าต่อว่า สำหรับค่ายอาสาถักไม้กวาดถวายวัด (วัดถ้ำดอกบัว จ.เลย) เป็นอีกกิจกรรมประจำกลุ่ม แรกๆ ทำมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ไม่ได้ทำในรูปแบบการสอน มาเริ่มพัฒนาเป็นหลักสูตรเมื่อประมาณปี 2557 กิจกรรมครั้งหนึ่งจะรับได้ประมาณ 30 คน กิจกรรมนี้จัดขึ้นทุกเดือนอยู่ที่ว่าจะไปที่ไหนเท่านั้น
“การทำไม้กวาดด้ามหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ปกติจะจัดที่ วัดถ้ำดอกบัว จ.เลย วัดนี้เป็นวัดที่สงบและพระสงฆ์ท่านทำไม่กวาดใช้เอง และไม้กวาดที่นั่นหายาก จึงอาสาเข้าไปช่วย กิจกรรมเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2 ทุ่มวันศุกร์เดินทางถึงวัดตอนเช้า ให้ทุกคนเขียนแสดงตัวตนลงบนกระดาษพูดคุยลดอัตตาของเราลง ไม่อยากนั้นเราจะทำกิจกรรมอะไรไม่ได้เลย บางคนมีตำแหน่ง บางท่านอายุมากแต่มาทำกิจกรรมทุกคนต้องเหมือนกับหมด เมื่อทุกคนปล่อยวางตัวตนลงได้ถึงจะเริ่มทำกิจกรรมกัน”
หลังจากนั้นก็เริ่มทำไม้กวาด ทำไม้กวาด ขัดไม้ไผ่ให้เงาถักให้แน่นละเอียดและสวยงาม ระหว่างทำผู้ร่วมกิจกรรมอาสาก็จะได้ฝึกสมาธิ ฝึกความอดทนไปในตัว อารีย์ ขยายความว่า
“ต้องทำให้ดีเพราะพระท่านจะทำไปใช้ทำความสะอาด ถ้าทำไม่ดีก็จะกลายเป็นขยะที่ทำให้ขยะอื่นๆ ฟุ้งกระจายไปอีก กิจกรรมนี้เป็นการฝึกตนอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้จักปล่อยวางและพิจารณาตนเอง ตอนที่ผมเก็บขยะอยู่คนเดียว ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ได้คิดว่าจะมามีวันนี้ที่เรามาเป็นอาจารย์สอนทำไม้กวาด คือเราทำแล้วเรามีความสุขแค่นั้น แต่พอถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่เราเปิดให้คนอื่นๆ เข้าร่วม แล้วพบว่ามีคนสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมของเรามาก มีรายการโทรทัศน์มาร่วมถ่าย ก็เลยทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น”
เมื่อทำแล้วมีความสุข จิตใจสงบ อารีย์ไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร?
“คือเก็บแล้ว ชีวิตเรามีคุณค่าที่ทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่น แต่ก่อนเจอขยะเราเตะเล่น แต่พอมาเก็บเรารู้สึกชื่นชมตัวเอง ที่ผ่านมาในชีวิตผมไม่เคยกราบเท้าแม่ แต่พอผมทำไม้กวาดเข้าวัด ผมกลับไปกราบเท้าแม่ผู้มีพระคุณ ผมเปลี่ยนเป็นคนละคนมีจิตอาสาที่เปลี่ยนชีวิตผมไปในทางที่ดีและอยากเปลี่ยนคนอื่นๆ ให้กลับมาในทางที่ดีเหมือนกัน”


