
กิเลนงานหนักเปิดไทยลีก
ศึกไทยลีก 2017 เตรียมเปิดฉากเย็นวันนี้ (11 ก.พ.) โดยมีบิ๊กแมตช์ให้น่าติดตามตั้งแต่นัดแรก
โดย...ชมณัฐ
ศึกไทยลีก 2017 เตรียมเปิดฉากเย็นวันนี้ (11 ก.พ.) โดยมีบิ๊กแมตช์ให้น่าติดตามตั้งแต่นัดแรก โดยเฉพาะแชมป์เก่า “กิเลนผยอง” ที่เจองานหนักและยากที่จะเก็บแต้มจากรัง “บีจี”
บางกอกกล๊าส-เอสซีจี เมืองทองฯ สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม เวลา : 19.00 น.
เอสซีจี เมืองทองฯ แพ้ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา จากญี่ปุ่น 1-3 ในเกมล่าสุดศึกโตโยต้า พรีเมียร์คัพ จึงหมายมั่นปั้นมือที่จะเรียกความมั่นใจด้วยการบุกคว้าชัยเหนือ บางกอกกล๊าส ให้ได้ในเกมนัดเปิดสนาม โดย ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายตัวเก่งมั่นใจว่าจะคว้า 3 แต้มได้แน่นอน
“ทุกคนมั่นใจและมีความมุ่งมั่นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่แพ้มา และต้องการกลับมาแก้ตัวในลีก เราต้องมุ่งมั่นมากกว่าเดิม มีวินัยในการเล่นให้มากขึ้นตลอด 90 นาที แน่นอนว่าการเล่นแมตช์แรกของลีกเราต้องเก็บ 3 แต้ม ฝากแฟนบอลให้ได้ เราจะเล่นตามสไตล์ของเมืองทองและเอาชนะให้ได้ เราต้องการที่จะเปิดหัวได้ดีในไทยลีก” เจ้าอุ้ม ออกโรงกระตุ้น
กัปตันทีมชาติไทย เผยต่อว่า การต้องลงเล่นบนสนามหญ้าเทียมไม่ใช่อุปสรรค เพราะเคยมาเยือนสังเวียนแห่งนี้ทุกปีอยู่แล้ว ขณะที่สไตล์การเล่นของบางกอกกล๊าสนั้นเชื่อว่าคงไม่ต่างจากเดิม อาจจะมีเปลี่ยนแปลงบ้างในส่วนผู้เล่นใหม่ที่เสริมเข้ามา แต่ทีมได้ศึกษาข้อมูลและมีแท็กติกที่พร้อมจะรับมือไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่ เผยว่า เกมนี้ยังไม่สามารถใช้งาน 2 แข้งนอกรายใหม่ คือ ลีโฮ และ เซลิโอ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ที่ต้องใช้เวลาเรียกความพร้อมอีกระยะ เช่นเดียวกับ “เจ้ากอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร ที่แม้จะคืนสนามแล้วแต่ยังฟิตไม่เต็มร้อย โดยขุมกำลังที่เหลือนำโดย3 แนวรุก “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ เคลตัน ซิลวา พร้อมยอมรับว่าเป็นเกมที่ยาก แต่ก็ได้ศึกษาแท็กติกของ “บีจี” มาแล้วอย่างดี
“นักเตะมีสภาพร่างกายพร้อมเต็มร้อย เกมนี้เป็นเกมที่ยากอยู่แล้ว เพราะทุกทีมต้องการที่จะชนะเรา และเขาก็รู้สไตล์รู้แท็กติกของเรา ดังนั้นจึงต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น โดยจากที่ได้ดูบางกอกกล๊าสเล่นในเกมอุ่นเครื่อง เราเห็นเรื่องระบบและแท็กติกมาพอสมควร เขามีการปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่น ปีนี้ชัดเจนว่ามีความมุ่งมั่นและมีเรื่องเกมเพรสซิ่งค่อนข้างเยอะ เราจึงต้องพยายามที่จะปรับให้ลูกทีมหาทางแก้และเพิ่มโอกาสในการทำประตู เพื่อเป้าหมายในการเก็บ 3 คะแนน” กุนซือวัย 45 ปี ทิ้งท้าย
ด้าน บางกอกกล๊าส มีข่าวดี เมื่อ แมตต์ สมิธ แนวรับกัปตันทีมฟิตพร้อมลงสนาม รวมถึง ยาสมานี คัมโปส กองกลางทีมชาติโบลิเวีย ก็สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นสนามหญ้าเทียมได้แล้วเช่นกัน ทว่ายังชวดใช้งาน ศราวุฒิ มาสุข และ พิชิต เกสโร ที่บาดเจ็บ ซึ่งเกมนี้จะนำทัพโดย จักรพันธ์ พรใส, สุรชาติ สารีพิมพ์ และ อาเรียล โรดริเกซ หอกคอสตาริกา
“เราเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ผลงานช่วงปรีซีซั่นเราก็ทำได้ค่อนข้างดี ผมพอใจเรื่องความฟิตของผู้เล่น ผมมั่นใจว่าลูกทีมจะทำได้เหมือนกับช่วงที่เราฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก และจะประเดิม 3 แต้มในบ้านได้” ออเรลิโอ วิดมาร์ กุนซือชาวออสเตรเลีย กล่าว
สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่รวม 19 นัด ทุกรายการ “กิเลนผยอง” เหนือกว่า ชนะ 10 เสมอ 3 แพ้ 6 โดย “เจ้ามุ้ย” เป็นนักเตะที่ซัลโวใส่ทัพบีจีมากที่สุดรวม 8 ประตู และทีมคว้าชัยทุกนัดที่ยิงได้
ความน่าจะเป็น : คงไม่ใช่งานง่ายของแชมป์เก่า เพราะบีจีเล่นในบ้านได้แข็งแกร่งและเตรียมทีมมาอย่างดี โอกาสแบ่งแต้มกันมีสูง
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด-ชลบุรี เอฟซี สนาม : ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม
บิ๊กแมตช์ประจำวันที่ 12 ก.พ. ฟาดแข้งเวลา 18.00 น. ระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” แชมป์ 4 สมัย ที่ต้องการทวงบัลลังก์ลีกสูงสุดคืน เปิดบ้านรอรับมือ “ฉลามชล” โดยเกมนี้เจ้าบ้านชวดใช้งานโรเจริโอ คูตินโญ แนวรุกบราซิเลียนที่ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ แต่ที่เหลือยังฟูลทีม นำโดย สองหอกแซมบ้า ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กับ ชาคสัน อเวลิโน โคเอลโญ ส่วน โซลวี ออตเตเซน ปราการหลังป้ายแดงดีกรีทีมชาติไอซ์แลนด์ ก็มีลุ้นออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเช่นกัน
ขณะที่ ชลบุรี ของ “โค้ชเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น ปวดหัวในตำแหน่งผู้รักษาประตู เมื่อ ชนินทร์ แซ่เอียะ นายด่านดีกรีทีมชาติไทย ยังไม่หายจากการเจ็บหัวไหล่และไม่พร้อมลงสนาม โดยคาดว่า ธณชัย หนูราช น่าจะเบียด ชาครพิลาคลัง ลงเฝ้าเสาแทน ส่วนขุมกำลังหลักยังมี เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ประกิต ดีพร้อม สองแนวรุกทีมชาติไทยลงทำเกม
สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่รวม 18 นัด บุรีรัมย์ ดีกว่า ชนะ 11 เสมอ 2 แพ้ 5 โดย 3 ฤดูกาลหลังสุด “ปราสาทสายฟ้า” ไม่เคยเปิดบ้านปราชัยต่อฉลามชล (ชนะ 3 เสมอ 1)
ความน่าจะเป็น : บุรีรัมย์ ยังมีความพร้อมและสภาพทีมที่เหนือกว่า คงเปิดบ้านคว้า 3 คะแนนได้ไม่ยาก







