posttoday

วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล

04 กุมภาพันธ์ 2560

วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล เป็นลูกหม้อของซิตี้แบงก์โดยแท้จริง อยู่ภายใต้ชายคาของซิตี้แบงก์ตั้งแต่ฝึกงานเมื่ออายุ 23 ปี

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

ชายคาที่อบอุ่น

วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล เป็นลูกหม้อของซิตี้แบงก์โดยแท้จริง อยู่ภายใต้ชายคาของซิตี้แบงก์ตั้งแต่ฝึกงานเมื่ออายุ 23 ปี กระทั่งก้าวสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นทำงานที่ ซิตี้แบงก์ ไม่ธรรมดา ขณะนั้นจบปริญญาโทจากบอสตัน คอลเลจ แล้ว แต่อายุยังน้อย 23 ปี จึงเลือกสมัครเรียนปริญญาโทอีกใบหนึ่งที่ฮาร์วาร์ด จ่ายค่าเล่าเรียนและหาที่พักเรียบร้อยแล้ว ระหว่างรอเข้าเรียนก็มาฝึกงานซิตี้แบงก์ที่เมืองไทยก่อน แต่ก็เกิดจุดพลิกผัน และมีโอกาสใหม่ๆ ในการพิสูจน์ศักยภาพตัวเองเข้ามาโดยตลอด ทำให้เลือกทำงานที่ซิตี้แบงก์

ระหว่างอยู่ที่นี่ ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานเรียกว่า เกือบครบทุกด้านในธนาคารซิตี้แบงก์ ตั้งแต่เริ่มต้นในการดูแลลูกค้ารายใหญ่ในตลาดทุน การออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงการดูแลลูกค้าต่างประเทศด้วย จนได้ก้าวไปทำงานกับซิตี้แบงก์สำนักงานใหญ่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ฮ่องกง ก่อนถูกเรียกตัวกลับมาบริหารงานในประเทศไทยอีกครั้ง

ในช่วงหลายสิบปีแรก ภารกิจหลักที่ทำส่วนใหญ่เป็นงานด้านลูกค้ารายใหญ่ ก่อนได้โอกาสมุ่งสู่ความท้าทายในพื้นที่ใหม่กับที่เกี่ยวกับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล เมื่อ 6 ปีที่แล้ว โดยเริ่มที่ลูกค้ารายย่อยที่เกี่ยวกับสินเชื่อและผลิตภัณฑ์รายย่อย จากนั้นจึงมาดูแลลูกค้าบุคคล เวลธ์แมเนจเม้นท์ กระทั่งเมื่อเดือน พ.ย. 2558 ก็ได้รับโอกาสขึ้นตำแหน่งในปัจจุบัน คือ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นับเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นถึงตำแหน่งนี้

“สาเหตุที่ไม่ไปที่อื่นเพราะเราได้รับโอกาสดีมาตลอดตั้งแต่ฝึกงานจนถึงวันนี้ ทุกครั้งที่เริ่มอยู่ตัวในงานเดิม ก็มีโอกาสให้ทำอย่างอื่น หรือมีอะไรใหม่เข้ามาเพิ่มศักยภาพตัวเอง อีกส่วนหนึ่งผู้บริหารอาจเห็นว่าเราทำได้หลายอย่าง ทั้งด้านพบลูกค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริหาร ทำได้หลายแผนก และเราก็รักที่จะทำอะไรใหม่ๆ การอยู่ซิตี้แบงก์ 22 ปี จึงมีความสดใหม่อยู่ตลอด ระหว่างที่ทำงานก็มีข้อเสนอจากที่อื่นบ้าง แต่สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจไม่ไปทุกครั้ง ด้วยคิดว่า บุคลิกของเราเข้ากับองค์กรนี้มาก และที่นี่ให้โอกาสเรามาโดยตลอด”

 ไม่น่าเชื่อว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมาในซิตี้แบงก์ วีระอนงค์ จะชอบงานที่ทำปัจจุบันมากที่สุด ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ (Head of Consumer Banking) ไม่ใช่ด้านคอร์ปอเรตที่เชี่ยวชาญ เพราะสิ่งที่ธนาคารทำและนำไปปฏิบัติมีผลโดยตรงกับลูกค้ารายย่อย และได้รับฟีดแบ็กตรงๆ ว่าชอบหรือไม่ชอบ จะมีพลังมากกว่า ไม่ว่าเสียงตอบรับจะดีหรือไม่ดี แต่ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมีความหมาย

นอกจากนี้ ขอบข่ายงานที่ทำก็กว้างมาก ทั้งผลิตภัณฑ์ การขาย ดูระบบ (Operation) ดูควบคุม (Control) คือ ไม่มีวันไหนจำเจเลย ทุกวันไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่ามีอะไรเข้ามา วันนี้ดูสาขา อีกวันดูคอลเซ็นเตอร์ อีกวันดูไซเบอร์ คือ กว้างมาก สนุกและมีอะไรได้ทำเยอะมาก

ต้นแบบในการทำงาน ตลอดมา คือ คุณพ่อ เป็นนายแบงก์ เป็นผู้บริหารระดับเอ็มดี ที่ธนาคารในฮ่องกงจนเกษียณ แต่ที่ประสบความสำเร็จที่เห็นตั้งแต่เด็ก คือพ่อดุแต่สนับสนุน และลูกน้องรักมาก ทำบุญบ้านก็มาบางทีก็ไม่ได้ชวน เมื่อไหร่ป่วยก็มาแบบจริงใจ ไม่ใช่มาตอนตำแหน่งสูง ซึ่งตอนเกษียณก็ยังมาเองด้วยความจริงใจ ไม่มีผลประโยชน์ เท่ากับคุณมีความหมาย พ่อเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด

“ลูกน้องจะเคารพและรักคุณพ่อมาก เราก็สงสัยว่า คุณพ่อดุ ทำไมยังรัก เนื่องด้วยพ่อจะสอนคน จะช่วยเหลือเสมอเมื่อพวกเขามีปัญหาและจริงใจ ซึ่งเราพยายามนำสิ่งที่พ่อได้ทำมาใช้ในชีวิตการทำงาน พ่อเป็นแบงก์เกอร์ตลอด ก็เป็นไปได้ที่ทำให้เราทำงานด้านการเงิน เพราะตั้งแต่เด็กรับรู้ว่าพ่อกับแม่เป็นแบงก์เกอร์ จึงไม่คิดจะทำอย่างอื่น มีช่วงนึงซัมเมอร์ ไปเป็นออดิต จากจบแอ็กเคาติ้ง ก็ทำได้ และมีเสนองานด้านนี้มาให้ทำ แต่เรารู้ตัวว่าเราไม่ใช่ออดิเตอร์ ซัมเมอร์ 2 ครั้ง ออดิตที่เดิม เหมือนเดิม ทำให้เราเข้าใจว่า เราทำออดิต ก็เป็นแบบนี้ ทุกอย่างเทด้านแบงก์”

ความสุขเล็กๆ สร้างพลังมหาศาล

ช่วงเวลา 22 ปี ที่ผ่านมาของ วีระอนงค์ เรียกได้ว่า ชีวิตกับงานแทบแยกกันไม่ออก ความสนุกและความท้าทายจากงาน ช่วยปลุกเร้าให้มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เริ่มอยู่ตัว ก็ได้โยกย้ายเปลี่ยนแปลงไปดูงานด้านอื่นที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งอาจเป็นคนเดียวในซิตี้แบงก์ที่ได้ดูแลเกือบทุกสายงาน

ทว่า ทุกวันนี้ วีระอนงค์ ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริง บริหารเวลาทำงาน เพื่อทุ่มเทเวลาว่างทั้งหมดที่มีให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “น้องเจ” วัย 7 ขวบ กิจกรรมพิเศษวันว่างกลายเป็นกิจกรรมแบบเด็กที่ทำร่วมกับลูกชาย ตอนนี้เด็กๆ กำลังสนใจอะไรบ้าง จะรู้หมด

“เวลาว่างของเราเปลี่ยนไปเลย ตั้งแต่มีลูก ทำให้เรามีกิจกรรมที่ทำเกี่ยวกับลูกเยอะมาก ดูการ์ตูน ดูหนังเด็ก แอนิเมชั่น หรือบางทีก็ไปที่ที่เด็กไป เช่น สวนน้ำ หรือไดโนพาร์ค ทำให้เราเด็กและเฟรชอัพขึ้นมาด้วย เพราะเราอยากใช้เวลากับเขา”

นอกจากนี้ เมื่อซิตี้แบงก์จัดกิจกรรมเพื่อสังคม วีระอนงค์ ก็มักจะพาลูกชายเข้าร่วมด้วยเป็นประจำ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เปิดโลกแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปันให้ผู้อื่น 

วีระอนงค์ กล่าวว่า การแต่งงานช้าและมีลูกช้ากว่าเพื่อน ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อนส่วนใหญ่ผ่านความสุขนี้มาเมื่ออายุยังน้อย ตอนนี้ลูกเขาอายุกัน 20 แล้ว ส่วนตัวเราเริ่มมีความสุขแบบเพื่อนเขาในช่วงอายุนี้ ช่วงที่ต้องรับผิดชอบและบริหารองค์กรใหญ่ ช่างพอดีกับจังหวะชีวิต ถ้าคิดว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้มีความสดใหม่แล้ว ลูกถือว่าเป็นสิ่งที่ซูเปอร์เฟรชยิ่งกว่า

“เมื่อได้ดูสิ่งที่เขาทำ ได้ฟังสิ่งที่เขาเล่า หรือสิ่งที่เขาชอบ ทำให้เราที่เจอปัญหาอะไรที่ทำให้ปวดหัวหรือหนักใจมา ทั้งหมดสลายไป ไม่ได้มีความสำคัญเลย เมื่อได้มาเห็นลูกที่ตัวเล็ก ทำให้เห็นว่าชีวิตมีเรื่องสำคัญกว่า ปั๊มชีวิตชีวาได้เลย รู้สึกโชคดี เพราะถ้าตอนนี้หากลูกเราโตแล้วไปเมืองนอก เราก็อาจจะเฉาไปเลยก็ได้” วีระอนงค์ เล่าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

เรื่องเวลาระหว่างการทำงานและครอบครัว วีระอนงค์ ยอมรับว่า ต้องบริหารจัดการพอสมควร โชคดีที่มีการช่วยเหลือกันในครอบครัว อย่าง สามี (ธีระ ภู่ตระกูล) ทำธุรกิจส่วนตัวจึงมีเวลายืดหยุ่นกว่า ดูแลลูกเป็นหลักรับส่งลูกไปโรงเรียนในวันทำงาน ส่วนเราพยายามกลับไปให้ถึงบ้านก่อนที่ลูกจะเข้านอน ซึ่ง 80% ทัน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ เราใช้เวลาทั้งวันเต็มที่กับลูก เรียกว่ามีเท่าไหร่ให้หมด นอกจากนี้ ยังโชคดีอีกเรื่องหนึ่ง คือ พี่เลี้ยงของลูก เคยเป็นพี่เลี้ยงของเรามาก่อน อยู่มานานเหมือนครอบครัวเดียวกัน

"วันปกติ ลูกต้องออกจากบ้าน 06.30 น. ไปโรงเรียน เราต้องตื่นก่อนใช้เวลานั่งเป็นเพื่อนลูกกินข้าวเช้าและส่งเขา จากนั้นก็เริ่มทำงานจากบ้าน เดี๋ยวนี้การสื่อสารดี สามารถทำงานได้ทุกที่ และการทำงานที่บ้านนั้นดีด้วย เพราะเข้าออฟฟิศแล้วยุ่งมาก ทั้งประชุม โทรศัพท์ มีคนมาหา ไม่ได้มีเวลาทำงานประจำเลย ส่วนปกติออกกำลังกายด้วยโยคะ เล่นอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะพยายามทำให้มากขึ้น ต้องจัดเวลาให้ดีกว่านี้หน่อย”

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?