posttoday
เมสซีเจ : ผมมั่นใจผมทำได้

เมสซีเจ : ผมมั่นใจผมทำได้

27 มกราคม 2560

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

ชนาธิป สรงกระสินธ์ สตาร์ทีมชาติไทย เตรียมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการลูกหนังไทย ด้วยการเป็นแข้งช้างศึกรายแรกที่ได้โลดแล่นบนเวทีเจลีก ญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องในและนอกสนาม

มิดฟิลด์วัย 23 ปี ยอมรับว่ายังต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกขั้น ก่อนเดินทางไปร่วมทีม คอนซาโดเล ซัปโปโร น้องใหม่ลีกสูงสุดแดนปลาดิบ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปีครึ่ง ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป

“ช่วงเวลาที่เหลืออีก 5-6 เดือนนี้ คงต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องร่างกาย ต้องเล่นฟิตเนสเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะการไปเล่นที่ญี่ปุ่นต้องใช้พละกำลังในการวิ่งรวมถึงการปะทะที่มากขึ้น ที่นั่นเขาฟิตกันทุกคน ถ้าความฟิตเราไม่ถึงคงจะเป็นเรื่องลำบาก นอกจากนี้ก็ต้องศึกษาและติดตามดูวิธีการเล่นของทีมตอนที่ลงแข่งขัน เพื่อดูว่าเขาเล่นกันอย่างไร มีสไตล์แบบไหน เพื่อให้เมื่อไปถึงสามารถปรับตัวได้ไวขึ้น” ชนาธิป เปิดใจ

เจ้าของฉายา “เมสซีเจ” กล่าวต่อว่า อีกสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือเรื่องระเบียบวินัยและความเป็นมืออาชีพ เนื่องจากคนญี่ปุ่นมีวินัยที่สูง ต่างจากคนไทยที่อาจจะยังติดสบายๆ อยู่บ้าง ดังนั้นจึงต้องเข้มงวดกับตัวเองในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ต้องเพิ่มความเป็นมืออาชีพเพื่อให้เข้ากับคนอื่นและเอาตัวรอดให้ได้

แข้งจากเอสซีจี เมืองทองฯ ยังรู้ตัวดีว่าการเป็นนักเตะจากอาเซียนคงหนีไม่พ้นการโดนดูถูกและเผชิญกับเสียงวิจารณ์ แต่ก็ยังมั่นใจว่าจะใช้ศักยภาพฝีเท้าของตัวเองลบคำสบประมาท เหมือนดังเช่น ชินจิ คากาวะ และ ทาคุมะ อาซาโนะ สองผู้เล่นขวัญใจตัวเองชาวญี่ปุ่นได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลกจนทุกคนยอมรับ

“ต้องยอมรับว่าเรากับญี่ปุ่นยังห่างชั้นกันอยู่ แม้จะไม่ถึงกับห่างมากในเรื่องความสามารถ แต่ด้วยเรื่องความเข้าใจเกม ประสบการณ์ เรายังต้องเรียนรู้จากเขา และคงไม่แปลกหากจะโดนดูถูกในช่วงแรก ขนาดนักเตะต่างชาติมาเล่นในไทย ต่อให้โปรไฟล์ดีแค่ไหนเราก็ยังไม่ยอมรับเขา เพราะเขายังไม่เคยเล่นกับเรา ยังไม่เคยทำให้เราไว้ใจ ก็เหมือนกับที่ผมไปเล่นที่ญี่ปุ่น ผมต้องพิสูจน์ตัวเอง ทำให้เขาเชื่อใจ เป้าหมายแรกคือการปรับตัวให้เร็วที่สุดเพื่อให้คนในทีมยอมรับ เพราะคงไม่มีใครที่ไปถึงแล้วได้เล่นเลย เราไม่ใช่นักเตะระดับโลก”

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ในอดีตที่ผ่านมานักเตะไทยหลายรายที่ได้โอกาสตามความฝันไปเล่นลีกอาชีพต่างแดนในระดับสูงกว่า ทว่ากลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้องเจอกำแพงเรื่องความแตกต่างในการปรับตัวทั้งสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม อาหารการกิน และภาษา แต่ “เมสซีเจ” มองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับตัวเอง

“เรื่องการปรับตัวผมเชื่อว่าผมทำได้และไม่น่าจะมีปัญหา เรื่องความเป็นอยู่หลังจากที่ได้ไปสัมผัสมาก็พบว่าคนที่นั่นนิสัยดีและเป็นมิตรมาก ทุกคนน่ารักและให้เกียรติเรามาก เช่นเดียวกับเรื่องอาหารการกินที่ผมเป็นคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว คงจะมีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศที่หนาวอุณหภูมิติดลบและเรื่องภาษาที่กังวลอยู่บ้าง แต่ช่วงที่ผมไปถึงจะมีเวลาได้ปรับตัวสักระยะในช่วงที่เขาพักเบรกก่อนจะแข่งขันกันต่อ คนที่นั่นเขาบอกว่าช่วงที่อากาศหนาวจัดมันทรมานมาก แต่เขาก็ทนได้ ดังนั้นผมก็ต้องทนได้ ส่วนเรื่องภาษาจากนี้ก็จะพยายามเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม เพื่อให้นำไปใช้สื่อสารในเบื้องต้นได้ ซึ่งผมเชื่อว่าผมทำได้”

ขณะที่ครอบครัว คุณพ่อก้องภพ, คุณแม่พรสวรรค์ และแฟนสาว “เมย์” พิชญ์นาฏ สาขากร จะร่วมเดินทางไปให้กำลังใจที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยหรือไม่นั้น เจ้าตัวเผยว่ายังไม่รู้และยังไม่ได้วางแผนในเรื่องนี้ไว้แต่อย่างใด

“ที่ผ่านมาความฝันของผมตั้งแต่เด็กคือการได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่น ผมเคยปะทะกับพวกเขาในสนามมาหลายครั้งตั้งแต่เด็ก และผมมั่นใจว่าถ้าผมได้ไปเล่นที่นั่นผมน่าจะเล่นได้ ที่สำคัญผมชอบเล่นกับคนเก่งๆ มันทำให้รู้สึกท้าทาย ซึ่งตอนนี้อีกไม่นานมันก็จะเป็นจริงแล้ว และผมมั่นใจว่าผมจะทำมันให้ดีที่สุด” ชนาธิป ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ