posttoday
ประโยคคำถาม ที่ทำให้ผู้ชายหัวเสีย

ประโยคคำถาม ที่ทำให้ผู้ชายหัวเสีย

24 มกราคม 2560

โดย...เลิฟเบิร์ด ภาพ... เอพี/เอเอฟพี

โดย...เลิฟเบิร์ด ภาพ... เอพี/เอเอฟพี

“ทำไมไม่ปรึกษากันบ้างเลย?” ผู้ชายร้อยทั้งร้อยพอได้ยินประโยคนี้ปั๊บ จะรู้สึกว่าเรื่องที่จบไปแล้วจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกทำไม เพราะประโยคคำถามนี้จะกระตุ้นผู้ชายให้มีปฏิกิริยาตอบสนองแบบตรงกันข้าม

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักคิดว่า “เอาเรื่องมาปรึกษา=ให้ความสำคัญกับฉัน”  แต่สำหรับผู้ชายแล้ว กลับคิดตรงกันข้ามเลยทีเดียว ก็เพราะเธอเป็นคนสำคัญจึงไม่อยากนำเรื่องมาทำให้ไม่สบายใจ ก็เลยไม่ปรึกษานั่นเอง นี่เป็นรูปแบบการสนทนาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ระหว่างสามีภรรยาหรือคู่รัก

ตัวอย่างเช่น สามีถูกให้ออกจากงานเนื่องจากมีการปรับโครงสร้างองค์กร จึงไม่อยากให้ภรรยากังวลใจ คิดว่าจะหางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยบอก ระหว่างนั้นก็ต้องแวะเวียนไปตามบริษัทจัดหางาน พอภรรยารู้เข้าก็ตำหนิสามีว่า “ทำไมไม่บอกกันบ้างเลย บอกให้รู้สักคำก็ยังดี” เป็นภาพที่เห็นบ่อยๆ ในละครโทรทัศน์ พูดไปแล้วก็คือ ต่างฝ่ายต่างหวังดีต่อกัน แต่เป็นความหวังดีที่ไม่ลงรอยกันนั่นเอง

เมื่อถูกถามว่า “ทำไมไม่ปรึกษากันบ้างเลยล่ะ?” ความรู้สึกจริงๆ ของผู้ชายคือ “ก็เพราะไม่อยากให้เธอกังวลใจน่ะสิ” แต่แทบจะไม่มีผู้ชายสักกี่คนที่ตอบตรงๆ ได้อย่างนี้ กลับตอบปัดไปว่า “ก็มันเรื่องของผมนี่นา” เมื่อมาถึงตรงนี้ผู้หญิงก็จะต่อว่าต่อขานว่า “เราเป็นสามีภรรยากันนะ จะปรึกษากันสักนิดไม่ได้เลยหรือไง?” ผู้ชายก็จะโต้กลับอย่างเผ็ดร้อนว่า “เอ้า ถ้าปรึกษาเธอแล้วจะแก้ปัญหาได้งั้นสิ” แล้วก็ลงเอยด้วยผู้หญิงนั่งร้องไห้…นี่เป็นภาพปกติเจนตาที่เกิดขึ้น

คำตอบของประโยคนี้ไม่ยากเลย เพียงแค่ตอบว่า “จริงสินะ ถ้าปรึกษาคุณสักนิดก็ดีหรอก” แค่นี้ก็จบ หลังจากนั้นก็เสริมอีกนิดว่า “ผมคิดว่าไม่อยากให้คุณกังวลใจก็เลยไม่บอก แต่คราวหน้าจะต้องปรึกษาคุณแน่นอน” แค่นี้ก็สมบูรณ์แบบ

ผู้ชายที่เปลี่ยนงานแล้วไม่ได้บอกคนรัก เมื่อถูกถามว่า “ทำไมไม่บอกสักคำล่ะ?” มักมีแนวโน้มจะตอบว่า “ก็มันเรื่องของผมนี่” หรือ “มันกะทันหันน่ะ” เป็นต้น แต่คำตอบแบบนี้ไม่ทำให้เธอพอใจได้หรอก ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ก่อนอื่นต้องขอโทษเธอก่อนว่า “ขอโทษนะ ผมบอกช้าไป”

วิธีการพูดของผู้หญิงเองก็เช่นกัน “ไม่บอกกันสักคำเลยนะ” ประโยคนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงเวลาพูด บางทีพูดแล้วก็ฟังดูเป็นการต่อว่าต่อขาน ตำหนิติเตียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเสียงในตอนท้าย ถ้าเน้นเสียงก็จะกลายเป็นการต่อว่าต่อขานได้ แต่ถ้าพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ แบบน่ารักและกวนๆ ได้ละก็ อาจทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ดังนั้นผู้หญิงควรบอกว่า “คราวหน้าถ้าบอกกันสักนิดจะดีใจมากเลย” หรือ “ปรึกษาฉันก็คงไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้าคุณมาปรึกษา ฉันจะดีใจมากเลย” แบบนี้ละก็เยี่ยมมาก

นอกจากนี้ ถ้าดูตัวอย่างผู้หญิงที่เก่งๆ เธอจะเสริมเข้าไปอีกนิดว่า “คิดว่าคุณ…ออกจะอ่อนโยน คุณต้องทำอย่างนั้นแน่…” แบบนี้ละก็เยี่ยมยอดเลย ผู้ชายถ้าได้ยินว่า “ฉันเข้าใจดีว่าคุณไม่อยากให้ฉันกังวลใจ เลยตัดสินใจคนเดียว แต่ฉันเป็นแฟนคุณ ถ้าคุณมาปรึกษาฉันคงจะดีใจไม่น้อยเลย” ผู้ชายก็คงไม่รู้สึกแย่ๆ แน่นอน แถมยังรู้สึกว่าคราวหน้าต้องรายงานความเป็นไปให้เธอได้รู้ด้วยซ้ำ

จำไว้ว่ากฎข้อสำคัญที่สุดของการสื่อสารกันคือ ถ้าฝ่ายหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งโจมตี อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบกลับมาด้วยการโจมตีเช่นกัน ตรงกันข้าม ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงเชิงบวก อีกฝ่ายก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน

บนความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกัน มีแนวโน้มที่จะกลายมาเป็นการต่อว่าต่อขานกันได้ง่าย แล้วก็ขว้างลูกบอลแบบโจมตีใส่กัน ในเวลาที่ควรบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความอ้างว้างของตัวเอง แต่กลับเก็บความรู้สึกไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายไว้ แล้วกลายมาเป็นการระเบิดอารมณ์โกรธใส่กัน ถ้าอยากได้ยินได้ฟังคำพูดที่อ่อนโยน ตัวเองก็ต้องถามด้วยคำพูดที่อ่อนโยนด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท