
สุภาพสตรีหมายเลข 1 และ ‘คาเมล็อต’
ผู้หญิงที่สามีถูกกระสุนปืนปลิดชีพระเบิดกะโหลกและนอนตายแนบตักของเธอบนรถเปิดประทุน...
โดย...เพรงเทพ
ผู้หญิงที่สามีถูกกระสุนปืนปลิดชีพระเบิดกะโหลกและนอนตายแนบตักของเธอบนรถเปิดประทุน...
เธอจะอยู่อย่างไร? หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมบันลือโลกครั้งนั้น
สามีของเธอที่เป็นบุคคลสำคัญอันดับ 1 ของโลก ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ในยุคที่สงครามเย็นทวีเข้มข้นถึงขีดสุด หลังจากวิกฤตคิวบาที่ล่อแหลมในการเกิดสงครามนิวเคลียร์
ในปี 1963 ความตายย่างกรายเข้ามาและเป็นจุดจบของชีวิต จอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือ เจเอฟเค ชีวิตของ แจ็กเกอรีน เคนเนดี ก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
ภาพยนตร์เรื่องนี้ผูกเรื่องโดยผ่านการเดินเรื่องที่เริ่มต้นจาก ธีโอดอร์ เอช. ไวต์ นักข่าวนักเขียนของนิตยสาร Life ที่เดินทางไปสัมภาษณ์ แจ็กเกอรีน เคนเนดี ถึงชีวิตของเธอในห้วงลึกดำดิ่งที่อยู่ในหุบเหวของความทุกข์เทวษจากการตายของเจเอฟเค
การเดินเรื่องที่ตัดสลับกับการเล่าถึงความหลัง และภาวะจิตใจของเธอในการจัดเตรียมงานศพและรับมือกับอนาคตข้างหน้าที่แสนมืดมนกับลูกอีกสองคน
นาตาลี พอร์ตแมน ที่รับบทแจ็กเกอรีน มิต้องพูดถึงความดีเด่นในการแสดง เพราะเส้นเรื่องพร้อมที่จะให้เธอโชว์ถึงทักษะและฝีมือการแสดง เปรียบประดุจการโซโลเดี่ยวในการนำผู้ชมไปสู่มิติของจิตใจด้านต่างๆ ของอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก
การเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำพร้อมรางวัลบนเวทีอื่นๆ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในบทคุณแม่ยังสาววัย 34 ปี มีลูก 4 แต่เสียไป 2 พร้อมกับความโศกเศร้าที่สุดในชีวิต
ผู้กำกับการแสดงชาวชิลี ปาโบล ลาร์ราอีน ที่เคยเข้าชิงออสการ์และโดดเด่นบนเวทีหนังสายประกวดมาแล้วทั้งจาก 3 เทศกาลใหญ่ คือ คานส์ เบอร์ลิน และเวนิส ทำหนังเรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการดึงความสับสน ตึงเครียด และหดหู่ ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งต้องชมคนเขียนบทภาพยนตร์คือ โนอาห์ ออฟเพนไฮม์ ที่วางเส้นเรื่องได้ดีและคลี่คลายตอนจบได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะตัวละครสมทบที่รับบท บ็อบบี้ เคนเนดี น้องชายของเจเอฟเค และแนนซี คนใกล้ชิดที่คอยดูแลรับใช้แจ็กเกอรีน ซึ่งทำให้ตัวของแจ็กเกอรีนมีมิติมากขึ้นในฐานะมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ
ดนตรีประกอบ มิก้า เลวี่ หรือ มิก้าชู ถือว่าเป็นตัวชูอารมณ์ความรู้สึกของภาพยนตร์เรื่องนี้ ยิ่งมาตอกย้ำกับบทเพลงจากมิวสิคัลหรือละครเพลง “คาเมล็อต” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เป็นการผูกเรื่องให้เป็นเอกภาพ
บทสนทนาในหนังจะค่อนข้างคมคาย โดยเฉพาะหลายๆ ฉากที่แจ็กเกอรีนและพ่อของเธอมาสนทนากันสองคน เปรียบประดุจการสนทนาธรรมเพื่อให้ตกตะกอนชีวิตเพื่อลิขิตความเป็นไปของตัวเองให้ขึ้นจากหุบเหวของความตกต่ำไปมากกว่าที่เป็นอยู่
โลกนี้ช่างซับซ้อน หากใครที่เคยชมหนัง “JFK” ซึ่งเป็นหนังที่ตีแ
ผ่การลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ด้วยการอธิบายถึงทฤษฎีสมคบคิดในการสังหารประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 35 ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง และเปรียบเสมือนเหรียญอีกด้านหนึ่งของเจเอฟเค และในท้องเรื่องจะเห็นถึงความหมกมุ่นของแจ็กเกอรีนที่ยึดติดกับการตายจากการลอบสังหาร อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 15 เมื่อปี 1865
การมีชีวิตอยู่เพื่อลูกสองคน แจ็กเกอรีนได้ตกตะกอนและเข้าใจชีวิตว่า ผู้คนล้วนยึดติดในโลกของการแสดงภาพลักษณ์ที่ควรเป็นมากกว่าความจริงที่เป็น และเชื่อในภาพลักษณ์ที่ปั้นปรุงแต่งขึ้นมากกว่าตัวบุคคลหรือความจริง เพราะสุดท้าย คนเราต้องการประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เหมือนจริง หรือรู้สึกว่าเคยมีอยู่จริงมากกว่านิยายปรัมปรา โดยที่เรื่องราวนั้นไม่จำเป็นว่าต้องจริงแท้แค่ไหน
เพราะฉะนั้น “คาเมล็อต” ที่เจเอฟเคชื่นชอบ จึงเป็นคำอธิบายตัวของเจเอฟเคได้ดีกว่าตัวจริงและเรื่องจากปากของแจ็กเกอรีนเอง เมื่อชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงก็รีบไปหาละครเพลง “คาเมล็อต” มาดูเพื่อเข้าใจโลกที่ซ้อนซับทับเหลื่อมอยู่ของเจเอฟเค จากปากคำของภรรยาที่เป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของเขา







